“อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” ทุบสถิติใหม่ ปักกิ่ง-ซีอาน 6,128 กม. ใช้งานทั้งวัน ไม่ดับเครื่องยนต์

อากาศที่เมือง ซีอาน เมืองหลวงของมลฑลซานซี ประเทศจีนในช่วงเดือนกรกฎาคมโดยปกติจะยังอยู่ในฤดูร้อน แต่ปีนี้ร้อนมากจนว่ากันว่าร้อนที่สุดในรอบกว่า 100 ปี ทะลุ 42 องศาเซลเซียส

เมืองซีอานต้อนรับผมและคณะสื่อมวลชนไทยคณะใหญ่ด้วยอากาศร้อนขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความตื่นเต้นที่ได้มาเยือนเมืองซีอานลดน้อยถอยลง หนึ่งคือ เมืองนี้เป็นเมืองที่อยู่ใจกลางของจีน เป็นหัวใจของมังกร ด้วยความที่เป็นจุดกำเนิดอารยธรรมจีน เป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ใหญ่ที่ปกครองจีนมาถึง 13 ราชวงศ์ เนิ่นนานกว่า 3000 ปี มีบุคลสำคัญในประวัติศาสตร์จีนเกี่ยวข้องกับ เมืองซีอาน ไม่ใช่น้อย อาทิ จิ๋นซีฮ่องเต้ ผู้สร้างสุสานของตัวเองอย่างยิ่งใหญ่บนพื้นที่กว่า 56 ตารางกิโลเมตร และเพิ่งจะถูกขุดค้นพบเมื่อปี 1974 นี่เอง แม้ส่วนที่ขุดพบจะเป็นเพียงไม่ถึง 10% ของทั้งหมดแต่หุ่นนักรบหินที่ปั้นขึ้นเพื่อเป็นข้ารับใช้ จิ๋นซีฮ่องเต้ นับพันตัวหน้าตาไม่เหมือนกันแม้แต่คู่เดียว และข้าวของเครื่องใช้ ศาตราอาวุธอื่นๆอีกมากมายล้วนตะลึงโลกจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเป็นที่เรียบร้อย,พระถังซำจั๋ง ผู้ดั้นด้นเดินทาง17ปีจากซีอานไปยังอินเดียเพื่อศึกษาแก่นแท้ของพระธรรม และอัญเชิญพระไตรปิฎกกลับมาถึงจีน เผยแผ่พุทธศาสนาเป็นที่เลื่อมใสจนถึงวันนี้และเป็นต้นทางตำนานเรื่องราวตัวละครอิงประวัติศาสตร์ หงอคง ตือโป้ยไก๋ ซัวเจ๋ง ที่ร่วมเดินทางปราบมารผจญไปกับ พระถังซำจั๋ง มีเจดีย์วัดห่านป่าใหญ่ที่ท่านสร้างขึ้นมาตั้งอยู่ที่เมืองซีอานนี้ปัจจุบันเป็นที่เก็บรวบรวม ประวัติและพิพิธภัณฑ์ของ พระถังซำจั๋ง ให้ได้ศึกษา , พระนางบูเชคเทียน จักรพรรดินีพระองค์แรกและพระองค์เดียวแห่งแผ่นดินจีน และยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมายเช่น กำแพงเมืองซีอานที่มีความสูงใหญ่ยาวถึงกว่า 17 กิโลเมตร ,วัดเส้าหลินเป็นต้น

ความดึงดูดของ ซีอาน กับการเดินทางครั้งนี้มีความน่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งและเป็นเรื่องหลักของการเดินทางครั้งนี้คือ การมาร่วมเป็นสักขีพยาน การฉลองครบรอบ 60 ปีของการดำเนินธุรกิจของอีซูซุในประเทศไทย ด้วยการจัดภารกิจครั้งใหม่พิสูจน์ความ “จิ๋วแต่เจ๋ง” ในแบบอึด ถึก ทน ของนวัตกรรมเปลี่ยนโลก “คาราวาน “อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” พิสูจน์ความแกร่ง ประหยัด 6,128 กม. วิ่งทั้งวันทั้งคืนไม่ดับเครื่องยนต์” เส้นทางปักกิ่ง (กำแพงเมืองจีน) – ออร์โดส – ซีอาน ภาคต่อของบททดสอบสมรรถนะความทนทานของเครื่องยนต์ “อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” ครั้งแรกของโลกที่จัดขึ้นเมื่อปลายปี พ.ศ. 2558 ทดสอบการเดินทาง ต่อเนื่อง ทั้งวัน ทั้งคืน โดยไม่ดับเครื่องยนต์ผ่าน 3 ประเทศ ไทย ลาว และสิ้นสุด ณ เมืองอุรุมชี (Urumqi) เขตปกครองตนเองซินเจียง (Xingjiang) ประเทศจีน บนเส้นทางอันแสนโหด ระยะทาง 5,755 กิโลเมตร

ภารกิจครั้งนี้ประสบความสำเร็จสร้างสถิติใหม่ด้านความทนทานของยอดเครื่องยนต์ประหยัดน้ำมันอีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ด้วยระยะทาง 6,128 กม. ภายในเวลาเพียง 80 ชั่วโมง โดยไม่ดับเครื่องยนต์ ท้าพิสูจน์ความทนทานทุกสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศ มาถึงสวนสาธรณะสรวงสรรค์แห่งราชวงศ์ถัง ใจกลางเมืองซีอานอย่างปลอดภัยในสภาพสมบูรณ์ทั้งรถและผู้ขับขี่ ท่ามกลางอุณหภูมิกว่า 40 องศาเซลเซียสในขณะนั้น

นางปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวอย่างภาคภูมิใจถึงการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “ในวาระฉลองครบรอบ 60 ปีของการดำเนินธุรกิจอีซูซุใน ประเทศไทย กลุ่มตรีเพชรได้จัดกิจกรรมพิเศษหลากหลายรูปแบบ และหนึ่งในกิจกรรมนี้คือ การจัด “คาราวาน “อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” พิสูจน์ความแกร่ง ประหยัด 6,128 กม. วิ่งทั้งวันทั้งคืนไม่ดับเครื่องยนต์” ซึ่งเป็นบททดสอบสุดหฤโหดที่ยังไม่มีผู้ใดกล้าทำมาก่อนนอกจากอีซูซุ โดยอีซูซุได้เคยจัดกิจกรรมนี้ขึ้นเป็นครั้งแรกในโลกเมื่อปลายปี พ.ศ.2558 ระยะทาง 5,755 กม. ไทย-ลาว-จีน (อุรุมชี) สำหรับการเปิดตัวรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์” และ “เครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ นวัตกรรมเปลี่ยนโลก!” ซึ่งตอกย้ำความมั่นใจในประสิทธิภาพด้านความแข็งแกร่งทนทานของเครื่องยนต์ที่เรียกได้ว่า “จิ๋วแต่เจ๋ง” ได้เป็นอย่างดี”

นางปนัดดา กล่าวเสริม “ความสำเร็จของการเดินทางในปีนี้ ซึ่งเป็นภาคต่อของบททดสอบแรกจึงต้องท้าทายมากยิ่งขึ้น ด้วยเส้นทางที่แปลกใหม่ และระยะทางที่ยาวไกลกว่าที่เคยจัดมา พิสูจน์โดยรถอีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ มาตรฐานโรงงาน เกียร์ออโตเมติก และเกียร์ธรรมดา รวม 2 คัน ขับโดยผู้ใช้รถอีซูซุตัวจริง 12 คน ซึ่งได้เข้าร่วมกิจกรรม “อีซูซุไดร์ฟวิ่งคลับ” จัดเป็น 3 ทีมๆ ละ 4 คน ผลัดกันขับทั้งวันทั้งคืนไม่ดับเครื่องยนต์ในเส้นทางรวม 8 ระยะ จากมหานครปักกิ่ง ณ กำแพงเมืองจีน 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก สู่เมืองออร์โดส ที่อยู่ใจกลางเขตปกครองตนเองมองโกเลีย และไปสิ้นสุดที่เมืองซีอาน เมืองแห่งประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ของจีน จึงเป็นสถิติใหม่ที่ช่วยการตอกย้ำความแกร่งทนทานของเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ควบคู่ไปกับความประหยัดน้ำมันในแบบฉบับของอีซูซุ ซึ่งผ่านการประมวลผลโดยใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ “อีซูซุอินไซท์” เป็นตัวชี้วัด จึงเป็นบทพิสูจน์ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ หรือกล้าทำมาก่อน นอกจากอีซูซุ ทั้งนี้ตลอดการเดินทางจะมีคณาจารย์สักขีพยานจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือร่วมไปกับรถอีซูซุทั้ง 2 คันนี้ด้วย อีซูซุจึงขอขอบคุณในความร่วมมือของทุกท่านที่เกี่ยวข้องที่ทำให้กิจกรรมครั้งนี้ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา”

สมาชิกแต่ละทีมผู้ร่วมสร้างสถิติใหม่ของความทนทานและประหยัดน้ำมันของ “อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” ครั้งประวัติศาสตร์นี้ต่างผลัดกันเล่าถึงความประทับใจ

ธรรมนูญ ประเสริฐวัฒนากร – สุชาติ วรรณวิทย์ – อาคม มหิธิธรรมธร และ สุรพงษ์ บุญปลูก ของทีม1 กล่าวว่า “ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นมาก พอทราบว่าต้องช่วยกันขับถึง 6,128 กิโลเมตร ยิ่งอยากลองว่าจะเป็นอย่างไร ภารกิจจะสำเร็จหรือไม่ เมื่อได้ขับก็สัมผัสได้ถึงสมรรถนะความแรงของรถ ดีมากไม่มีตกเลย เส้นทางที่ขับก็จะเจอกับฝนตกหนักแถมยังขับในช่วงกลางคืน แต่ดีที่อีซูซุมีไฟตัดหมอก จึงช่วยได้เยอะมาก นอกจากนี้ ยังพบกับสภาพอากาศที่ร้อนมากในขณะที่อีกวันกลับเย็นลงอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่มีผลกระทบต่อรถอีซูซุเลย เรียกว่าพบกับทุกสภาพอากาศจริงๆ”

ชนะ แสงโพธิ์แก้ว – สุภาพ นิลเพ็ชร์ – จิรพันธ์ กัณทะพงษ์ และอุดม ทรงศรีสวัสดิ์ ของทีมที่ 2กล่าวว่า “ทีมที่ 2 ต้องพบกับเส้นทางที่เต็มไปด้วยรถบรรทุก และทางชัน ผ่านภูเขา และทางโค้งมากมาย แต่ก็สามารถเร่งแซงรถบรรทุกได้อย่างสบาย แรงดี ไม่มีตกเลยครับ บางช่วงก็เจอช่วงฝนตกหนักเช่นกัน ทำให้พื้นถนนลื่นและมีร่องน้ำข้างทาง ขับด้วยความเร็ว 110 – 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ก็ไม่มีอาการโคลงแต่อย่างใด สามารถยึดเกาะถนนได้ดีมากๆ มั่นใจมากครับ”

เพลิน แจ่มเพ็ชร – ศราวุธ แก้วผ่อง – สนธยา พูนมาด และสุเทพ เอี่ยมสำอางค์ ทีมที่ 3กล่าวว่า “ทีมที่ 3 พบกับอุปสรรคฝนตกหนัก ถนนขาด ขบวนจึงต้องเลี่ยงจากทางด่วนมาวิ่งในเส้นทางท้องถิ่น ต้องพบกับรถบรรทุกจำนวนมากยาวกว่า 7 กิโลเมตร ต้องแซงลัดเลาะมาเรื่อยๆ เพราะเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกชนกัน สภาพทางลาดชัน เลนสวนกัน ซึ่งรถบรรทุกเยอะมาก เจอเนินสูงชันตลอดทาง แต่รถอีซูซุอัตราเร่งดีมาก สามารถเร่งแซงได้สบายๆ”

สำหรับผมเองในเวลาที่ยืนอยู่ในจุดรอรับขบวนรถเข้าสู่จุดสิ้นสุดการเดินทาง ก็พลอยรู้สึกภูมิใจกับ ทีมงานผู้ขับขี่และทีมงานอีซูซุที่สร้างสรรค์กิจกรรมนี้ขึ้นมาเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาต้องผ่านการทุ่มเทอย่างมากกว่าจะเดินทางมาถึง เพื่อพิสูจน์ให้ได้ถึงสมรรถนะความอึดทนของเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ และทุกอย่างจบลงอย่างงดงามโดยมีความสำเร็จเป็นรางวัลอันยิ่งใหญ่

การเดินทางมาเยือนซีอานในครั้งนี้ประทับใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะ ซีอาน เป็นจุดศูนย์กลางความยิ่งใหญ่ของจีน ดังสถานที่ต่างๆที่เรามีโอกาสได้เยี่ยมชม และขอถ่ายทอดความยิ่งใหญ่นี้กลับไปถึงความสำเร็จอีกครั้งของ อีซูซุในวาระครบรอบ 60 ปีการดำเนินกิจการในประเทศไทย

Facebook Comments
Share It!