“The New Porsche Cayenne Turbo” ขุมพลัง 550 แรงม้า จัดการอากาศพลศาสตร์ใหม่ พร้อมเบรกสมรรถนะสูง

เปิดตัวครั้งแรกของโลกภายในงานมหกรรมยานยนต์ the 67th International Motor Show ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี The new Porsche Cayenne Turbo เจเนอเรชั่นที่ 3 รุ่นสูงสุดของคาเยนน์ (Cayenne) อีกครั้งกับการกำหนดบรรทัดฐานใหม่ให้แก่วงการ ยกระดับสมรรถนะสปอร์ต เครื่องยนต์ความจุ 4.0 ลิตร V8 เทอร์โบ 550 แรงม้า โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพการขับขี่บังคับควบคุมเร้าใจจากนวัตกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่อัดแน่นอยู่ภายใน อาทิ ระบบจัดการอากาศพลศาสตร์หรือ active aerodynamics มาพร้อมสปอยเลอร์หลังคาปรับอัตโนมัติ ระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติthree-chamber air suspension ยางหน้าหลังต่างขนาดและระบบเบรกสมรรถนะสูงรุ่นล่าสุด รวมถึงอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการอีกหลากหลายรายการ อาทิ ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear-axle steering หรือระบบควบคุมการทรงตัว electric roll stabilization ควบคุมด้วยแรงดันไฟฟ้า 48 โวลต์ มีอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งไปยังความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยระยะเวลาเพียง 4.1 วินาที

ชิ้นส่วนตัวถังด้านหน้าที่ได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ LED พร้อมระบบ Porsche Dynamic Light System (PDLS) เสริมสัมผัสแห่งรูปทรงอันสง่างามและเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้แก่ คาเยนน์ เทอร์โบ (Cayenne Turbo) ได้เป็นอย่างดี

ในการขับขี่ยามค่ำคืนสร้างความแตกต่างเหนือระดับในสไตล์ยนตกรรมเทอร์โบรุ่นหัวแถวของ คาเยนน์ (Cayenne) ด้วยระบบไฟส่องสว่างเฉพาะรุ่น double-row front light modules มุมมองด้านข้างตัวรถสุดดุดันด้วยล้ออัลลอยขนาดใหญ่ถึง 21 นิ้ว ลาย Turbo ติดตั้งเป็นพิเศษเฉพาะรุ่นเทอร์โบ (Turbo) เท่านั้น ลงตัวกับซุ้มล้อที่ได้รับการขนาดและพ่นสีเดียวกับตัวรถ ปลายท่อไอเสียคู่เอกลักษณ์ของรุ่นเทอร์โบ (Turbo) คือจุดเด่นของมุมมองด้านท้ายรถ แผงประตูและชิ้นส่วนตัวถังด้านหลังพ่นสีเดียวกับตัวรถ

งานตกแต่งภายในห้องโดยสารเน้นย้ำความเป็นปัจเจกยานยนต์สไตล์สปอร์ตเต็มรูปแบบ เสริมบรรยากาศสุดเร้าอารมณ์พร้อมกับเพิ่มอรรถประโยชน์สุดสะดวกสบายทุกฟังก์ชั่นการทำงานผสานเข้ากับระบบเครือข่ายการควบคุมสมบูรณ์แบบ แสดงผลและสั่งการผ่านหน้าจอสัมผัสความละเอียดสูง ด้วยแนวคิดในการออกแบบนวัตกรรมใหม่อย่าง Porsche Advanced Cockpit ที่บ่งบอกความเป็นเรือธงด้วยอุปกรณ์มาตราฐานระดับคุณภาพระบบเครื่องเสียงรอบทิศทางจาก BOSE® Surround Sound System ให้พละกำลังขับสูงสุด 710 วัตต์ มอบสัมผัสแห่งประสบการณ์ความเป็นเลิศให้แก่ผู้ขับขี่และผู้ด้วยสารด้วยเบาะนั่งแบบสปอร์ต ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า18 ทิศทาง หมอนรองศีรษะแบบฝังลงในตัวเบาะทุกตำแหน่งที่นั่งซึ่งเป็นเอกลักษณ์การใช้งานแบบใหม่ สะท้อนถึงภาพลักษณ์ยนตกรรมสปอร์ตในตำนานของปอร์เช่ 911 (Porsche 911) อย่างเด่นชัด ติดตั้งพวงมาลัยสปอร์ตอเนกประสงค์multi-function พร้อมระบบทำความร้อนดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่นเทอร์โบ (Turbo)

หัวใจหลักของพลังแห่งการขับเคลื่อน คาเยนน์ เทอร์โบ (Cayenne Turbo) คือ เครื่องยนต์ V8 รุ่นใหม่ล่าสุด ขนาดความจุกระบอกสูบ 4.0 ลิตร ติดตั้งระบบอัดอากาศเทอร์โบคู่ ให้พละกำลังสูงสุด 550 แรงม้า (404 กิโลวัตต์)มากกว่ารุ่นที่แล้วถึง 30 แรงม้า (22 กิโลวัตต์) พร้อมแรงบิดสูงสุดกว่า 770 นิวตันเมตร ที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นที่แล้วถึง 20 นิวตันเมตร เชื่อมต่อด้วยเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 จังหวะ Tiptronic S ให้อัตราเร่งชั้นยอดและความเร็วสูงสุดอันน่าตื่นเต้น

ถ่ายทอดพลังขับเคลื่อนสู่พื้นถนนอย่างสมบูรณ์แบบด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ active all-wheel drive และระบบPorsche Traction Management (PTM) คาเยนน์ เทอร์โบใหม่ (The new Cayenne Turbo) สามารถเร่งออกตัวจากจุดหยุดนิ่งไปยังความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 4.1 วินาที (3.9 วินาที เมื่อติดตั้งชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono) และสามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 286 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เอกลักษณ์หนึ่งของขุมพลังเครื่องยนต์ยุคใหม่ คือ ระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์ติดตั้งบริเวณกึ่งกลางกระบอกสูบรูปตัว V หรือ“central turbo layout” ท่อไอเสียระหว่างห้องเผาไหม้และชุดอัดอากาศเทอร์โมที่สั้นลง ส่งผลให้เครื่องยนต์มีการตอบสนองเพิ่มมากขึ้นซึ่งหมายความว่าด้วยลักษณะการวางตำแหน่งของเทอร์โบแบบใหม่ ช่วยให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดข้อดีจากขนาดของโครงสร้างที่เล็กลง ทำให้สามารถติดตั้งเครื่องยนต์ในตำแหน่งที่ต่ำลงกว่าเดิม ผลลัพธ์ก็คือสมรรถนะการบังคับควบคุมที่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น สามารถเข้าโค้งความเร็วสูงได้อย่างแม่นยำ เฉียบคม จากจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง

โครงสร้างตัวถังและระบบรองรับที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ คือส่วนผสมสุดลงตัว 3 อย่างได้แก่ ความแม่นยำเที่ยงทรงของรถสปอร์ตสายพันธุ์แท้ ความนุ่มนวลสะดวกสบายในสไตล์รถซาลูนเปี่ยมสมรรถนะ และสุดท้ายคือ ศักยภาพในการท้าทายอุปสรรคบนเส้นทางทุรกันดารซึ่งเป็นคุณลักษณะของยานยนต์ off-road ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้จากการทำงานของระบบช่วงล่างถุงลมอัตโนมัติ three-chamber air suspension พร้อมระบบปรับความหนืดโช้คอัพไฟฟ้า PASM เสริมขีดความสามารถให้แก่ตัวรถอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน


แนวคิดใหม่สำหรับการติดตั้งยางหน้าและหลังต่างขนาดเป็นมาตราฐานด้วยยางรถยนต์คู่หน้าขนาด 285/40 และยางรถยนต์คู่หลังขนาด 315/35 ถ่ายทอดจากการออกแบบพัฒนารถสปอร์ตสมรรถนะสูง โดยมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มเสถียรภาพและการส่งกำลังทั้งในแนวราบและแนวดิ่ง ชุดสปริงถุงลมนวัตกรรม three air chambers ใหม่ล่าสุด ถูกนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับระบบปรับความสูงใต้ท้องรถเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการบุกตะลุยเส้นทาง off-road ได้ตามความต้องการ

นอกจากนี้ระบบดังกล่าวพร้อมรองรับการทำงานถึง 5 ลักษณะ สำหรับการเดินทางบนถนนปกติหรือนอกเส้นทางถนนผสานการทำงานร่วมกับอุปกรณ์พิเศษอย่าง ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear-axle steering ระบบควบคุมการทรงตัวด้วยอิเล็กทรอนิกส์ Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) roll stabilization ควบคุมด้วยไฟฟ้าแรงดันสูง 48 โวลต์และระบบ Porsche Torque Vectoring Plus (PTV+) จึงไม่น่าแปลกใจที่ Cayenne Turbo จะให้สมรรถนะในการขับขี่และบังคับควบคุมเทียบเท่ากับรถสปอร์ตพันธุ์แท้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็พร้อมตอบสนองต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมในการเข้าโค้งที่ได้รับการพัฒนาขึ้น เช่นเดียวกับความนุ่มนวลสะดวกสบายยามโดยสารเดินทาง

The new Cayenne Turbo ถือได้ว่าเป็นยนตกรรมสปอร์ต SUV รุ่นแรกที่ได้รับการติดตั้งชุดสปอยเลอร์หลังคาปรับระดับอัตโนมัติ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญของระบบจัดการอากาศพลศาสตร์ active aerodynamics ด้วยศักยภาพในการปรับตำแหน่งองศาการทำงานเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในแต่ละสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มแรงกดให้แก่ตัวถังด้านท้ายรถและในตำแหน่ง airbrake ช่วยลดระยะทางที่ใช้ในการชะลอความเร็วของระบบเบรกในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง เมื่อเบรกเต็มที่จากความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


สุดยอดยนตกรรม SUV จาก PORSCHE สามารถหยุดสนิทด้วยระยะทางที่สั้นกว่าเดิมถึง 2 เมตร ระบบจัดการอากาศพลศาสตร์ชั้นยอด ประสานการทำงานร่วมกับระบบเบรกสมรรถนะสูงชั้นเยี่ยม ใหม่ล่าสุดด้วย Porsche SurfaceCoated Brake (PSCB) ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตราฐานเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้แก่ระบบเบรก ด้วยการเคลือบสาร ทังสเตน คาร์ไบด์ (Tungsten Carbide) ลงบนพื้นผิวของจานเบรกเหล็กหล่อทำหน้าที่เพิ่มแรงเสียดทานให้แก่จานเบรกเพื่อลดระยะทางที่ใช้ชะลอความเร็ว รวมไปถึงลดการสึกหรอและลดฝุ่นผงที่เกิดขึ้นจากการใช้งานไปพร้อมกัน นั่นหมายถึงความสะอาดสวยงามของวงล้ออัลลอยที่เป็นประโยชน์ทางอ้อมอีกด้วยทั้งนี้ระบบเบรกที่มีสมรรถนะการทำงานสูงสุด ยังคงเป็นระบบเบรกเซรามิก PorscheCeramic Composite Brake (PCCB) ซึ่งสามารถติดตั้งเป็นอุปกรณ์พิเศษ

Facebook Comments
Share It!