ขับ “มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่” แวะกินผลไม้ เที่ยวสวนละไม จ.ระยอง

ทริพนี้เป็นการเข้าร่วมเดินทางทดสอบสมรรถนะของรถยนต์อีโค่คาร์ จากค่ายมิตซูบิชิ ทั้ง “มิราจ” และ “แอททราจ” ที่ได้รับการตกแต่งใหม่ ทั้งในด้านการเติมเต็มภาพลักษณ์สไตล์สปอร์ต รวมถึงเพิ่มเติมประโยขน์การใช้งานจากออฟชั่นที่นำมาติดตั้งในตัวรถเป็นครั้งแรก แต่มีอะไรที่ได้รับการติดตั้งใหม่ และสมรรถนะการขับขี่จะน่าประทับใจขนาดไหน ติดตามได้เลยครับ

รถที่ใช้เดินทางในครั้งนี้มีด้วยกัน 2 รุ่น ได้แก่ มิตซูบิชิ มิราจ และ แอททราจ รุ่นปี 2017 โดยแบ่งออกเป็นรุ่นละ 3 คัน และให้ผู้เข้าร่วมทดสอบกระจายออกไปนั่งคันละ 3 คน สำหรับรถคันที่ผมได้ใช้เป็นพาหนะ คือ มิราจ รุ่นท๊อฟไลน์ หรือชื่ออย่างเป็นทางการ คือ มิตซูบิชิ มิราจ จีแอลเอส-แอลทีดี ซึ่งได้รับการปรับปรุงภาพลักษณ์ภายนอกให้ต่างไปจากเดิมคือในส่วนของโคมไฟและกันชนหน้าที่ตกแต่งชุดไฟแบบ แอลอีดี

ในส่วนของมุมมองท้ายรถได้รับดีไซน์กันชนหลังและออกแบบไฟท้ายใหม่ มาพร้อมกับสปอยเลอร์หลังคาซึ่งมีไฟเบรคดวงที่สาม นอกจากนี้ยังได้รับการติดตั้งล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 15 นิ้ว หุ้มยาง 175-55

ห้องโดยสารภายในได้รับการตกแต่งให้ดูสปอร์ตด้วยการใช้เบาะหนังสีดำเย็บด้ายแดง พร้อมกับเติมเต็มประโยชน์ใช้สอยในด้านของการติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ครูสคอนโทรล บริเวณพวงมาลัย ที่คอนโซลกลางติดตั้งระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.5 นิ้ว ที่มากับฟีเจอร์ Apple Carplay และได้ทำการเปลี่ยนตำแหน่งของช่องต่ออุปกรณ์ USB ใหม่ เพื่อสะดวกต่อการใช้งาน

ขุมกำลังมาจากเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ฟ ไมเวค 12 วาล์ว ขนาดความจุ 1,193 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 78 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ INVECS-III CVT

ด้านความปลอดภัยนอกจากถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบเบรกเอบีเอส ระบบเสริมแรงเบรก BA ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว และระบบป้องกันการลื่นไถล ยังมีในส่วนของความปลอดภัยเชิงปกป้องอย่างระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบช่วยชะลอวามเร็วที่ความเร็วต่ำ ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็วและระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน

กิจกรรมนี้เริ่มออกเดินทางจากร้านอาหารเบลคแอนด์พาร์ค ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ มุ่งหน้าไปยังทางด่วนบูรพาวิถี ก่อนแวะพักรถช่วงเส้นเลี่ยงเมืองชลบุรี แล้วจึงเดินทางต่อไปยัง “สวนละไม” อาณาจักรผลไม้ท่ามกลางขุนเขา ณ จ.ระยอง

การเดินทางช่วงแรกจะใช้ทางด่วนซะส่วนใหญ่ รถ 1 คัน ผู้ร่วมเดินทางคันละ 3-4 ท่าน เนื่องจากรถในสไตล์อีโค่คาร์ เครื่องยนต์มีขนาดควาจุไม่ถึง 1.2 ลิตร เมื่อรวมกับน้ำหนักบรรทุกของผู้โดยสารอาจจะทำให้รถคันนี้ดูแบกรับภาระเยอพอสมควร และระบบช่วงล่างอาจจะนิ่มไปสักนิด และค่อนข้างหวิวเล็กน้อย สาเหตุน่าจะมาจากหน้ายางขนาด 175-55 ที่สัมผัสกับพื้นถนน ได้ค่อนข้างน้อย

เสียงลมที่เข้ามารบกวนในห้องโดยสารจะเริ่มมีมาเมื่อความเร็วสักประมาณ 110 กม./ชม.ส่วนนี้ถือว่าเป็นเสียงเร็ดรอดมาที่ความเร็วที่รับได้ และสำหรับการเดินทางไกล ตัวช่วยอย่าง ครูสคอนโทรล จึงเข้ามามีบทบาท เพื่อช่วยรักษาความเร็วและลดอาการเมื่อยล้าจากการขับขี่ได้พอประมาณ


รถคันนี้มีสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้คู่แข่ง นั่นคือความบันเทิงจากระบบเครื่องเสียงที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ Apple Carplay ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนระบบ IOS สามารถดาว์นโหลดบทเพลงไว้ฟังเพื่อความเพลิดเพลินได้ตลอดการเดินทาง

เราใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมงครึ่ง จากศุนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ ก็มาถึงยัง สวนละไม อาณาจักรผลไม้ นานาพันธุ์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 500 ไร่ ท่ามกลางขุนเขา ของ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง โดยมีการจัดวางผังปลูกผลไม้แต่ละชนิดอย่างเป็นระบบ และมีผลไม้ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว อาทิ ทุเรียน เงาะ มังคุด ส้มโอ ชมพู่ ลำไย สละแก้วมังกร ลองกอง มะเฟือง มะยงชิด องุ่น ซึ่งผู้มาเยือนจะสนุกกับบรรยากาศ และเพลิดเพลินไปกับการเก็บผลไม้สดๆ จากต้น ซึ่งมีรถบริการเข้าชมสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ให้ความรู้และข้อมูลตลอดการรับชม

สำหรับการเดินทางทดสอบสมรรถนะของ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ในครั้งนี้ อาจมีความแตกต่างจากรูปลักษณ์ภายนอกไม่มากเท่าที่ควร แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามานั่นคือความสปอร์ตจากชุดแต่ง และการทดสอบบนระยะทางไกลอาจไม่ได้ตอบโจทย์การเดินทางสำหรับรถในประเภทอีโค่คาร์ได้เท่าที่ควร แต่ฟีเจอร์ที่ได้รับการติดตั้งมาใหม่อย่าง Apple Carplay รวมถึงห้องโดยสารที่เก็บเสียงได้ค่อนข้างเงียบ ก็ทำให้เกิดสุนทรีย์แห่งการเดินทาง และผ่อนคลายได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง

Facebook Comments
Share It!