หลายครั้งที่ผมได้มีโอกาสไปเยือนเมืองนอก ทั้งที่ไปในส่วนของงานบริษัทและไปท่องเที่ยวกับครอบครัว ทั้งฝั่งยุโรป, เอเชีย และฝั่งอเมริกา ได้มีโอกาสเห็นเพื่อนบ้าน และคนรู้จักที่อยู่ที่นั่นดูแลบำรุงรักษารถยนต์ที่เขาใช้ส่วนตัว หรือในครอบครัว ด้วยการทำด้วยตัวเอง ทำให้รู้สึกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับบ้านเรานั้นยังพึ่งช่างกันเสียส่วนใหญ่

อาจเนื่องมาจากค่าแรงในการส่งรถเข้าไปทำนุบำรุงดูแลรักษามีค่าใช้จ่ายหรือค่าแรงค่อนข้างจะสูงมากกว่าทางบ้านของเรา จึงเห็นว่าบ้างครั้งเรื่องง่ายๆ เขาจะพยายามทำกันเองโดยไม่ต้องพึ่งพาช่างทำให้เขาต้องค้นคว้า ศึกษาหาข้อมูลหรือการทำ DIY (do it yourself) แทบจะทุกเรื่องมิใช่เฉพาะเรื่องของการดูแลรถยนต์เท่านั้น เรื่องอื่นๆ ภายในบ้านพวกเขาจะพยายามทำด้วยตัวเองเท่าที่จะทำได้โดยเฉพาะเวลาว่าง

ทั้งนี้ไม่ได้หมายถึงว่าเราจะต้องทำเองทั้งหมด เพราะปัจจุบันรถยนต์ที่ใช้กันอยู่มีเทคโนโลยีที่ค่อนข้างไฮเทคพอสมควร เพียงแต่เบื้องต้น หรือพื้นฐานบางอย่างที่ควรจะทำได้เองโดยไม่ต้องพึ่งช่าง เขาจะเลือกทำเองเพราะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายไปในตัว และเป็นการศึกษาเข้าใจการทำงานของระบบต่างๆด้วยตัวเอง ทั้งการอ่านหนังสือคู่มือ การหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต

ทางเมืองนอกเขาจะมีคู่มือสำหรับซ่อมรถแบ่งเป็นยี่ห้อ หรือบางครั้งแบ่งเป็นรุ่นย่อยที่เราต้องการซ่อม หนังสือบางเล่มอาจมีราคาแพง แต่สามารถซ่อมหรืออ่านเข้าใจได้ตั้งแต่การบำรุงรักษาแบบง่ายๆ ไปจนกระทั่ง ถอดรื้อซ่อมกันทุกระบบในรถยนต์กันเลยทีเดียว มีข้อมูลทุกอย่างในการซ่อมแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งนั่นคือแบบฝรั่งที่ชอบซ่อมแซมรถด้วยตัวเอง

บ้านเราคงไม่ต้องพูดถึงขนาดนั้น เพราะมีส่วนน้อยที่ชอบซ่อมแซมดูแลรักษารถด้วยตัวเอง เนื่องจากค่ารงการซ่อมบำรุงของบ้านเรามีราคาถูกกว่าเขามาก หรือห่างกันกว่า 3-4 เท่าตัว เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ค่อยนิยมทำกันเองมากนัก โดยเฉพาะรถที่อยู่ในระยะรับประกัน หรือรถใหม่

เอาเป็นว่าขอข้ามในเรื่องของการดูแลรถของคนต่างชาติ เราลองกลับมามองว่าทุกวันนี้เราได้ทำอะไรหรือดูแลรถยนต์ที่เราใช้เองมากน้อยแค่ไหน อย่าหวังพึ่งแต่เพียงนำรถเข้าศูนย์บริการตามระยะเวลาหรือระยะทางที่กำหนดเพียงอย่างเดียว ในช่วงระหว่างการรอเข้าเช็คระยะโดยปัจจุบัน จะอยู่ที่ประมาณทุกๆ 10000 กม. ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานพอสมควร อาจใช้เวลามากกว่า 6 เดือน ซึ่งช่วงเวลานั้น เราควรดูแลรถที่เราใช้อยู่ด้วยตัวเองบ้าง โดยเฉพาะรถยนต์ที่มีอายุมาก หรือเลยการรับประกันจากทางศูนย์บริการแล้ว ซึ่งรถยนต์เหล่านั้นเป็นรถยนต์ที่เราต้องดูแลด้วยตัวเองมากยิ่งขึ้น
อะไรบ้างที่ควรมีไว้ที่บ้าน
ถ้าพูดถึงเครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์ต่างๆ ที่ควรมีไว้บ้างที่บ้านสำหรับการดูแลรถยนต์ของตนเอง มีจำนวนอยู่ไม่น้อยทีเดียว ขึ้นอยู่กับผู้ใช้รถใครมีความชำนาญในการซ่อมแซมดูแลบำรุงรักษามากน้อยเพียงใด เป็นคนที่ชอบดูแลรถของตนเองเวลาว่างในวันหยุดมากน้อยเพียงใด บางท่านชอบทำแต่ไม่มีเวลาทำ หรืออาจมีบางท่านที่ไม่ค่อยชำนาญแต่ชอบทำนั้นทำนี่ในยามว่าง ซึ่งอุปกรณ์ดูแลบำรุงรักษาต่างๆ ที่ควรมีติดไว้ที่บ้านมากบ้างน้อยบ้างมีดังนี้

1. ผ้าเช็ดรถ ที่เป็นพื้นฐานจริงๆ แต่บางบ้านถึงกับไม่มีผ้าเช็ดรถจริงๆ เมื่อถึงยามจะต้องใช้ จะหาใช้ไม่ได้ อาจนำเอาเสื้อยืดเก่าๆ หรือผ้าที่มีผิวหยาบมาเช็ดรถ ซึ่งอาจทำให้สีของรถเป็นรอย หรือเป็นขนแมวได้ง่าย  ดังนั้นผ้าเช็ดรถควรมีประจำบ้านไว้ อย่างน้อย 2-3 ผืน โดยใช้ผ้าที่มีลักษณะเนื้อนุ่ม

  • ผ้าไมโครไฟเบอร์ ที่ปัจจุบันหาซื้อได้ตามร้านประดับยนต์ทั่วไป ให้เลือกแบบชนิดขนยาว เป็นผ้าที่ใช้สำหรับเช็ดแห้ง
  • ผ้าเช็ดรถแบบหนัง ซึ่งเราเรียกจนติดหูว่าผ้าชามัว ซึ่งเป็นผ้าเช็ดรถที่ดี เหมาะสำหรับล้างและเช็ดรถจนแห้ง เป็นผ้าที่ เช็ดได้สะอาด ดูดซับน้ำได้ดี แต่มีราคาค่อนข้างสูง  และมีข้อควรระวังในการใช้ คือ ไม่ควรตากแดดเพราะจะทำให้กรอบและเสื่อมสภาพเร็ว

2. ฟองน้ำ เอาไว้ถูล้างทำความสะอาดทั่วไป แต่ไม่ควรนำมาถูกับสีรถเมื่อพบว่ามีฝุ่นทรายที่สีของรถมากๆ  เนื่องจากบางครั้งทรายจะเข้าไปอยู่ในฟองน้ำหากล้างไม่หมด แต่ถ้ารถสะอาดสามารถนำมาล้างรถได้เช่นกัน

3. แปรงขุยมะพร้าวหรือแปรงขนอ่อน เอาไว้ขัดยางรถยนต์ที่เปื้อนดินโคลนหรือสิ่งสกปรกมากๆบางครั้งเอาไว้แปรงพรมภายในหรือใช้ทำความสะอาดเบาะรถยนต์ได้ในบางครั้ง

4. แปรงทาสี และแปรงสีฟัน เอาไว้ทำความสะอาดฝุ่นผง และสิ่งสกปรก ตามช่องต่างๆ ที่เราทำความสะอาดได้ไม่หมด เช่น บางส่วนในห้องเครื่องยนต์ใช้แปรงปัดง่ายกว่ามาก

5. น้ำกลั่น  ควรมีติดบ้านไว้อย่างน้อยหนึ่งขวด เผื่อตรวจพบว่าระดับน้ำในหม้อแบตเตอรี่ ต่ำกว่าระดับที่ควรจะเป็น

6. น้ำมันเครื่อง โดยทั่วไปผู้ใช้รถจะให้ศูนย์บริการ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้เมื่อถึงระยะที่กำหนด หรือบางท่านนำรถไปเปลี่ยนตามสถานที่บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ทั่วไป ซึ่งบางครั้งจะมีน้ำมันเครื่องที่เหลือจากการเปลี่ยนถ่าย ให้นำกลับมาด้วย เผื่อเวลาตรวจพบว่าระดับน้ำมันเครื่องลดลงไป จะได้เติมให้อยู่ในระดับ เนื่องจากปัจจุบันระยะการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เพิ่มขึ้น ถึง หนึ่งหมื่น ถึงหมื่นห้าพันกิโล ดังนั้นในช่วงระยะเวลาดังกล่าวอาจทำให้ระดับน้ำมันเครื่องพร่องลงได้

7. น้ำมันพาวเวอร์  หรือ ที่ข้างกระป๋องเขียนว่า ATF สามารถใช้ร่วมกับน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ โดยทั่วไปได้ แต่ไม่ทุกรุ่น  ซึ่งจะมีเกรด แบ่งไว้  ส่วนน้ำมันเบรก เช่นกันควรมีสำรองไว้บ้างก็ดี  แต่ก็ไม่ถึงจำเป็นว่าจะต้องมี

8. น้ำยาหล่อลื่นอเนกประสงค์ ควรมีติดบ้านไว้ ซึ่งมีคุณสมบัติไว้ใช้หล่อลื่นป้องกันสนิม ช่วยคลายน๊อต, สกรูต่างๆ ไม่เพียงแต่จะใช้กับรถยนต์เท่านั้น ยังสามารถนำไปหล่อลื่นอุปกรณ์ต่างๆ ได้อีกมากมาย เช่น กรรไกรตัดหญ้า กุญแจ บานประตูที่ส่งเสียงดังเป็นต้น

9. ไฟฉาย หรือไฟส่องสว่างที่ต่อกับที่จุดบุหรี่หรือที่แบตเตอรี่โดยตรง ซึ่งบางครั้งอาจมีความจำเป็นจะต้องใช้ในยามค่ำคืน ทำให้ช่วยหาของ หรือซ่อมแซมแก้ไขได้ชัดเจนขึ้น

10. แชมพูล้างรถ เอาไว้ล้างทำความสะอาดสีรถเมื่อมีคราบสกปรกที่รถ หากล้างเป็นประจำจะทำให้สีรถเงางามอยู่เสมอแต่ควรเป็นแชมพูที่ไม่มีส่วนผสมของเกลือ

11. ยาขัดสีรถ เผื่อเอาไว้ยามต้องการขัดคราบสกปรก หรือน้ำยาเคลือบเงารถ

12. น้ำยาทำความสะอาดหนังหรือเบาะ บางครั้งเมื่อเราต้องการทำความสะอาดเบาะ โดยเฉพาะ เบาะที่ทำด้วยหนัง และมีสีอ่อน น้ำยาเหล่านี้ สามารถขจัดคราบขี้ไคล ที่แทรกอยู่ให้ออกได้

อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ

  • กล่องเครื่องมือ ที่เอาไว้สำหรับเก็บเครื่องมือต่างๆ ที่เรามีอยู่ให้เป็นที่ ทำให้ง่ายต่อการหยิบหา เพราะบางท่านก็จะนำไปเก็บไว้ไม่เป็นที่ เช่น ในลิ้นชัก, วางไว้ตามโต๊ะบ้าง ทำให้เวลาหาใช้หาไม่เจอ หรืออาจสูญหายได้ง่าย
  • ไขควง  เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องมีติดบ้านไว้ ทั้งที่เป็นชนิดแบบแบน หรืออย่างที่เป็นแฉก ทั้งขนาดเล็กและขนาดกลาง
  • คีม  ถ้าเป็นไปได้ควรมีคีมให้ครบ เช่น คีมปากแหลม, คีมปากจิ้งจก, คีมตัดสายไฟ เป็นต้น
  • ประแจรวม ที่ช่างส่วนใหญ่ชอบเรียกว่าแหวนข้าง โดยด้านหนึ่งมีลักษณะเป็นแหวน ส่วนอีกด้านเป็นปาก (ปากตาย) ถ้าสามารถหาซื้อชุดเล็กได้สัดชุดจะเป็นการดี หรือจะหาซื้อเอาเป็นชิ้นที่จำเป็นก็ได้
  • เทปพันสายไฟ  ใช้สำหรับพัน หรือลัด อย่างอื่นได้ด้วย ไม่ใช่เฉพาะสายไฟเท่านั้น  แต่โดยทั่วไปจะเอาไว้พันสายไฟที่มีรอยเชื่อมต่อของสายไฟที่มีการซ่อมแซม หรือมีรอยแตก เพื่อกันไม่ให้สายไฟแตะกันซึ่งอาจเกอดการช๊อดได้
  • คัตเตอร์ เอาไว้เฉือนตัด แต่งงานที่ซ่อมหรือเอาไว้ปอกสายไว้เมื่อยามจำเป็น
  • ชุดบ๊อก น่าจะมีสำหรับคนที่ชอบซ่อมแซมรถด้วยตัวเองอยู่เป็นประจำ

 

ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่คิดว่าเป็นอุปกรณ์ที่ควรมีติดไว้ในบ้านแต่จะมีมากกว่านี้หรือน้อยกว่านี้ ให้ผู้ใช้รถลองพิจารณาตามความเหมาะสม หากมีเวลาว่างอยากให้ลองซ่อมแซมดูแลบำรุงรักษารถยนต์ของท่านด้วยตัวเอง ซึ่งถือเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อย่างดีทีเดียว

Please follow and like us: