Suzuki XL7 ครอส์โอเวอร์ 7 ที่นั่งในกลุ่ม B SUV รุ่นล่าสุดที่ได้รับการตกแต่งให้โฉบเฉี่ยว พร้อมปรับปรุงระบบช่วงล่างใหม่เพื่อให้ได้มาซึ่งการขับขี่ที่สนุกสนานและปลอดภัย เครื่องยนต์เดิมขนาด 1.5 ลิตร แต่ให้ความประหยัดขึ้น ทั้งที่มีนน.ตัวรถมากกว่าเดิมถึง…… ติดตามการทดลองขับพร้อมทัศนะจาก 3 นักทดสอบรถยนต์ได้ที่คลิปวีดีโอครับ

จะว่าไปแล้ว รถคันนี้มีจุดเด่นจากรูปลักษณ์ด้านหน้า ซึ่งหากมองจากด้านหลัง ยังไงก็มีความเหมือนรถอเนกประสงค์รุ่นพี่อย่าง Suzuki Ertiga แต่หากเปรียบเทียบจากมิติตัวรถนั้นจะมีสัดส่วนที่ขยายขึ้นกว่าเดิมในทุกมิติ ทั้งความยาว 4,450 มม. มากกว่า Ertiga 55 มม. กว้างกว่า 25 มม. และสูงกว่า 10 มม. ส่วนความสูงใต้ท้องรถ 200 มม.ในขณะที่ Ertiga สูงเพียง 180 มม.และมีความยาวฐานล้อ 2,740 มม. ในขณะที่ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 200 มม.

All New Suzuki XL7 1
การตกแต่งที่ให้ความโฉบฉี่ยวมากขึ้นกว่าเดิมนั่นคือเลือกใช้ไฟส่องสว่างแบบแอลอีดีทั้งไฟหน้าและไฟท้าย หน้ากระจังเพิ่มเติมความหรูหราด้วยวัสดุสีโครเมียม พร้อมความอเนกประสงค์ด้วยแรคหลังคาเพื่อรองรับการบรรทุกสัมภาระที่หลากหลาย โดยรับนน.ได้ถึง 50 กก. ล้อแมกขยับไซส์จาก 15 นิ้วใน Ertiga เป็น 16 นิ้ว หุ้มยาง 195/50 แบรนด์ดันลอป

All New Suzuki XL7 2

All New Suzuki XL7 3

ห้องโดยสารใช้วัสดุคาร์บอนเคฟล่าร์เข้ามาแทนที่ลายไม้เดิมใน Ertiga ซึ่งเพิ่มมาดสปอร์ตให้กับรถคันนี้ได้อย่างลงตัวทั้งคอนโซลและแผงข้าง เบาะนั่งทั้ง 7 เป็นเบาะผ้าที่มีการแซมด้วยหนังบริเวณขอบเบาะ แต่ดูแล้วไม่ค่อยจะแมทช์สักเท่าไหร่ ซึ่งแล้วแต่มุมมองของแต่ละบุคคล

All New Suzuki XL7 4

การใช้งานของเบาะนั่งสามารถปรับและพับได้หลายรูปแบบ ตัวแปรอยู่บริเวณที่นั่งแถว 2 ซึ่งสามารถเลื่อนหน้า/หลัง และพับ เพื่อเข้าไปยังเบาะนั่งแถว 3 ได้สะดวก แต่แถว 3 มีพื้นที่ค่อนข้างกะทัดรัดและน่าจะเหมาะสมกับเด็กหรือคนตัวเล็กมากกว่า

All New Suzuki XL7 5

All New Suzuki XL7 6

อีกหนึ่งไฮไลท์ประจำรุ่นนั่นคือจอแอลอีดีขนาด 5 นิ้วที่อยู่ระหว่างกลางมาตรวัดทรงกลมทั้ง 2 ช่อง ซึ่งแสดงผลและแจ้งสถานะข้อมูลสำคัญของตัวรถ เช่น Driving G-Force อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราแรงบิด กำลังของเครื่องยนต์ และข้อมูลอื่นๆ

All New Suzuki XL7 7

พวงมาลัยยังคงเลือกใช้แบบ D-Shape มีปุ่มควบคุมการใช้งานวิทยุและโทรศัพท์และคอนโซลกลางแต่ที่ขาดไปนั่นคือระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติครุสคอนโทรล

All New Suzuki XL7 8

คอนโซลกลางติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้วเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ทั้งระบบ Apple CarPlay และ Android Auto รองรับการเชื่อมต่อ บลูทูธ HDMI และ USB ที่มีช่องต่อไฟถึง 3 ตำแหน่ง ทั้งยังแสดงภาพจากกล้องมองหลัง

All New Suzuki XL7 9

ด้านระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติกระจายความเย็นไปยังผู้โดยสารตอนหลังด้วยการติดตั้งระบบปรับอากาศบนเพดาน

All New Suzuki XL7 10

ในส่วนของความสะดวกสบายได้มีการวางตำแหน่งแก้วน้ำไว้ทุกพื้นที่ทั่วรถถึง 6 จุด แต่ทีเด็ดอยู่บริเวณช่องวางแก้วน้ำใต้คอนโซลกลางจะมีช่องกระจายความเย็นเพื่อเครื่องดื่มที่เย็นสดชื่นตลอดการเดินทาง

All New Suzuki XL7 11

เครื่องยนต์เป็นบล็อกเดียวกับ Ertiga ในรหัส K15B ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุดถึง 105 แรงม้า/6,000 รอบต่อนาที แรงบิดที่ 138 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะที่ได้รับการปรับจูนให้ตอบสนองดีขึ้นแต่ประหยัดกว่าเดิม ด้วยการยืนยันจากอีโค่สติ๊กเกอร์ในอัตราการสิ้นเปลืองที่ 4.1 ลิตรต่อ 100 กม. ขณะที่ Ertiga อยู่ที่ 6.3 ลิตรต่อ 100 กม.และรองรับเชื้อเพลิงแก๊ซโซฮอลล์อี 20

All New Suzuki XL7 12

ระบบช่วงล่างแบบเดิม ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัทมากับเหล็กกันโคลงด้านหน้า (Front Stabilizer) ขนาดใหญ่พิเศษเพื่อสามารถลดอาการโคลงของตัวรถและเพิ่มการยึดเกาะถนน ด้านหลังเป็นทอร์ชั่นบีมพร้อมคอยล์สปริง ซึ่งทั้งหมดได้ปรับเพิ่มในส่วนการซับแรงสั่นสะเทือนให้ดีขึ้นและยาวกว่าเดิม

All New Suzuki XL7 13

ด้านความปลอดภัยมีครบพร้อมกับถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า ระบบเบรก ABS พร้อมกระจายแรงเบรค EBD เสริมด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพในการทรงตัว ESP รวมทั้งระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Hold Control) และป้องกันการโจรกรรมด้วยระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer

All New Suzuki XL7 15

การทดสอบสมรรถนะในครั้งนี้ถือเป็นการใช้งานระยะทางไกลกว่า 400 กม. เส้นทางไปกลับกรุงเทพ-เขาใหญ่ ซึ่งเป็นทั้งการทดลองนั่งและทดลองขับ

All New Suzuki XL7 16

ว่ากันด้วยเรื่องของการนั่งแถวที่ 3 ถือว่าค่อนข้างแออัดไปสักนิด สำหรับผู้โดยสารที่มีความสูงทะลุ 170 ซม. แต่ถ้าเป็นพื้นที่ของเด็กน่าจะเหมาะกว่า การปรับเบาะนั่งแถว 2 ทำได้ไม่ยาก แต่ก็ยังไม่ง่ายเหมือนแบบ One Touch ระบบปรับอากาศบนเพดานส่งต่อลมเย็นๆมายังเบาะนั่งแถวสามได้ดี

All New Suzuki XL7 17

น้ำหนักตัวรถที่เพิ่มขึ้นถึงกว่า 100 กก.เป็นทุนเดิม เมื่อรวมกับน้ำหนักของผู้ขับขี่และผู้โดยสารอีก 200 กก. เท่ากับภาระของเครื่องยนต์ K15B จะถูกลดกำลังไปโดยปริยายจากการมีน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มเข้ามา

All New Suzuki XL7 18

การปรับแต่งขุมพลังถือเป็นอีกหนึ่งการบ้านที่ผู้ผลิตได้ใส่ใจในรายละเอียด มีการปรับจูนในส่วนของสมองกลหรือกล่องอีซียู เพื่อตอบสนองการขับขี่ได้รวดเร็วขึ้น และอีกหนึ่งเหตุผลที่พอจะสังเขปได้ว่า All New Suzuki XL7 เป็นรถที่ขับสนุก นั่นคือระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 4 จังหวะซึ่งมีอัตราทดที่ค่อนข้างจัดจ้าน

All New Suzuki XL7 19

ขณะที่ใช้งานความเร็ว 100 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์อยู่ที่ 2,400 รอบ ซึ่งค่อนข้างสูง แต่หากเป็นระบบเกียร์ซีวีที จะอยู่ที่ไม่ถึง 2,000 รอบต่อนาที ตรงนี้ไม่ถือเป็นประเด็นเพราะหากมองถึงด้านอัตราสิ้นเปลืองที่ทะลุ 16 กม./ลิตร ทั้งที่ตัวรถหนักกว่า Ertiga เกิน 100 กก.

All New Suzuki XL7 20

ความสุงของตัวรถก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าไม่สร้างปัญหาให้กับการควบคุม เพราะทีมผู้ผลิตมีการปรับแต่งค่ารองรับการสั่นสะเทือนใหม่ และน้ำหนักของพวงมาลัยที่ปรับตามความเร็วจะคอยช่วยสนับสนุนให้ควบคุมรถได้มั่นใจ

All New Suzuki XL7 21

การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดี เสียงเร็ดรอดเข้าห้องโดยสารน้อยมาก แม้จะใช้ความเร็วทะลุ 100 กม./ชม.โครงสร้างตัวถังแบบ Heart-Tech มีส่วนเข้ามาช่วยทั้งด้านความทนทานและน้ำหนักเบา รอยเชื่อมต่างๆทั้งตัวรถก็มีการเพิ่มเติมเพื่อให้ลมเร็ดรอดเข้าตัวรถได้น้อยที่สุด รวมไปถึงยางขอบประตู

All New Suzuki XL7 22

บทสรุปการเดินทางกว่า 400 กม. All New Suzuki XL7 ใช้อัตราบริโภคเชื้อเพลิงไปใกล้เคียงกับอีโค่สติกเกอร์นั่นคืออยู่ที่ 15.2 กม./ลิตร ด้วยการใช้งานแบบปกติซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างจะได้มาซึ่งความประหยัด การควบคุมรถทำได้ดีและสนุกได้อย่างมั่นใจ ความสุนทรีย์จากการเดินทางมาในรูปแบบของการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่สะดวกสบายและทำได้ทั้งระบบ IOS และ ENDROID AUTO รูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวพร้อมการปรับปรุงใหม่ในครั้งนี้มากับค่าตัวที่ 779,000 บาท สูงกว่ารุ่นพี่ Ertiga ประมาณ 50,000 บาท สำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์ประเภทนี้ ตัวเลือกล่าสุดกับ  Suzuki XL7 ถือว่าห้ามมองข้ามเป็นอันขาด

Please follow and like us: