Testdrive: “New MG ZS” รถอเนกประสงค์สัญชาติอังกฤษ…คุณภาพเกินราคา

เอสยูวีกลุ่ม B-Segment รูปลักษณ์สะดุดตา ภายในโอ่อ่า พร้อมระบบสั่งการอัจฉริยะ i-Smart โดยใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่น และคำสั่งเสียงภาษาไทย ขุมพลังขนาด 1.5 ลิตร 114 แรงม้า เกาะถนนมั่นใจได้กับช่วงล่างระบบ Euro Tunning รุ่นท๊อพจำหน่ายในราคาเพียง 789,000 บาท

หลังจากเปิดตัวเพียงอาทิตย์เศษๆ ก็กวาดยอดจองไปแล้วกว่า 700 คัน เป็นไปตามความคาดหวังที่ว่า New MG ZS ต้องได้การตอบรับอย่างดี เพราะนอกจากคุณสมบัติต่างๆของความเป็นรถอเนกประสงค์ แถมยังมีราคาค่าตัวไม่ถึง 800,000 บาท ซึ่งถือว่าถูกอย่างน่าประหลาดใจ จนต้องขอทดลองขับให้รู้ว่าคุณภาพของรถคันนี้เหมาะสมกับราคาจำหน่ายมากน้อยเพียงไร

New MG ZS เอสยูวีในกลุ่ม B-Segment มากับขนาดตัวรถที่มีความยาว 4,314 มม. กว้าง 1,809 มม. สูง 1,624 มม. ออกแบบภายใต้แนวคิดบริท ไดนามิค (Brit Dynamic)ให้มีความทันสมัยและสปอร์ต กระจังหน้าขนาดใหญ่ เจาะรูแบบรังผึ้ง ไฟหน้าและไฟเดย์ไทม์รวมไว้ในโคมเดียวกัน ชายล่างติดตั้งไฟตัดหมอกไว้ที่มุมกันชน มุมมองด้านท้ายรถสง่างามด้วยไฟท้ายเป็นแบบแอลอีดีทิวบ์ (LED tube) มีโลโก้ซึ่งใช้เป็นที่เปิดฝากระโปรงท้ายในสไตล์เฉพาะตัว

New MG ZS เพิ่มสุนทรียภาพในการขับขี่ด้วยพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่ สั่งการได้จากสวิตช์และคำสั่งเสียงภาษาไทยจากเทคโนโลยี i-Smart ออกแบบด้านข้างเน้นความปราดเปรียวที่มีเส้นสายชัดเจนพาดจากด้านหน้าไปจนถึงซุ้มล้อหลัง

สำหรับเรื่องรูปลักษณ์ถ้าจะให้ติคงเป็นในส่วนของซุ้มล้อกับล้ออัลลอยซึ่งดูจะไม่ค่อยสมส่วนสักเท่าไหร่นัก จากการเลือกใช้ล้อขนาด 17 นิ้ว หุ้มด้วยยางขนาด 215/50 R17 ซึ่งถ้าเปลี่ยนมาเป็นขนาด 225/65 R17 จะทำให้แลดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น


การออกแบบห้องโดยสารถือว่าสอบผ่าน ใช้เบาะนั่งสีทูโทน วัสดุซอฟท์ทัชบริเวณแผงประตู และคอนโซล ซึ่งมีผิวสัมผัสนุ่มนวล ช่องแอร์ทรงกลมดีไซน์เจ็ท เทอร์ไบน์ มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอแสดงผลมองเห็นชัดเจนในทุกสภาพแสง เบาะที่นั่งด้านหลังพับแยกส่วน 60:40 พื้นที่เก็บสัมภาระส่วนท้ายปรับได้สองระดับโดยปรับระดับเพิ่มขึ้นได้อีก 10 ซม. รองรับการใช้งานที่หลากหลาย

NEW MG ZS ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกของเอ็มจี ที่ติดตั้งระบบอัจฉริยะ i-SMART ควบคุมและสั่งการได้ 3 วิธี คือ สั่งการผ่านระบบ Voice command ภาษาไทย ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ และการสั่งการผ่านไอสมาร์ทแอปพลิเคชั่น (i-SMART application) ซึ่งสามารถเปิด/ปิดการทำงานของระบบปรับอากาศผ่านแอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน ค้นหาจุดหมายอาทิ สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม หรือร้านอาหาร ด้วยสมาร์ทเนวิเกเตอร์รวมถึงตรวจสอบสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์


ระบบ i-SMART ยังรวบรวมข้อมูลที่มีความสำคัญและแจ้งต่อผู้ขับได้ตลอดเวลา อาทิ ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง สภาพการทำงานของแบตเตอรี่ เครื่องยนต์ และระบบเบรก ผ่านสมาร์ทโฟน พร้อมกับช่วยแจ้งเตือนการเคลื่อนที่ของรถที่ผิดปกติซึ่งอาจเกิดจากการโจรกรรม ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อีกระดับโดยแสดงผลผ่านหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว


พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต ควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ รวมถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และยังสามารถตั้งน้ำหนักของการหมุนพวงมาลัยได้ถึง 3 โหมด ได้แก่ ในเมือง มาตรฐาน และ สปอร์ต ซึ่งมีน้ำหนักต่างกันชัดเจน นอกจากนี้ยังมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยกล้องมองหลังและเซ็นเซอร์ถอยหลัง ซึ่งช่วยให้การถอยจอดทำได้อย่างปลอดภัย

ขุมพลังหยิบยกมาจาก MG 5 แต่ได้รับการพัฒนากล่องอีซียูใหม่ ซึ่งเป็นไปในรูปแบบของเครื่องยนต์เบนซิน DOHC VTi-TECH 4 สูบ 1.5 ลิตร ให้กำลัง 114 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ระบบเกียร์เป็นแบบอัตโนมัติ 4 จังหวะพร้อม Manual Mode และรองรับเชื้อเพลิงได้ถึง E 85

ทดสอบสมรรถนะบนเส้นทางกว่า 200 กม.จากกรุงเทพ-ระยอง ขุมกำลังขนาด 1.5 ลิตร และเกียร์ระบบซีเควนเชี่ยนแบบ 4 จังหวะตอบสนองได้ดีในช่วงรอบต้นและรอบกลาง การเร่งแซงอาจจะตอบสนองช้าไปเล็กน้อย แต่ระบบแมนนวลโหมดที่สามารถบวก/ลบ เกียร์ได้ จึงเรียกแรงในการเร่งแซงกลับมาให้ดีขึ้นพอประมาณ และในการทดสอบครั้งนี้ได้มีการจัดการแข่งขันในรูปแบบขับขี่แบบประหยัดน้ำมันระยะทางประมาณ 80 กม. ความเร็วเฉลี่ยที่ใช้ประม่าณ 90 กม./ชม. ได้ตัวเลขที่ 16.6 กม./ลิตร ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ

 

การยึดเกาะถนนค่อนข้างจะโดดเด่นด้วยประสิทธิภาพของระบบช่วงล่างแบบ EUROPEAN TUNNING SUSPENSION ด้านหน้าเป็นอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม หากเทียบกับรุ่นพี่อย่าง MG GS จะให้ความนุ่มแต่ยึดเกาะถนนได้หนึบกว่าอย่างชัดเจน

ในขณะที่ระบบความปลอดภัยก็ยังอัดแน่นแบบเต็มพิกัด ทั้งโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) รวมถึงเทคโนโลยีปกป้องทุกชีวิตในห้องโดยสาร ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABSพร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA  และระบบ Synchronized Protection System 9 รูปแบบ


นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System) ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System) ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System) ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal) ตลอดจนถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวมทั้งหมด 6 จุด

ความคิดเห็น
NEW MG ZS โดดเด่นจากรูปลักษณ์ทั้งภายใน ภายนอก รวมถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะรุ่นแรกที่สั่งการด้วยระบบเสียงภาษาไทยและแอพพลิเคชั่นเพื่อความสะดวกสบาย สมรรถนะเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 114 แรงม้า ถือว่าพัฒนาได้ดีพอใช้ แม้ในรอบกลางจะตอบสนองช้าไปเล็กน้อยแต่ระบบเกียร์แบบแมนนวลโหมดจะช่วยเพิ่มความสนุกในการขับขี่ ขนาดของยางถ้าได้สเปคใหญ่กว่า 215/50 R17 จะทำให้รูปลักษณ์ดูสง่ายิ่งขึ้น ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และขนาดของยางเป็นส่วนเติมเต็มให้รถคันนี้ประหยัดน้ำมัน แต่ค่าตัวเพียง 789,000 บาท แลกกับเทคโนโลยีอัจฉริยะและความอเนกประสงค์ในสไตล์ของรถเอสยูวี ถือว่าคุ้มสุดๆ

เรียบเรียงและทดสอบโดย ณัฐเทพ เผ่าจินดา

ข้อมูลเทคนิค
ผู้จัดจำหน่าย บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ยี่ห้อ,รุ่น MG ZS
เครื่องยนต์ เบนซินแบบ 4 สูบ 16 วาล์ว VTi-TECH
ความจุ (ซีซี) 1,498
กำลังสูงสุด (แรงม้า/รตน.) 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร./รตน.) 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที
ระบบถ่ายทอดกำลัง (จังหวะ) เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ พร้อมแมนนวลโหมด
ขับเคลื่อน (ล้อ) ล้อหน้า
ระบบรองรับ(หน้า/หลัง) แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง /ทอร์ชั่นบีม
ยาว กว้าง สูง (มม.) 4,314/1,809/1,624
ระยะฐานล้อ(มม.) 2,585
ความสูงจากพื้น (มม.) 165
ระบบห้ามล้อ ดิสก์ แบบมีครีบระบายความร้อน/ดิส
ราคา(บาท) 789,000

 

Facebook Comments
Share It!