ทดลองน้ำมันดีเซลสูตรใหม่ “PTT ULTRA FORCE DIESEL” ลื่น และ แรง คนไทยทำได้จริง

เป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปทดลองน้ำมันดีเซลสูตรใหม่ มาพร้อมกับสารเติมแต่งสูตรพิเศษเป็นรายแรกและรายเดียวในโลก มีสรรพคุณในการทำให้เครื่องยนต์สะอาด ลื่น และ แรง ตอบสนองได้ทันใจซึ่งสัมผัสได้จริง โดยการรับเชิญจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้ไปยังสนามแข่งรถแก่งกระจาน เซอร์กิต จ.เพชรบุรี เพื่อพิสูจน์คุณสมบัติดังกล่าวของน้ำมันดีเซลสูตรใหม่มาตรฐานไทยทำ

PTT ULTRA FORCE DIESEL เป็นนวัตกรรมน้ำมันแห่งความแรงสูตรพิเศษล่าสุดที่ ปตท. ได้วางจำหน่าย ณ สถานีบริการทั่วประเทศ และยังเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผ่านมาตรฐานยูโร 5 รายแรกของประเทศไทย เปิดตัวให้ชาวไทยได้สัมผัสก่อนส่งออกไปยังตลาดโลกซึ่งกำหนดให้สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศต่อไปที่จะมีวางจำหน่าย เพราะฉะนั้นมาตรฐานของน้ำมันเชื้อเพลิงสูตรพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุดต้องทัดเทียมอารยประเทศ แถมคนไทยยังได้ใช้ก่อนประเทศอื่นๆโดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์

สรรพคุณที่ถือเป็นความพิเศษใน PTT ULTRA FORCE DIESEL มาพร้อมนิยาม “แรง อัตราเร่งดี ตอบสนองทันใจ เครื่องยนต์สะอาดเหมือนใหม่” ได้จากสารเติมแต่งสูตรพิเศษ ด้วยการเพิ่มค่าซีเทนสูงสุด(Cetane Improver) ที่เครื่องยนต์ต้องการ ทั้งยังเติมสารทำความสะอาดหัวฉีด (DCA) ทำให้เครื่องยนต์สะอาดเหมือนใหม่ และเติมสารยับยั้งการกัดกร่อนป้องกันการเกิดสนิมในโลหะ (Corrosion Inhibitor) นอกจากนี้ยังมีสารป้องกันการเกิดฟอง (Anti Foam) ทั้งในขณะเติมเชื้อเพลิง รวมถึงเมื่อเชื้อเพลิงเข้าสู่ระบบการเผาไหม้ ทำให้เครื่องยนต์เดินเรียบไร้อาการสะดุดที่เกิดจากฟองอากาศ

เข้าสู่การสัมผัสสมรรถนะอย่างจริงจังของ PTT ULTRA FORCE DIESEL ซึ่งทางผู้จัดงานได้แบ่งออกเป็น 3 ช่วงทดสอบซึ่งในแต่ละสถานีจะมีรถยนต์ที่เติมเชื้อเพลิงสูตรใหม่จากปตท.และ รถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบรนด์คู่แข่งซึ่งไม่มีใครทราบว่าคันไหนเติมเชื้อเพลิงอะไร แม้กระทั่งผู้ควบคุมแต่ละสถานีก็ไม่อาจรู้ได้เช่นกัน ทั้งหมดอยู่ที่การทดสอบเพื่อให้ได้มาซึ่งความแตกต่าง และคำตอบเตรียมเฉลยหลังจากเสร็จสิ้นจากการทดสอบทั้ง 3 สถานี

สถานีที่ 1 ว่ากันด้วยเรื่องของอัตราเร่ง
รถยนต์ที่เตรียมไว้ทั้ง 2 คันเป็นซีดานหรูจากค่ายตราดาว ในรุ่น Mercedes Benz E220 เครื่องยนต์ดีเซล โดยใช้นาฬิกาจับเวลา และความรู้สึกของผู้ขับขี่เป็นตัวกำหนดในการค้นหาคำตอบ

สมรรถนะที่ได้จากรถหมายเลข 1 ให้ความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดทั้งเรื่องเวลาในการทดสอบจากรถหยุดนิ่งจนถึงเส้นชัย และอัตราเร่งที่แตกต่างยังทำให้สัมผัสได้ถึงความลื่นที่มาพร้อมกับความแรง ซึ่งเวลาที่ได้อาจต่างกันเพียงเสี้ยววินาที

สถานีที่ 2 ทดลองการตอบสนองของเครื่องยนต์ในการขึ้นเนินชัน
สถานีนี้ผู้จัดงานได้เตรียม Toyota Ventury โดยใช้เส้นทางขับขี่ขึ้นเนินชัน ด้วยความเร็วคงที่ประมาณ 50 กม.ต่อชั่วโมง และรอบเครื่องยนต์อยู่ที่ประมาณ 2,500 รอบต่อนาที ซึ่งรถหมายเลข 1 จะรักษาความเร็วได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่รถหมายเลข 2 มีอาการแผ่วปลายเมื่อถึงช่วงปลายเนิน เนื่องจากต้องเติมคันเร่งเพื่อรักษาความเร็ว ในขณะที่รอบเครื่องยนต์ตกลงจากเดิม

สถานที่ 3 พิสูจน์สมรรถนะเชิงประจักษ์ด้วยเครื่องมือ P Box
รถยนต์ที่ใช้ในสถานีนี้ได้แก่ Toyota Revo ซึ่งบรรทุกน้ำหนักไว้ในกระบะท้ายคันละ 500 กก. ทดสอบในรูปแบบความเร็ว 30 -80 กม.ต่อชั่วโมง ขับขี่คนละ 2 รอบทดสอบ และใช้เครื่องมือ P BOX(PerformaceBox) ที่มีคุณสมบัติในการประมวลผลด้านอัตราเร่งและระยะเบรคผ่านดาวเทียม ทำให้ค่าที่ได้ออกมาอย่างแม่นยำ โดยรถหมายเลข 1 มีสมรรถนะแตกต่างอย่างชัดเจน

ตัวเลขที่แสดงผลมายัง P BOX มีดังต่อไปนี้
รอบ 1 รถหมายเลข 1 ทำเวลาได้ 8.8 วินาที
           รถหมายเลข 2 ทำเวลาได้ 9.1 วินาที
รอบ 2 รถหมายเลข 1 ทำเวลาได้ 9.0 วินาที
           รถหมายเลข 2 ทำเวลาได้ 9.3 วินาที

เสร็จสิ้นในช่วงทดสอบพิเศษก็ถึงเวลาเฉลยว่ารถคันไหนใช้เชื้อเพลิง PTT ULTRA FORCE DIESEL ซึ่งผลก็เป็นไปตามคาด ทั้ง 3 สถานีรถหมายเลข 1 นั่นคือรถที่ใช้เชื้อเพลิงสูตรใหม่ สามารถสังเกตได้จากกราฟแสดงผลซึ่งทำได้ดีกว่าจนเห็นได้ชัดและสัมผัสได้จริง

บทสรุปของ PTT ULTRA FORCE DIESEL ในเชิงประจักษ์ต่อด้านสมรรถนะการขับขี่ ส่งผลรถยนต์ที่ใช้ขุมพลังดีเซลที่นำมาทดสอบนั้นมีอัตราเร่งที่ดี เร็ว แรงกว่าคู่แข่ง รวมถึงเครื่องยนต์สะอาดและไร้อาการสะดุดที่เกิดจากฟองอากาศซึ่งอยู่ภายในน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งนี้ ปตท.ยังคงราคาจำหน่ายเดิม ทั้งแบบธรรมดา และ พรีเมียม ซึ่งผู้ใช้รถสามารถหาซื้อได้ที่สถานีบริการน้ำมันปตท.ทั่วประเทศ

Please follow and like us: