MG GS เอสยูวีเมืองผู้ดีกับภารกิจลุยโค้ง ณ เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือนได้มีการจัดกิจกรรมทดสอบ MG GS ขึ้นเพื่อให้สื่อมวลชนได้เรียนรู้และสัมผัสถึงสมรรถนะของรถยนต์สัญชาติอังกฤษ สรุปสั้นๆได้ว่า จุดเด่นของรถคันนี้ นอกจากมีรูปลักษณ์ทันสมัย ในด้านสมรรถนะเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ นั้นก็ไม่เป็นรองค่ายคู่แข่ง แต่สิ่งที่ทำให้ภารกิจในครั้งนี้เกิดขึ้นนั่นคือความอยากรู้ อยากลอง ระบบช่วงล่างแบบ European Tuning Suspension ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความโดดเด่นซึ่งทำให้หลายๆคนที่ได้ทดสอบต่างชื่นชมถึงสมรรถนะการยึดเกาะ

www.autoworldthailand.com ยินดีให้ทุกท่านรับชมรายงานพิเศษ ขณะเดียวกันยังได้มีการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของ เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ติดตามได้เลยครับ

ผมเคยได้สัมผัสกับ MG GS เมื่อครั้งที่ค่ายผู้ผลิตจัดกิจกรรมทดสอบขึ้นบนเส้นทาง กรุงเทพ-ปราณบุรี หลายคนที่เคยไปจะรับรู้ได้ว่าเส้นทางนี้อาจจะลองระบบช่วงล่าง European Tuning Suspension ได้ไม่หนำใจสักเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่เป็นทางเรียบตรง ไม่ค่อยมีโค้งเขา และอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมอยากนำรถคันนี้กลับมานั่นคือสมรรถนะที่คาใจของเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ที่เร็วและแรง แต่ถ้านำรถคันนี้มาใช้ในการเดินทางไกลจะตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้มากน้อยเพียงไร ประเด็นสำคัญอีกเรื่องคือการขอไปชาร์จพลังงาน และหาอากาศบริสุทธิ์ฟอกปอดให้เต็มอิ่มสักหนึ่งคืน สถานที่ที่ใช้ในการตอบโจทย์ครั้งนี้คือ “เขาค้อ” ใช่ครับ ที่นี้ตอบโจทย์ให้ผมได้ทุกเรื่อง ทั้งการทดลองรถ และ ชาร์จพลังให้ร่างกาย

เริ่มต้นการเดินทางยามเย็นของวันศุกร์ช่วงที่การจราจรในเมืองกรุงคลายตัว เส้นทางหลวงหมายเลข 1 หรือพหลโยธิน ค่อนข้างมีผู้คนสัญจรบางตา พอเลี้ยวตัดเข้าไปยังถนนหลวงหมายเลข 21 (สระบุรี-หล่มสัก) ถนนยิ่งโล่งเข้าไปใหญ่ จุดพัดแรกอยู่ที่อ.วิเชียรบุรี โดยมีเพื่อนเก่ารออยู่ที่ปลายทาง แน่นอนว่าผมแต่งตั้งให้เป็นไกด์กิตติมศักดิ์ไปโดยปริยาย คืนนี้ค้างแรมกันที่บ้านเพื่อนก่อนจะมุ่งสู่เขาค้อในเช้าของวันถัดไป

เช้าตรู่การเดินทางได้เริ่มขึ้น จากอ.วิเชียรบุรี มุ่งไปยัง เขาค้อ ใช้เวลาเดินทางประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง กับระยะทางประมาณ 100 กม.เศษ ช่วงนี้ขอลองของกับ MG GS ก่อนจะเที่ยวแบบฟินๆไปกับสถานที่ต่างๆตามที่ไกด์กิตติมศักดิ์จะพาไป

ขุมพลัง 2.0 ลิตร เทอร์โบ

เร็ว แรง ได้ดั่งใจ

เส้นทางบนเขาค้อเริ่มขับสนุกและ MG GS ก็ได้ สำแดงเดชอย่างเต็มกำลังบริเวณอ.หล่มสัก ซึ่งมีทางโค้งชันค่อนข้างเยอะ ขุมพลังจากเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ไดเรคอินเจคชั่น ให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้าที่ 5,300 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ทำงานได้อย่างไร้ที่ติ

ตอนแรกผมอาจมีอคติกับระบบส่งกำลัง แต่มาถึงตรงนี้ความคุ้นชินทำให้สนิทสนมและรู้ใจกันเป็นอย่างดี เกียร์อัตโนมัติ TST – Twin Clutch Sportronic Transmission แบบ 6 สปีด ค่อนข้างแตกต่างไปจากระบบส่งกำลังที่เคยลอง อาการรอรอบเล็กน้อยสัมผัสได้บ้างเป็นบางโอกาส แต่ระยะทางกว่า 300 กม. ชักจะเริ่มชินกับระบบดังกล่าว และก็ไม่ถือเป็นจุดด้อยแต่อย่างใด

ความสนุกในการขับขี่ได้เข้ามาแทนที่ ระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จที่พร้อมจะทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และรุนแรง ถือเป็นจุดเด่นให้กับ MG GS แต่ทีเด็ดอีกเรื่องที่ห้ามพลาด แถมยังมีส่วนช่วยให้ชขับขี่ในพื้นที่ของ เขาค้อ ได้อย่างสนุกคือระบบช่วงล่างแบบ European Tuning Suspension ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเด่นของรถสัญชาติอังกฤษแบรนด์นี้

European Tuning Suspension

ระบบช่วงล่างที่ช่วยให้ขับขี่สนุก

ระบบช่วงล่างแบบ European Tuning Suspension ออกแบบโดยตรงมาจากประเทศอังกฤษ ถือเป็นการสร้างงานคุณภาพ เพื่อให้รถคันนี้มีจุดเด่นขึ้นมาทันที โค้งมากมายอย่างเส้นทางขึ้นเขาค้อ ถือเป็นการทดสอบสมรรถนะของระบบช่วงล่างได้ดีจนทำให้รู้ว่าการโยนตัวของโครงสร้างที่มีน้ำหนักรวม 1,642 กก. ทำได้แบบลดการโคลงของตัวรถ โช๊คอัพที่ติดตั้งมาจากโรงงานทำหน้าที่ยืดยุบร่วมกับสปริงได้ดีพร้อมกับการบังคับควบคุมที่แม่นยำ

ในส่วนของผู้โดยสารอาจเกิดแรงเหวี่ยงเล็กน้อยแต่ก็พอรับได้ สิ่งที่สัมผัสได้ในฐานะผู้ขับขี่คือสมรรถนะโดดเด่นในด้านการยึดเกาะ และความใหญ่โตของห้องโดยสารทำให้เกิดความสะดวกสบายในการเดินทางไกล

เทคโนโลยี INKANET

ระบบอัจฉริยะพร้อมการเชื่อมต่อโลกออนไลน์

ยังมีความเพลิดเพลินจากเทคโนโลยีการสื่อสารอัจฉริยะ inkaNet (อินคาเน็ต) โดยสามารถโหลดแอพพลิเคชั่นมาไว้ในสมาร์ทโฟนทั้งระบบ ANDROID และ IOS ซึ่งมี 12 ฟังก์ชั่น ประกอบด้วย การโทรออก-รับสาย การรับ-ส่งข้อความ หรือแม้กระทั่งการแชร์สัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายผ่านหน้าจอวิทยุ ตลอดจนระบบการนำทางรถยนต์ ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ การตรวจสอบสถานะของรถยนต์ การแจ้งอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน พร้อมการวางแผนการเดินทาง การควบคุมการทำงานของรถยนต์ การตรวจวิเคราะห์รถยนต์ การเตือนความผิดปกติของรถยนต์ และระบบเลขาฯส่วนตัว ระบบนำทางเนวิเกชั่นแสดงผลผ่านหน้าจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว และระบบเครื่องเสียงตอบสนองความบันเทิงผ่านลำโพง 8 ตัว รองรับมัลติมีเดียและการเชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธ พร้อมยูเอสบี (USB) และเอยูเอ็กซ์ (AUX)

สำหรับการขับขี่บนเส้นทางที่สนุกสุดๆอย่าง รูท 12 MG GS ถือว่าเป็นรถที่ใช้ในการตอบโจทย์ได้อย่างเหมาะสม มาถึงด้านของสถานที่ท่องเที่ยว สิ่งที่ผมอยากแนะนำให้ทุกท่านเข้าชมถือว่าเป็นไฮไลค์ใหม่ของเขาค้อ ก็ว่าได้ ซึ่งเปิดเป็นทางการไปเมื่อไม่นานมานี้ นั่นคือ “โครงการทุ่งกังหันลมเขาค้อ”

ทุ่งกังหันลมเขาค้อ

แลนด์มารค์สุดชิค ในวิถีฮิพสเตอร์

“ทุ่งกังหันลมเขาค้อ” ตั้งอยู่ในพื้นที่ของหมู่บ้านเพชรดำ มีเนื้อที่ทั้งหมด 350 ไร่ เนื่องจากจุดที่ตั้งเป็นที่ราบบนยอดเขา สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,050 ม. ซึ่งทำให้สามารถมองทิวทัศน์กว้างไกลไปถึงวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

หากใครได้มาเยือนจะมองเห็นกังหันลมขนาดใหญ่ ความสูงต้นละกว่า 100 ม. รวมทั้งสิ้นจำนวน 24 ต้น ไม่ว่าจะอยู่บริเวณไหนของเขาค้อ รวมถึงแคมป์สน ก็จะสามารถมองเห็น ”โครงการทุ่งกันหันลม” ได้โดยง่าย ที่นี่เปิดผลิตกระแสไฟฟ้าตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บริเวณหน้าทางเข้าจะมีการจำหน่ายของที่ระลึก รวมถึงมีเครื่องเล่นอาทิ รถล้อเลื่อนฟอร์มูล่าม้ง และ ชิงช้าชาวเขา

สำหรับการเดินทางมายัง”โครงการทุ่งกังหันลมเขาค้อ” ถือเป็นการสัญจรที่สะดวกในรูปแบบถนนลาดยางตลอดเส้นทาง โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 2196 หากมาจากแคมป์สนขับตรงเลยทุ่งสมอประมาณ 3 กม.เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านเพชรดำก็จะเห็นกังหันลมขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านบน

Pino Latte

ร้านกาแฟมีสไตล์ ใกล้วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

ร้านกาแฟสุดฮิพพูดได้ว่าเปิดปุ๊บก็ดังปั๊บ เนื่องจากทำเลที่ตั้งมีทัศนียภาพที่สวยงาม แถมยังมองเห็นพระธาตุผาซ่อนแก้วได้ในระยะไม่ไกลนัก นอกจากร้านกาแฟ Pino Latte ยังมีบริการห้องพักให้เช่า ทั้งหมดมีอยู่ 5 หลัง หันหน้ามองวิวภูเขาเรียงราย ในช่วงเช้าจะมีทะเลหมอกให้ชมในบรรยากาศสุดโรแมนติค

ในส่วนของร้านกาแฟมีให้เลือกหลากเมนู สำหรับคอกาแฟนอกจากการดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์และการตกแต่งร้านในสไตล์โมเดริ์น รสชาติของกาแฟและเบเกอรี่ถือว่าเด็ดไม่แพ้ใคร

ร้านนี้หาไม่ยากเพราะอยู่ติดกับพระธาตุผาซ่อนแก้ว ขับรถตามถนนหมายเลข 12 สังเกตปากทางเข้าจะมีปั๊มน้ำมันปตท.หรือขับตามป้ายบอกทางไปยังพระธาตุผาซ่อนแก้วได้เลย

บ้านไร่ระเบียงหมอก

ที่พักสำหรับชาวคณะ สนนราคาย่อมเยา

สำหรับที่พักของทริพนี้ เป็นการนำเสนอผ่านไกด์กิตติมศักดิ์ซึ่งเป็นธุระจัดหาให้เสร็จสรรพ มีชื่อว่า “บ้านไร่ระเบียงหมอก” ที่นี่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องสถานที่พักแรมของหมู่คณะได้เป็นอย่างดี ในลักษณะบ้านพักตากอากาศหลังใหญ่ มีทั้งแบบห้องแยก และห้องรวม ซึ่งมีห้องน้ำในตัว พักได้ตั้งแต่ 2-10 คน

“บ้านไร่ระเบียงหมอก” จัดเป็นที่พักซึ่งรายล้อมด้วยทิวทัศน์ของเขาค้อได้อย่างชัดเจน บ้านทุกหลังก่อสร้างไล่ระดับตามไหล่เขา ทุกหลังมีครัวพร้อมภาขนะให้ประกอบอาหารเพื่อปาร์ตี้ท่ามกลางขุนเขาในบรรยากาศสุดบรรยาย

ราคาค่าใช้จ่ายสำหรับมาพักแรมที่บ้านไร่ระเบียงหมอกอยู่ที่ 1,500-6,000 บาท ตั้งอยู่ใกล้กับจุดชมวิวทะเลหมอกทางไปน้ำตกศรีดิษฐ์ ห่างจากสามแยกวัดเขาค้อพัฒนาประมาณ 1 กม.

การเดินทางในครั้งนี้ทุกสิ่งอย่างเป็นไปตามความคาดหวัง ทั้งประทับใจไปกับการใช้งานของ MG GS ที่นอกจากสมรรถนะของเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่างแบบ European Tuning Suspension ยังช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งทางขึ้นเขาที่ลาดชัน และทางโค้งที่ทำให้ได้อรรถรสในการทดสอบรถ สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆของเขาค้อยิ่งทำให้เป็นการเติมเต็มวันพักผ่อนได้เป็นอย่างดี

ฤดูฝนผ่านพ้นไป ฤดูหนาวใกล้เข้ามา หากเพื่อนๆยังไม่มีที่ไป ลองตามรอยผมดูได้เลยครับ แต่บอกไว้ก่อนว่า 2 วัน 1 คืน อาจไม่ใช่การพักผ่อนเพื่อชาร์จแบตให้ร่างกายได้สักเท่าไหร่ เนื่องจากเขาค้อยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง รู้อย่างนี้แล้ว ลองหาวันว่าง นัดเพื่อนหรือพาครอบครัวไปพักผ่อน เอาแบบที่ไม่ต้องเดินทางไกล ขับรถให้เหนื่อย เขาค้อยังมีที่เที่ยวอีกหลายแห่งรอให้ทุกคนไปสัมผัส และยิ่งถ้าได้พาหนะดีดี ช่วงล่างเฟริ์มแบบ MG GS ทริพพักผ่อนแบบนี้จะถือเป็นการชาร์จพลังให้ร่างกายที่สมบูรณ์แบบครับ

Facebook Comments
Share It!

AutoWorld

กูรู ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ นักทดสอบรถมืออาชีพ