“นิสสัน ลีฟ” ใหม่เตรียมขายในไทยและอีก 7 ประเทศในโซนโอเซียเนีย หลังโพลชี้ประชากรมากกว่า 1 ใน 3 ต้องการใช้รถไฟฟ้า

นิสสัน ลีฟ ใหม่พร้อมจำหน่ายใน 7 ประเทศเอเชีย และโอเชียเนียในปีงบประมาณหน้า เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของนิสสันในการนำเสนออนาคตแห่งการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หลังจากทำโพลเปิดเผยว่า1 ใน 3 ของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่วางแผนจะซื้อรถยนต์ในเร็วๆนี้ มีความพร้อมและสนใจเลือกซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยผลที่ได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของภูมิภาคที่จะเร่งให้เกิดยานยนต์ไฟฟ้าในเร็วๆนี้

นิสสันจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในออสเตรเลีย ฮ่องกง มาเลเซีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และประเทศไทย นอกจากนี้ นิสสันยังกำลังเตรียมข้อมูลในการนำเสนอรถยนต์ไร้มลพิษในตลาดอื่นๆของภูมิภาค เช่นอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

รองประธานอาวุโส ระดับภูมิภาคของนิสสัน ยูตากะ ซานาดะ กล่าวว่า “บริษัทฯกำลังดำเนินการนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลกเจนเนอเรชั่นใหม่ออกจำหน่ายในหลายตลาดให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นิสสัน ลีฟ ใหม่คือสัญลักษณ์ของนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ ซึ่งเป็นแนวทางของบริษัทในการพาผู้คนไปสู่โลกที่ดีขึ้น โดยการพลิกโฉมรถยนต์ทั้งในด้านพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อน การขับขี่ และหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของสังคม”

มร. ซานาดะ กล่าวเพิ่มเติม “นิสสัน ลีฟ ใหม่คือ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย และจับต้องได้จริงที่สุดในขณะนี้ จะทำให้คุณรู้สึกมั่นใจขึ้น ตื่นเต้นเร้าใจยิ่งกว่า และเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีได้ดีกว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้ากระแสหลักรุ่นอื่น การเปิดตัวรถยนต์รุ่นนี้ในหลายตลาดแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะเป็นผู้นำในระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า และมอบระบบขับเคลื่อนแห่งอนาคตให้แก่ภูมิภาคนี้”

การประกาศการจัดจำหน่ายลีฟ ใหม่มีขึ้นภายในงาน นิสสัน ฟิวเจอร์ส ซึ่งเป็นการรวมตัวในสิงคโปร์ของผู้บริหารระดับสูงทั้งจาก หน่วยงานภาครัฐ อุตสาหกรรม และสื่อมวลชนทั่วทั้งเอเชีย และโอเชียเนีย โดยงานนี้จัดขึ้นเป็นระยะ 3 วัน ประกอบด้วยการบรรยายของผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ และการเสวนาเกี่ยวกับการสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืนด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าในรถยนต์และการสร้างเทคโนโลยีขับขี่ที่ก้าวล้ำหน้าให้เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นภายใต้แนวคิด “อนาคตของยานยนต์ ที่มากกว่าพลังไฟฟ้า”

ผลการสำรวจของฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวนที่เปิดเผยภายในงานนิสสัน ฟิวเจอร์สในวันนี้ ระบุว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีศักยภาพเติบโตอย่างก้าวกระโดดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เนื่องจากลูกค้ามีความต้องการสูงมาก

นิสสันได้จำหน่ายลีฟไปแล้วมากกว่า 300,000 คันทั่วโลกนับตั้งแต่เปิดตัวรุ่นแรกในปี พ.ศ. 2553 บริษัทเปิดตัว นิสสัน ลีฟ ที่มาพร้อมการออกแบบใหม่หมดในเดือนกันยายน พ.ศ. 2560 โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่แสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดของนิสสัน เช่น e-Pedal ที่ผู้ขับสามารถขับขี่ได้ด้วยการใช้แป้นเหยียบเดียว

นิสสัน ลีฟ ใหม่ยังมาพร้อมพละกำลังที่สูงขึ้นและระยะทางขับขี่ที่ไกลกว่าเดิม ตลอดจนความหรูหราและสะดวกสบาย ระบบขับเคลื่อนของรถไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้มอบพละกำลัง 110 กิโลวัตต์และ 320 นิวตันเมตร ทำให้มีอัตราเร่งที่รวดเร็วยิ่งขึ้นและเพิ่มความสนุกสนานให้แก่ผู้ขับขี ซึ่งเริ่มขายที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2560 และต่อมาในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาในเดือนมกราคม และวางตลาดในยุโรปในเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายที่จะออกจำหน่ายใน 60 ประเทศทั่วโลกอีกด้วย


ผลการศึกษาของ ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน โดยนิสสันให้การสนับสนุน ในหัวข้อ “อนาคตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” (Future of Electric Vehicles in South East Asia) ได้รับการเปิดเผยสู่สาธารณชนที่งานนิสสัน ฟิวเจอร์ส (Nissan Futures) ณ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นงานที่มีการรวมกันของผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ กลุ่มอุตสาหกรรม และสื่อมวลชน

การวิจัยนี้ครอบคลุมทั้งใน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เผยว่า 37% ของผู้ที่กำลังจะซื้อรถยนต์มีความสนใจที่จะซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นคันต่อไป โดยลูกค้าใน ฟิลิปปินส์ ประเทศไทย และอินโดนีเซีย คือกลุ่มที่มีความต้องการซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากที่สุด

ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการเสนอแรงจูงใจ (incentive) ที่เหมาะสมจะส่งเสริมการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว

ภายในงานนิสสัน ฟิวเจอร์ส นิสสันยังเน้น ความมุ่งมั่นในการก้าวสู่อนาคตของระบบขับเคลื่อนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านแนวคิดนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) เพื่อพลิกโฉมของพลังงานที่ใช้ขับเคลื่อนรถยนต์ การขับขี่ และการเชื่อมต่อเป็นเป็นส่วนหนึ่งในสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้คนก้าวสู่โลกที่ดีขึ้น บริษัทฯ ได้ประกาศเปิดตัว นิสสัน ลีฟ ซึ่งขับเคลื่อนโดยพลังงานไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แสดงให้เห็นถึงความเป็นสุดยอดของ นิสสัน โดยรถยนต์ดังกล่าวจะจัดจำหน่ายที่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง มาเลเซีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และประเทศไทย ในช่วงปีงบประมาณหน้าของบริษัทฯ

2 ใน 3 ผู้บริโภคทั่วภูมิภาคให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ในการตัดสินใจซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และด้านความสะดวกสบายในการชาร์จไฟฟ้าเป็นปัจจัยอันดับที่สอง ตรงข้ามกับความเข้าใจเดิมๆ ราคาไม่ใช่ปัญหา และโดยข้อเท็จจริงแล้ว ลูกค้ามีความพร้อมที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเมื่อเทียบกับรถยนต์แบบทั่วไป

อย่างไรก็ตามผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าค่าใช้จ่ายที่ต่ำลงจะทำให้คนจำนวนมากขึ้นคิดที่จะซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามตอบว่าพวกเขาพร้อมที่จะเปลี่ยนจากรถยนต์ทั่วไปเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าถ้ามีการยกเว้นภาษี รวมถึงแรงจูงใจอื่นๆ และที่จะสร้างความน่าสนใจให้ผู้บริโภคหันมาซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น การติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าในอาคารที่อยู่อาศัย (70 %) การมีช่องทางขับขี่พิเศษสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (56 %) และการไม่เสียค่าที่จอดรถ (53 %)

แม้ว่าจำนวนผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีค่อนข้างน้อย แต่อย่างไรก็ตามผู้บริโภคยังทราบถึงความแตกต่างของเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า อาทิ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์นิสสัน อี-เพาเวอร์ ผู้บริโภค 83 เปอร์เซ็นต์ ยังมีความเข้าใจว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าคือรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ใน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ผู้คนมีการพัฒนาความเข้าใจในเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่มากที่สุด ขณะที่ รถยนต์แบบไฮบริดที่มีจำนวนมากในมาเลเซียและไทย ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่างรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริด

ความต้องการที่จะซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า(เรียงตามประเทศ)

ความรู้จักและเข้าใจในรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่(เรียงตามประเทศ)

ถึงแม้จะมีความต้องการต่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สูง แต่ก็ยังมีอุปสรรคหลายด้านเช่นกัน อาทิ การขาดความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ความกังวลใจเรื่องแบตเตอรี่จะหมดลงคืออุปสรรคหลักของการตัดสินใจซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เช่นดียวกันกับที่ ลูกค้ายังไม่เชื่อมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

มร. ซานาดะ กล่าวเสริม “การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์ขับเคลื่อนโดยพลังงานไฟฟ้าจำเป็นต้องมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงแนวทางการดำเนินการในระยะยาวที่ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละตลาด และผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มองว่าภาครัฐมีบทบาทสำคัญต่อการสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

มร. ซานาดะ กล่าวทิ้งท้าย “ขณะเดียวกัน เราในฐานะบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ก็จะต้องทำงานให้ดียิ่งขึ้นเพื่ออธิบายว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีความปลอดภัย มีความชาญฉลาด และเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนในทุกสภาพอากาศรถยนต์ไฟฟ้าของนิสสันได้รับการทดสอบอย่างจริงจังในสภาพอากาศที่เลวร้ายที่สุด เรามีความภาคภูมิใจที่ลูกค้า นิสสัน ลีฟ จำนวน 300,000 รายได้ขับรถของเรา ไปมากกว่า 3.9 พันล้านกิโลเมตรทั่วโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 โดยไม่มีปัญหาใหญ่ๆ เกิดขึ้นกับแบตเตอรี่เลย”

ขณะที่ นาย วิเวก ไวทยา รองประธานอาวุโสฝ่ายระบบขับเคลื่อนของฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความเข้าใจในเรื่องรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในปัจจุบันไม่ได้สะท้อนความต้องการที่แท้จริงซึ่งสูงกว่ามาก ในทางตรงกันข้าม ความเชื่อที่ว่า ราคาที่สูงของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะเป็นอุปสรรค แต่จากการสำรวจเผยว่าผู้บริโภคกลับมีความกังวลด้านความปลอดภัยและการชาร์จไฟ ซึ่ง หากภาคอุตสาหกรรมและภาครัฐบาลสามารถขจัดอุปสรรคเหล่านี้ลงได้ ความเป็นไปได้ของยานยนต์ไฟฟ้าก็จะมีอยู่สูง”

Facebook Comments
Share It!