“ALL-NEW MAZDA CX-5” กับวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นที่สุด

เอสยูวีรุ่นธงคันล่าสุดจากค่าย ซูม-ซูม มาพร้อมความเปลี่ยนแปลงสู่เจนเนอเรชั่นที่ 2 ตามแนวคิดการออกแบบที่เรียบง่ายแต่แฝงด้วยความโฉบเฉี่ยวสไตล์ KODO DESIGH โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟรุ่นล่าสุด ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน จนได้รับการยอมรับจากผู้ใช้รถทั่วโลก เปิดตัวด้วยกันทั้งหมด 5 รุ่น เริ่มจากราคา 1.29 ล้านบาท ในรุ่น 2.0 C ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร 165 แรงม้า จวบจนถึงตัวท๊อฟ รุ่น XDL เครื่องยนต์คลีนดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร 175 แรงม้า ราคาจำหน่าย 1,770,000 บาท

ทยอยอวดโฉมพร้อมวางจำหน่ายทีละประเทศทั้งญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศทั่วโลก ล่าสุดก็ถึงคิวของประเทศไทยกับการเปิดตัว ALL-NEW MAZDA CX-5 เจนเนอเรชั่น 2 โดยโมเดลแรกนั้นกวาดยอดขายไปแบบถล่มทลายกว่า 1.5 ล้านคัน ในบ้านเราสามารถทำตัวเลขได้ถึง 18,000 คัน ตลอดระยะเวลาการขายกว่า 4 ปีเต็ม แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีที่มาถูกทาง ทำให้ได้กระแสตอบรับจากลูกค้าชาวไทยอย่างท่วมทัน


ALL-NEW MAZDA CX-5 เจนเนอเรชั่นที่ 2 ถือเป็นการต่อยอดเทคโนโลยีจากจุดเด่น 5 ประการ ซึ่งได้หลอมรวมให้รถคันนี้เป็นที่สุดของที่สุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “MAKE ALL CHAPTERS REMARKABLE หรือ เป็นที่สุดในทุกบทบาท”

จุดเด่นแรกมาจากความสง่างามของการออกแบบภายใต้ “KODO DESIGH SOUL OF MOTION” หรือ จิตวิญญาณแห่งความพลิ้วไหว รูปลักษณ์โดยรวมนั้นแสดงถึงความงดงาม และ ทรงพลัง ผนวกกับความหรูหราและปราดเปรียวในสไตล์ยุโรป ไฟหน้าเล็กและเรียวมากกว่ารุ่นก่อน เป็นแบบโปรเจคเตอร์แอลอีดีพร้อมระบบปรับระดับและเปิด-ปิดแบบอัตโนมัติ หน้ากระจังเปลี่ยนจากลายขวางเป็นรูปแบบของตาข่ายมีโลโก้ขนาดใหญ่ที่ซ่อนเซ็นเซอร์ของระบบความปลอดภัยไว้อย่างกลมกลืน รุ่นท๊อฟ (XDL) จะมีซันรูฟไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ล้ออัลลอยเป็นอีกหนึ่งความชัดเจนที่ดูแปลกตาไปจากรุ่นเดิม รวมถึงไฟท้ายที่เรียวเล็กในรูปแบบแอลอีดี ซิกเนเจอร์ พร้อมเพิ่มเติมความสะดวกสบายให้กับการปิด-เปิดฝากระโปรงท้ายด้วยระบบไฟฟ้าใช้งานง่ายเพียงกดปุ่มหรือควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรล

ภายในใช้วัสดุเกรดพรีเมียมพร้อมการดีไซน์อย่างประณีต คอลโซลหน้าเป็นแบบ METAL WOOD ผสานความสปอร์ตด้วยการตกแต่งคอนโซลกลางและหุ้มขอบช่องปรับอากาศด้วยวัสดุสีเงิน เบาะหนังสีดำเดินด้ายสีน้ำตาลและเบาะคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า แต่รุ่นก่อนหน้าสามารถปรับไฟฟ้าได้แค้เพียงเบาะผู้ขับขี่ เบาะหลังเพิ่มความสะดวกสบายโดยสามารถปรับเอนและพับได้ทั้ง 3 ส่วน ในรูปแบบ 40:20:40 บริเวณที่พักแขนมีช่องเสียบ USB 2 ช่อง ที่บริเวณพนักวางแขน พร้อมเพิ่มความเย็นให้กับผู้โดยสารแถว 2 ด้วยช่องแอร์บริเวณหลังที่พักแขนของคอนโซลกลาง

พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ติดตั้งปุ่มควบคุมการทำงานในรูปแบบมัลติฟังค์ชั่น สำหรับในด้านของพลังเสียง มาสด้าได้เติมเต็มสุนทรียในการเดินทางให้กับ ALL-NEW MAZDA CX-5 รุ่น ด้วยชุดลำโพงระดับไฮเอนด์ของ BOSE SOUND SYSTEM พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง ส่วนรุ่นอื่นๆจะติดตั้งลำโพง 6 ตำแหน่ง

จุดเด่นที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดอีกหนึ่งประการนั่นคือระบบ MZD CONNECT ซึ่งล้ำหน้าไปกับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ โดยสามารถอัพเดททุกข้อมูลการสื่อสารได้ตลอดการเดินทาง แสดงการทำงานผ่านจอทัชสกรีนดีไซน์ใหม่ขนาด 7 นิ้ว รวมถึงสั่งการด้วยเสียงแบบ Voice Command และ ปุ่มควบคุม Center Commander บริเวณคอนโซลกลางที่ใช้งานสะดวกและง่ายดาย ใกล้กันจะมีระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อมสวิตช์สั่งการระบบ AUTO HOLD เพื่ออำนวยความสะดวกสบาย

นอกจากนี้ยังปรับเปลี่ยนจอแสดงข้อมูลการขับขี่จากเดิมเป็นกระจกป๊อบอัพบริเวณเหนือพวงมาลัย เปลี่ยนมาเป็นแสดงผลบนกระจกหน้าในรูปแบบ WINDSHIELD ACTIVE DRIVING DISPLAY

ประเด็นต่อมาคือการพัฒนาของ SKYACTIVE TECHNOLOGY ในรูปแบบของขุมพลัง 2 ทางเลือกได้แก่ SKY ACTIV-D ใช้เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลอิเลคทรอนิคไดเร็คอินเจคชั่นแบบแถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT ขนาด 2.2 ลิตร ติดตั้งระบบเทอร์โบชาร์จแบบ 2 ชั้น ให้กำลังสูงสูด 175 แรงม้าที่ 4,500 รอบ พร้อมแรงบิด 420 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที ซึ่งจะประจำการอยู่ใน ALL-NEW MAZDA CX-5 รุ่น XD และ XDL แต่จะแตกต่างในด้านของระบบขับเคลื่อน รุ่น XD จะขับเคลื่อนด้วย 2 ล้อหน้า ส่วน XDL จะเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ i-ACTIV AWD


ขุมกำลังอีกหนึ่งทางเลือกนั่นคือ SKY ACTIV-G ในรูปแบบของเครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้าที่ 6,000 รอบ พร้อมแรงบิด 210 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ปรับจูนเพื่อรองรับน้ำมันเชิ้อเพลิงอี 85 โดยเครื่องยนต์บล๊อคนี้จะประจำการอยู่ในรุ่น 2.0 C,2.0 S และ 2.0 SP ซึ่งมาพร้อมสวิตช์ DRIVE SELECTION เพื่อเลือกขับขี่ในโหมด SPORT เมื่อต้องการเร่งแซงหรือให้อัตราเร่งที่เพิ่มขึ้น

ขุมพลังทั้ง 2 ทางเลือกส่งกำลังผ่านระบบ SKYACTIV-DRIVE ในรูปแบบของเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมแมนนวลโหมด ACTIVE MATIC ชูจุดเด่นในด้านการเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่น ให้อัตราเร่งต่อเนื่องและตอบสนองแม่นยำ

SKYACTIVE TECHNOLOGY ยังรวมไปถึงระบบช่วงล่าง SKYACTIVE-CHASSIS ด้านหน้าเป็นแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบอิสระมัลติลิงค์ พร้อมติดตั้งเหล็กกันโคลงด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงโครงสร้างตัวถังใหม่ภายใต้ชื่อ SKYACTIV-BODY ผลิตจากเหล็กกล้าคุณภาพสูง แต่เบา และ แกร่ง เพิ่มความแข็งแรงตรงรอยต่อระหว่างระบบรองรับและห้องโดยสาร ในขณะที่ปรับรูปร่างของจุดเชื่อมต่อในแต่ละจุดให้ใหญ่ขึ้น เพิ่มความหนาของแผ่นเสริมชิ้นส่วนของระบบรองรับทั้งฝั่งซ้ายและขวา ฐานของเสาเอใหญ่และแกร่งขึ้น ส่งผลให้มีความแข็งแรงต่อแรงบิดตัวเพิ่มขึ้น 15 % เมื่อเทียบกับ CX-5 เจนเนอเรชั่นแรก

ทั้งนี้ยังมีการปรับสมรรถนะด้านเสียง การสั่นสะเทือน และความแข็งกระด้าง ด้วยการลดเสียงรบกวนในย่านความถี่ต่ำ รวมถึงการวิเคราะห์การสั่นสะเทือนในทุกจุดของรถ ได้แก่ ยาง ล้อ ระบบกันสะเทือน และ ตัวถัง เพื่อสภาพแวดล้อมภายในห้องโดยสารที่เงียบสงบซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารเพลิดเพลินไปกับการสนทนาที่ปราศจากความเครียดขณะขับขี่ นอกจากนี้ยังมีการลดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานลงถึง 6 % เมื่อเทียบกับ CX-5 รุ่นก่อนหน้า

SKYACTIV-VEHICLE DYNAMIC เป็นอีกจุดเด่นที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาจากรถมาสด้าหลายๆโมเดลรวมถึง CX-5 ในเจนเนอเรชั่นแรก ตลอดจนพัฒนามาถึง ALL-NEW MAZDA CX-5 มีวัตถุประสงค์เพื่อผสานรถทั้งคันตลอดจนเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ โครงสร้างตัวถัง c]tงระบบช่วงล่าง โดยให้ทุกอย่างทำงานประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อส่งมอบความสุขในการขับขี่ภายใต้แนวคิด JINBA-ITTAI ซึ่งมุ่งหวังให้ผู้ขับกับรถรวมเป็นหนึ่งเดียว และผู้โดยสารจะสัมผัสถึงความรู้สึกสบายตลอดการเดินทาง

เทคโนโลยี SKYACTIV-VEHICLE DYNAMIC สะท้อนมายังระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ G-VECTORING CONTROL ทำหน้าที่ในการควบคุมสมรรถนะในการขับขี่ให้แม่นยำและสมดุลโดยประมวลผลจากการบังคับพวงมาลัย ความเร็วของรถ รวมถึงน้ำหนักของเท้าที่กดลงบนคันเร่ง จากนั้นระบบจะควบคุมแรงบิดของเครื่องยนต์พร้อมถ่ายเทน้ำหนักที่เหมาะสมไปยังแต่ละล้อเพื่อการยึดเกาะถนน และควบคุมรถได้แม่นยำ

จุดเด่นประเด็นสุดท้ายคือเรื่องของเทคโนโลยี i-ACTIVESENSE เป็นการยกระดับความปลอดภัยเชิงป้องกันและปกป้องเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรอบคัน ซึ่ง ALL NEW MAZDA CX-5 ได้อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยพร้อมตัวช่วยการขับขี่ในรูปแบบต่างๆ ประกอบด้วย

ALH (Adaptive LED Headlamps) ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ปรับการทํางานของไฟ สูง – ต่ำ แยกอิสระ ซ้าย – ขวา โดยอัตโนมัติ ให้เหมาะสมกับสภาพถนน ระยะห่างจากตําแหน่งของรถคันหน้า หรือรถที่วิ่งสวนมา เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ยามค่ำคืน และช่วยให้การทํางานของไฟสูง ไม่ไปรบกวนรถคันอื่น

MRCC (Mazda Radar Cruise Control) ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ พร้อมปรับระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้า หากพบรถคันหน้าที่มีความเร็วน้อยกว่า ระบบจะทำการปรับลดความเร็วลงตามความเร็วของรถคันหน้าและรักษาระยะห่างกับรถคันหน้าให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ โดยผู้ขับสามารถปรับระยะห่างจากรถคันหน้าได้จากสวิตช์ที่พวงมาลัย ทั้งนี้ ระบบจะกลับไปใช้ความเร็วเดิมที่กำหนดไว้โดยอัตโนมัติเมื่อตรวจสอบแล้วว่าไม่มีรถอยู่ด้านหน้า

LDWS (Lane Departure Warning System) ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน ระบบจะส่ง สัญญาณเตือนไฟกะพริบบนหน้าปัด พร้อมส่งเสียง เตือน เมื่อตรวจพบการเบี่ยงออกนอกเลนโดยไม่ได้ ตั้งใจ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่ม ความมั่นใจในการขับขี่

DAA (Driver Attention Alert) ระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ช่วยเพิ่ม ความปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะขณะขับรถทางไกล ระบบจะติดตามพฤติกรรมและสมาธิในการขับขี่ หากตรวจพบความผิดปกติของพฤติกรรมการขับขี่ หรือขับขี่ติดต่อกันนาน ระบบจะขึ้นข้อความแนะนําให้หยุดพัก

LAS (Lane-keep Assist System) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ในกรณีที่ตรวจพบ การเบี่ยงออกนอกเลนโดยไม่ได้ตั้งใจ ระบบจะส่ง สัญญาณเตือนหรือเตือนโดยการสั่นที่พวงมาลัย และช่วยปรับทิศทางพวงมาลัยให้รถกลับเข้าสู่เลน ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุุ และเพิ่มความ ปลอดภัยในการเดินทาง ไฟต่ำมุมกว้าง เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่

SBS (Smart Brake Support) ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ ระบบจะตรวจจับระยะห่างระหว่างรถของคุณและรถคันหน้า หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจาก การชนรถคันหน้า ระบบจะส่งสัญญาณเตือนและเสียง เตือนอย่างต่อเนื่อง ถ้าผู้ขับไม่ได้ทําการเบรก ระบบ จะช่วยทําการเบรกโดยอัตโนมัติ เพื่อลดโอกาสในการ ชนรถคันหน้า

ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลนช่วยให้ผู้ขับปลอดภัยขณะเปลี่ยนเลน โดยระบบจะส่ง สัญญาณเตือน หากตรวจพบรถในเลนด้านข้างที่ กําลังแซงขึ้นมาจากทางด้านหลังและอยู่ในจุดที่ผู้ขับ อาจมองไม่เห็น

SCBS (Smart City Brake Support) ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ หากระบบตรวจสอบพบว่า ไม่สามารถเลี่ยงการชนได้ ระบบจะช่วยทําการเบรก โดยอัตโนมัติ เพื่อลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการชน ปะทะด้านหน้า เมื่อขับด้วยความเร็วต่ำ

SCBS-R (Smart City Brake Support-Reverse) ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง ช่วยลด ความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการชนขณะขับถอยหลังด้วยความเร็วต่ำ

RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง ระบบจะส่งสัญญาณเสียงเตือน พร้อมไฟกะพริบเตือน ที่กระจกมองข้างขณะขับรถถอยหลัง หากตรวจพบ ความเสี่ยงที่อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุุกับรถที่กำลัง เคลื่อนที่เข้ามาด้านหลัง

ระบบเข็มขัดนิรภัยแบบ Pretensioner and Load Limiter เข็มขัดนิรภัยเบาะคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ ผสานการทำงานร่วมกับระบบถุงลมนิรภัย โครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟ พร้อมถุงลมและม่านถุงลมนิรภัย

HLA (Hill Launch Assist) ระบบช่วยออกตัวรถขณะอยู่บนทางลาดชัน กล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะขณะถอยหลัง

เมื่อเหยียบเบรกกะทันหัน สัญญาณไฟเตือน ฉุกเฉินจะกะพริบอย่างรวดเร็วเพื่อเตือนรถคันหลังรถคันหลังสามารถลดความเร็วเมื่อเห็นสัญญาณไฟเตือนฉุกเฉินจากรถคันหน้า เมื่อผู้ขับขี่ถอนเท้าจากแป้นเบรก สัญญาณไฟเตือนฉุกเฉินจะดับโดยอัตโนมัติ เมื่อผู้ขับขี่เหยียบเบรกอย่างกะทันหันจนรถหยุดนิ่งสัญญาณไฟเตือนฉุกเฉินยังคงกะพริบเพื่อเตือนรถคันหลัง

ESS (Emergency Signal System) สัญญาณไฟกะพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกรถในภาวะฉุกเฉิน เพื่อส่งสัญญาณเตือนรถคันหลัง ทุกรุ่น

ABS 4 ล้อ พร้อม EBD ช่วยกระจายแรงเบรก

ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย

DSC: Dynamic Stability Control ช่วยควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ

HLA: Hill Launch Assist ช่วยการออกตัวของรถขณะอยู่บนทางลาดชัน

TCS: Traction Control System ช่วยป้องกันรถลื่นไถล

ALL NEW MAZDA CX-5 มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่

สีแดง โซล เรด คริสตัล Soul Red Crystal

สีเทา แมชชีน เกรย์ Machine Gray

สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล Snowflake White Pearl

สีเงิน โซนิค ซิลเวอร์ Sonic Silver

สีฟ้า ดีพ คริสตัล บลู Deep Crystal Blue

สีดำ เจ็ท แบล็ก Jet black


ALL-NEW MAZDA CX-5 ตั้งราคาจำหน่ายไว้ดังนี้

รุ่น 2.0 C เครื่องยนต์เบนซิน ราคาจำหน่าย 1,290,000 บาท

รุ่น 2.0 S เครื่องยนต์เบนซิน ราคาจำหน่าย 1,400,000 บาท

รุ่น 2.0 SP เครื่องยนต์เบนซิน ราคาจำหน่าย 1,530,000 บาท

รุ่น XD เครื่องยนต์คลีนดีเซล ราคาจำหน่าย 1,560,000 บาท

รุ่น XDL เครื่องยนต์คลีนดีเซล ราคาจำหน่าย 1,770,000 บาท


วิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาใหม่ในประเด็นต่างๆทั้ง 5 หัวข้อที่กล่าวมาในข้างต้น รวมถึงรายการส่งเสริมการขายที่จะเป็นกลยุทธ์ในการตัดสินใจซื้อของกลุ่มเป้าหมาย จะส่งผลให้ ALL NEW MAZDA CX-5 เข้าไปครองใจสาวกแห่งค่ายซูม-ซูมได้แน่นอน โดยผู้บริหารของบริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ 7,200 คันต่อปี คงสามารถกวาดยอดจำหน่ายได้ไม่ยากเย็น

Facebook Comments
Share It!