“Mercedes-Benz StarFest 2017” กิจกรรมทดสอบรถ พร้อมมอบสิ่งของและทุนการศึกษา

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อกิจกรรม “Mercedes-Benz StarFest 2017” ด้วยกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ชวนคณะสื่อมวลชน ร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล ด้วยการจัดขบวนคาราวานรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์เดินทางส่งมอบชุดเครื่องเขียนที่ประทับตราพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเงินทุนการศึกษาแก่โรงเรียนตามจังหวัดต่างๆ

กิจกรรม ‘Mercedes-Benz StarFest 2017’ ได้แบ่งออกเป็น 4 ทริพ เริ่มจาก โรงเรียนโสตศึกษา จ.สุรินทร์, โรงเรียนบ้านแม่ไคร้ จ.เชียงใหม่, สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและครอบครัว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น และสถานสงเคราะห์มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย จ.ภูเก็ต

ด้านกิจกรรมที่จัดขึ้นในจังหวัดขอนแก่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำคณะสื่อมวลชนออกเดินทางจาก กรุงเทพฯ-ขอนแก่น เป็นระยะทางกว่า 431 กิโลเมตร พร้อมการสัมผัสถึงดีไซน์ล้ำสมัย สมรรถนะอันยอดเยี่ยม และระบบความปลอดภัยชั้นเลิศ ของยนตรกรรมรุ่นล่าสุดในกลุ่ม Dream Car อย่าง C 250 Coupé AMG Dynamic, C 300 Cabriolet AMG Dynamic, Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé และ Mercedes-AMG SLC 43 กลุ่ม Contemporary Luxury อย่าง E 220 d Estate AMG Dynamic รวมถึงยนตกรรมรุ่นอื่นๆภายใต้แบรนด์ “EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz” อย่าง C 350 e AMG Dynamic และ S 500 e Executive จำนวนรวมกว่า 7 คันอีกด้วย

ก่อนเริ่มเดินทาง สื่อมวลชนได้ทำการจับฉลากเพื่อแบ่งรถยนต์ในกลุ่ม Dream Car ทั้ง 7 คัน

คันแรกที่ได้สัมผัสคือ Mercedes Benz C 300 Cabriolet AMG Dynamic ยนตรกรรมเปิดประทุนหลังคาผ้าใบที่ผสมผสานดีไซน์หรูหราโดดเด่นของรถยนต์ซาลูนตระกูล C-Class เข้ากับความสปอร์ตปราดเปรียวและเร้าใจของรถยนต์สไตล์ Coupé ไว้ได้อย่างลงตัว


ด้วยหลังคาที่เป็นผ้าใบทำให้ The new C 300 Cabriolet เป็นรถยนต์ที่มีน้ำหนักเบา รวมไปถึงการใช้วัสดุที่เป็นอลูมินัมอัลลอยในการประกอบทั้งสปอยเลอร์ ฝากระโปรงหน้า และฝากระโปรงหลังของตัวรถ โดยหลังคาสามารถกางเปิดหรือพับปิดได้ในเวลาเพียง 21วินาที ขณะที่รถวิ่งที่ความเร็วสูงสุด 50 กม./ชม.

ภายในห้องโดยสารบ่งบอกถึงความหรูหราในสไตล์ของรถยนต์ในตระกูล C-Class ได้เป็นอย่างดี ด้วยการเลือกใช้วัสดุชั้นดีมีคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งหุ้มหนังที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับกับทุกสรีระของผู้โดยสารรวมถึง ไฟห้องโดยสารปรับแต่งได้หลากหลาย

นอกจากนี้ยังมีพวงมาลัยสปอร์ตแบบมัลติฟังก์ชั่น (Multifunction Sports Steering Wheel) และยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ออกแบบมาจากการวิจัยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง เช่น ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับรถ (ATTENTION ASSIST) และระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist) ที่จะทำหน้าที่ส่งสัญญาณเตือนเมื่อระยะห่างระหว่างรถคันข้างหน้าน้อยเกินไป และอีกมากมาย

เครื่องยนต์เป็นแบบเบนซิน 4 สูบ ขนาดความจุ 1,991 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ พร้อมแรงบิด 370 นิวตันเมตร ที่1,300-4,000 รอบ ติดตั้งระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) ที่มีความโดดเด่นในด้านการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล

สำหรับการเดินทางระยะไกล ฟังค์ชั่น Dynamic Select ที่มีโหมดการขับขี่อันหลากหลาย ทำสัมผัสถึงการขับขี่แบบเร้าใจหรือการขับขี่แบบนุ่มสบายตลอดการเดินทางได้ในคันเดียว โดยระบบนี้มีโหมดการขับขี่ 4 แบบ คือ Individual ที่สามารถช่วยจดจำรูปแบบการขับขี่ของผู้ขับได้, Comfortช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลาย เหมาะกับการวิ่งบนถนนที่ลื่น, Sport เน้นการเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น


คันต่อมาคือ Mercedes Benz S 500 Executive ยนตรกรรมระดับพรีเมียมที่หรูหรา สง่างาม ผสมผสานแนวคิดการออกแบบที่ทันสมัย กระจังหน้าดีไซน์เป็น 3 มิติ มีฝากระโปรงแบบ Long Bonnet ด้านข้างสวยงามด้วยเส้นสายที่พริ้วไหว เส้นหลังคา หรือ Roof Line ลาดเทไปยังด้านท้าย


ห้องโดยสารหรู อลังการและคงเอกลักษณ์ของความเป็นผู้นำไว้อย่างคลาสสิค ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ทั้งลายไม้และเบาะหนังแท้ รวมถึง Ambient Lighting ซึ่งเป็นไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารที่สามารถปรับได้ถึง 7 เฉดสี เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa แบบ Exclusive package ตัดเย็บลายเบาะแบบ diamond design หรูหรา นั่งสบาย

พลังหลักของ S 500 e มาจากเครื่องยนต์เบนซินรูปตัววีแบบ 6 สูบ อัดอากาศด้วยระบบเทอร์โบคู่ ขนาดความจุ 2,996 ซีซี ให้แรงม้าสูงสุดที่ 333 แรงม้า ที่ 5,250-6,000 รอบ/นาที และแรงบิด 480 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,600-4,000 ต่อนาที ผสมรวมกับพลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังถึง 85 กิโลวัตต์ ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 7G-TRONIC PLUS พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

ความโดดเด่นของ S 500 e ซึ่งทำให้การเดินทางไกลสะดวกสบายมาจากระบบช่วงล่างแบบถุงลมที่นุ่มนวล และมั่นใจได้ตลอดการเดินทาง ระยะทางเกือบ 100 กม.ที่ได้ทดลอง ผมอาจจะโฟกัสไปที่ระบบ PLUG-IN HYBRID เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เป้าหมายถูกเบนความสนใจไปที่ความสะดวกสบายของห้องโดยสาร แน่นอนว่าค่ายดาวสามแฉกนั้นไม่บกพร่องในหัวข้อนี้

รุ่นสุดท้ายที่ได้ลองคือ Mercedes Benz E 220 d Estate AMG Dynamic รถตรวจการณ์ที่การผสานความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความสง่างามของรถยนต์แบบซาลูน เข้ากับประสิทธิภาพของการใช้งานในชีวิตประจำวันของรถยนต์แบบ เอสเตท ได้อย่างลงตัว ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมกับเส้นสายหลังคาลาดเอียงเสริมลุคที่ดูสปอร์ต โฉบเฉี่ยว พร้อมชุดแต่งรอบคันแบบ AMG Bodystyling

ห้องโดยสารภายในตกแต่งด้วยเบาะหนัง Nappa พร้อมด้วยระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารด้วยเทคโนโลยี Full LED ปรับเปลี่ยนได้ถึง 64 สี, ระบบเครื่องเสียง Burmester® ติดตั้งระบบเสียงรอบทิศทางแบบ DSP Amplifier พร้อมลำโพง 13 ตัว, กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360˚ camera และหลังคาแบบพาโนรามิคซันรูฟ

เครื่องยนต์เป็นแบบดีเซล 4 สูบ เทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 1,950 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้าที่ 3,800 รอบ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) ถึงแม้ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซลแต่ก็ไม่ได้มีอัตราเร่งที่ด้อยไปกว่ารถอีกหลายรุ่นที่เข้าร่วมการเดินทาง เพราะอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม.ทำได้ในเวลาเพียง 7.7 วินาที และความเร็วสูงสุดทะลุ 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

รถยนต์รุ่นนี้ยังได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่บรรจุสัมภาระอันกว้างขวางที่มีความจุถึง 670-1,820 ลิตร พร้อมด้วยเบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังที่สามารถพับลงได้แบบ 40:20:40 ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณและรูปแบบสัมภาระของผู้ใช้ในแต่ละครั้ง

นอกจากนี้ยังสามารถปรับพนักพิงของที่นั่งด้านหลังให้เอียงเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมประมาณ 10 องศา พร้อมกับอุปกรณ์ติดตั้งมาตรฐานKEYLESS-GO Comfort package พร้อมฟังก์ชันเปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติ HANDS FREE ACCESS รวมถึงแผ่นปิดที่เก็บสัมภาระด้านท้าย แบบดึงกลับ-เลื่อนเปิดขึ้นอัตโนมัติ

ลองรถเสร็จก็ถึงเวลาที่จะนำ ชุดอุปกรณ์เครื่องเขียน และสิ่งของอุปโภคบริโภคต่างๆรวมถึงทุนการศึกษา ไปส่งมอบให้กับสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น

ส่วนใหญ่ผู้ที่มาอยู่ในสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กแห่งนี้ จะมีที่มาต่างกันทั้งที่มีความประพฤติตนไม่สมควรแก่วัย เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูไม่เหมาะสม ถูกทารุณทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจ

การเดินทางในครั้งนี้ นอกจากการได้ทดลองขับรถยนต์ทั้ง 3 รุ่น สื่อมวลชนที่เข้าร่วมเดินทางยังได้อิ่มบุญจากการส่งมอบทั้งเงินและสิ่งของบริจาค เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก และถือเป็นการทำสาธารณกุศลที่จบลงอย่างมีความสุขทั้งผุ้ให้ และ ผุ้รับ

Facebook Comments
Share It!