MG ZS EV รถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่ถึง 1.2 ล้านบาท คุ้มค่ากับการใช้งานสไตล์คนเมือง

MG ZS EV รถยนต์พลังไฟฟ้า 100 % ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 110 KWH หรือเทียบเท่า 150 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงถึง 350 นิวตันเมตร ชาร์จไฟ 1 ครั้งด้วย Home Charge ในเวลา 6.5 ชั่วโมง และ Quick Charge เพียง 30 นาที จะได้พลังงานกลับมาถึง 80 % เปิดตัวสนั่นวงการด้วยราคาเพียง 1.19 ล้านบาท พร้อมของแถม Home Charge และติดตั้งฟรี ความคุ้มค่าขนาดนี้สมรรถนะในการใช้งานจะมีความสนใจมากน้อยเพียงใด ติดตามได้จากรายงาน

Test MG ZS EV (1)

กระแสดังจากการเป็นรถยนต์พลังไฟฟ้าที่เปิดราคาจำหน่ายได้อย่างสุดว๊าว โดย บริษัท เอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย จำกัด ตั้งค่าตัวของ MG ZS EV ไว้เพียง 1.99 ล้านบาทพร้อมแถม Home Chart ติดตั้งฟรี (มูลค่ากว่า 80,000 บาท) เฉพาะ 1000 คันแรก ซึ่งรายละเอียดของรถคันนี้ Autoworldthailand ได้ทำการรีวิวไปเรียบร้อยเมื่อครั้งเปิดตัวและสามารถรับชมเพิ่มเติมได้ตามลิงค์นี้ครับ  https://www.autoworldthailand.com/mg-zs-ev/

Test MG ZS EV (2)

ก่อนที่จะเข้าสู่เรื่องราวของการทดสอบสมรรถนะมาดูความโดดเด่นของรถคันนี้กันก่อน

เริ่มจากขนาดตัวรถนั้นเท่ากับ MG ZS ในทุกมิติ แต่สีฟ้า Copenhagen Blue จะเรียกว่าเป็นสีเฉพาะของ MG ZS EV ก็ว่าได้ กระจังหน้าเป็นตำแหน่งของการเสียบปลั๊กชาร์จ โดยจะเปิดออกเมื่อกดสวิตช์จากภายในตัวรถ ใต้กระจังจะมีการติดตั้งเรดาร์ซึ่งเป็นศูนย์รวมการประมวลผลของตัวช่วยการขับขี่อีกหลายระบบ รวมถึงล้อแมกของ 17 นิ้วดีไซน์เฉพาะรุ่น และยังมีโลโก้บริเวณฝาท้ายที่บ่งบอกว่าเป็นรถยนต์พลังไฟฟ้า

Test MG ZS EV (3)

Test MG ZS EV (4)

Test MG ZS EV (5)

ในด้านของห้องโดยสารไม่ได้มีอะไรผิดแปลกไปจากรุ่นปกติและยังคงโดดเด่นด้วย Panoramic Sunroof ที่มีขนาดใหญ่กินพื้นที่กว่า 70% ของหลังคารถ

Test MG ZS EV (5)

การตกแต่งภายในเน้นวัสดุ Soft Touch กว่า 80 % ทั้งแผงคอนโซลและแผงข้าง ในส่วนของเบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ เช่นเดียวกับพวงมาลัยซึ่งเป็นแบบท้ายตัดสไตล์สปอร์ต

Test MG ZS EV (6)

สำหรับพวงมาลัยยังคงมาพร้อมระบบมัลติฟังค์ชั่น ซึ่งใช้ควบคุมอีกหลายระบบ ทั้งวิทยุ เนวิเกเตอร์ รวมถึงระบบ i-Smart ที่ใช้เสียงภาษาไทยในการสั่งการทั้งการเปิด/ปิด ซันรูฟ การปรับตั้งระบบปรับอากาศและวิทยุ เป็นต้น

Test MG ZS EV (7)

นอกจากนี้สวิตช์ควบคุมฝั่งขวามือจะมีหน้าที่ในการปรับเซ็ทระบบเพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัยอีกเพียบ ทั้งระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา Blind Sport Detection ติดตั้งที่กระจกมองข้างทั้ง 2 ฝั่ง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist),ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning), ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist), ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning), ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention) และระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)

Test MG ZS EV (9)

ชุดแดชบอร์ดเป็นแบบเดียวกับรุ่นธรรมดา บริเวณตรงกลางจะมีจอมัลติฟังค์ชั่นดิสเพลย์แสดงการทำงานระบบตัวช่วยต่างๆ และข้อมูลการใช้งานระบบมอเตอร์ไฟฟ้า มาในรูปแบบของภาพกราฟฟิกที่ทันสมัย

Test MG ZS EV (11)

คอนโซลกลางติดตั้งจอทัชกรีนขนาด 8 นิ้ว มีหน้าที่ในการแสดงผลของทุกระบบตัวช่วยการขับขี่ วิทยุ ระบบปรับอากาศ รวมไปถึงการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า และระบบ Smart Connect ซึ่งสามารถตรวจเช็ค รวมถึงตรวจสอบสถานะของรถยนต์ ระดับพลังงานแบตเตอรี่ ระยะเวลาการชาร์จไฟ การค้นหาสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้า ผ่านสมาร์ทโฟนเพียงแค่โหลดแอพลิเคชั่น

Test MG ZS EV (12)

ความหรูหราที่เกิดการเปลี่ยนแปลงมาจากบริเวณคอนโซลเกียร์ ซึ่งสามารถสั่งงานระบบเกียร์ด้วยการใช้มือหมุน ใกล้กันจะมีสวิตช์สั่งงานระบบเบรกมือไฟฟ้าและ Auto Hold เหนือระบบเกียร์จะมีสวิทช์ควบคุมโหมดการขับขี่ที่ปรับเลือกได้ถึง 3 รูปแบบ ประกอบด้วยโหมด Eco Normal และ Sport และระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่สามารถชาร์จพลังงานในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ (Regenerative) ซึ่งเลือกการชาร์จพลังงานได้ถึง 3 ระดับ

Test MG ZS EV (14)

MG ZS EV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor โดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion ความจุ 44.5 kWh ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ซึ่งได้รับการเคลมจากผู้ผลิตว่าสามารถเร่งจาก 0-50 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ด้วยระยะเวลาเพียง 3.1 วินาที และทำความเร็ว0-100 กม./ชม.ในเวลาแค่ 8.5 วินาที และหากชาร์จไฟเต็ม 100% จะสามารถใช้งานได้ไกลถึง 337 กิโลเมตร

Test MG ZS EV (15)

ขอเพิ่มเติมข้อมูลเรื่องแบตเตอรี่ก่อนพาไปถึงการทดสอบอีกสักเล็กน้อย ในส่วนของแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 44.5 kWh สามารถอัดประจุไฟฟ้าได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ สายชาร์จที่ติดมากับรถ วีธีการนี้ควรเป็นทางออกในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น เพราะอาจเกิดอันตรายเนื่องจากการชาร์จแบบนี้ไม่ควรมีการต่อปลั๊กพ่วง และสายไฟที่ใช้ต้องมีขนาดใหญ่กว่าปกติ สำหรับเวลาในการชาร์จจะสูงถึง 11 ชั่วโมงกว่าพลังงานจะกลับมาเต็ม 100 %

Test MG ZS EV (16)

การชาร์จไฟด้วย Home Charge อย่างที่เกริ่นนำ ผู้ที่สั่งจอง 1000 รายแรก จะได้รับอุปกรณ์ชิ้นนี้ฟรีพร้อมติดตั้ง แต่หากหมดโปรโมชั่น ต้องเสียค่าใช้จ่ายพร้อมติดตั้งราว 80,000 บาท เวลาในการชาร์จประจุไฟฟ้าให้เต็ม 100 % จะใช้เวลาเพียง 6.5 ชั่วโมง

Test MG ZS EV (16)

วิธีสุดท้ายคือแบบ Quick Charge เป็นการชาร์จไฟแบบเร่งด่วนด้วยเวลาเพียง 30 นาที จะได้พลังงานกลับมา 80% ซึ่งวิธีนี้สามารถอัดประจุจากสถานีบริการของภาครัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่พอมีให้เห็นหลายที่ในเมืองกรุงและตามหัวเมืองของจังหวัดใหญ่ๆเท่านั้น

Test MG ZS EV (17)

ในส่วนของการทดสอบนั้นเริ่มที่สนามMG Driving Experience ซึ่งประกอบไปด้วยการขับขี่ 3 รูปแบบ อันดับแรกเป็นการลองพลังของมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยการใช้ความเร็ว 0-100 กม./ชม. การทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นไปตามการเปิดคันเร่งโดยไม่มีการรอรอบแม้แต่น้อย

Test MG ZS EV (18)

ต่อด้วยการขับขี่ในเส้นทางโค้ง ก่อนหน้านี้ในรุ่นปกติ ระบบช่วงล่างนั้นนุ่มนวลจนออกอาการให้ตัวเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็ว แต่พอมาถึงคิวของรุ่นที่ใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้า แม้น้ำหนักตัวรถจะเบากว่ารุ่นปกติที่ใช้เครื่องยนต์ แต่อาการให้ตัวกลับดีขึ้น และช่วงล่างที่เคยนุ่มก็แน่นและหนึบขึ้นกว่ารุ่นเดิม

Test MG ZS EV (18)

สถานีสุดท้ายเป็นการทดสอบแบบหักหลบฉุกเฉินด้วยความเร็วประมาณ 50-60 กม./ชม. การควบคุมรถในสถานีนี้ค่อนข้างน่าประทับใจ เพราะพวงมาลัยมีอัตราทดที่แม่นยำ ระบบช่วงล่างที่แน่นขึ้น ส่งผลให้อาการโยนตัวนั้นลดน้อยลง

Test MG ZS EV (19)

อุ่นเครื่องเบาๆในสนามทดสอบเป็นที่เรียบร้อย มาถึงการใช้งานจริงโดยเริ่มเดินทางจากถ.ศรีนครินทร์ไปถึงปลายทางที่พัทยาใต้ บริเวณ ถ.เทพประสิทธิ์ ซึ่งผ่านการใช้งานหลากหลายรูปแบบทั้งการจราจรที่พลุกพล่าน สู่การเดินทางไกลบนไฮเวย์ที่ต้องใช้ความเร็ว แต่น่าแปลกใจตรงที่หากใช้ความเร็ว ระบบช่วงล่างอาจมีการโยนตัวมากขึ้นกว่าที่ลองในสนามทดสอบ

Test MG ZS EV (20)

ว่ากันด้วยเรื่องโหมดขับขี่ที่มีมาให้ถึง 3 รูปแบบ โหมด Eco เป็นโหมดเพื่อการประหยัด พลังขับเคลื่อนจากมอเตอร์ไฟฟ้าจะปล่อยออกมาไม่มากนักเพื่อการประหยัดพลังงานจากแบตเตอรี่ เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองที่ต้องการความประหยัด

Test MG ZS EV (22)

Normal เป็นโหมดที่ใช้ขับขี่ทั่วไป พลังงานจากมอเตอร์จะปลดปล่อยมาให้เพียงพอต่อการใช้คันเร่ง และพวงมาลัยจะหนืดขึ้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น

Sport โหมดนี้สำหรับสายซิ่งที่ต้องการการตอบสนองต่อคันเร่งซึ่งเรียกพลังได้อย่างรุนแรง แต่ทั้งนี้อาจติดขัดนิดหน่อยตรงที่มีการล๊อคความเร็วไว้ที่ไม่เกิน 160 กม./ชม. และพลังงานจากแบตเตอรี่ก็หมดไวขึ้นเป็นทวีคูณ

Test MG ZS EV (24)

ระบบที่คอยเรียกพลังกลับมายังแบตเตอรี่อย่าง KERS (Kinetic Energy Recovery System) จะทำหน้าที่ในการรีชาร์จพลังด้วยการแปรแรงเฉื่อยจากล้อให้กลับมาเป็นพลังงานเพื่อส่งกลับไปยังแบตเตอรี่ ระบบนี้จะมีให้เลือกถึง 3 ระดับ โดยที่ระดับ 3 จะช่วยทำให้การสรางกำลังกลับไปยังแบตเตอรี่เร็วยิ่งขึ้น ในขณะที่แรงเฉื่อยนั้นรับรู้ได้จากอาการดึงทุกครั้งที่มีการถอนคันเร่ง

Test MG ZS EV (25)

ตัวช่วยการขับขี่อย่างระบบ ACC หรือ Adaptive Cruise control ถือเป็นตัวช่วยที่ดี เมื่อทำงานร่วมกับระบบช่วยคุมรถให้อยู่ในช่องทาง รวมถึงเมื่อทำงานร่วมกับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ หรือ Traffic Jam System ทำให้การขับขี่ของรถคันนี้เป็นแบบเกือบอัตโนมัติ เพราะหากความเร็วต่ำกว่า 30 กม./ชม. ระบบ Traffic Jam System จะช่วยให้รถขับเคลื่อนไปได้ ถ้าความเร็วสูงกว่า 30 กม./ชม. ก็จะเป็นหน้าที่ของระบบ ACC

Test MG ZS EV (27)

เมื่อไหร่ก็ตามที่คันหน้าเบรก ระบบเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนจะทำงาน และหากรถคันหน้าเคลื่อนตัวในเวลาไม่เกิน 3 วินาที ระบบ Traffic Jam System ก็จะสั่งการให้รถเคลื่อนตัวไปต่อได้ ทั้งนี้หากต้องการพลังงานเพื่อขับเคลื่อนให้ได้ระยะทางที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น ระบบเหล่านี้จะกลายเป็นตัวแชร์พลังงานทันที เพราะมอเตอร์จะเรียกใช้พลังงานเป็นจังหวะไม่นุ่มนวลเหมือนการควบคุมด้วยตัวเอง

Test MG ZS EV (27)

ระยะทางที่ผู้ผลิตเคลมไว้ว่าการชาร์จไฟเต็ม 100 % นั้นทำระยะทางในการขับขี่ได้ถึง 337 กม.อาจจะสูงไปสักหน่อย เพราะหากการเดินทางมีตัวแปรทั้งสภาพการจราจรที่พลุกพล่านหรือเมื่อไหร่ที่ขับขี่ด้วยความเร็ว

Test MG ZS EV (28)

จากถ.ศรีนครินทร์ไปยัง ถ.เทพประสิทธิ์ย่านพัทยาใต้ เพื่อไปอัดประจุไฟฟ้าในรูปแบบ Quick Charge เพื่อใช้เป้นพลังงานในการเดินทางกลับกทม.ที่สถานีอัดประจุไฟฟ้าของ 7-11 สาขาธารา ใช้ระยะทางไปทั้งสิ้น 136 กม.ด้วยความเร็วเฉลี่ยไม่ถึง 70 กม./ชม. เหลือพลังงานจากแบตเตอรี่เพียง 37% แน่นอนว่าถ้าไป-กลับโดยไม่มีการแวะชาร์จ คงกลับไม่ถึงจุดเริ่มต้น ซึ่งถ้าคิดระยะทางรวมจะอยู่เพียง 272 กม.เท่านั้น และถ้าให้แบตเตอรี่หมดจนรถดับ ระยะทางที่ทำได้คงไม่ถึง 200 กม.

Test MG ZS EV (30)

ตัวแปรสำคัญอยู่ที่พฤติกรรมการขับขี่ เพราะการทดสอบในครั้งนี้ได้ลองหลายโหมดซึ่งในโหมด Sport นั้นมีการพิสูจน์ในด้านความแรง และยังมีบางช่วงที่รถติดซึ่งทั้งหมดถือเป็นตัวแปรที่ทำให้ระยะทางผิดไปจากตัวเลขที่เคลมจากผู้ผลิต และหากคิดเป็นค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่กม.ละ 40 – 50 สต. โดยคำนวณจากค่า FT ปัจจุบัน ประเด็นนี้ยังไงก็ถูกกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง หรือลูกผสมแบบไฮบริด

Test MG ZS EV (31)

บทสรุปการทดสอบสมรรถนะ MG ZS EV ในด้านระบบตัวช่วยการขับขี่และความปลอดภัยอัดแน่นเต็มๆคัน รวมถึงสมรรถนะของพลังขับเคลื่อนในรูปแบบของมอเตอร์ไฟฟ้าสอบผ่านอย่างไร้ข้อกังขา แต่ด้านสมรรถนะช่วงล่างแทบไม่ต่างไปจากรุ่นปกติมากนัก ยิ่งใช้ความเร็วสูงก็จะสัมผัสได้ถึงอาการโยนตัว

Test MG ZS EV (31)

และหากคุณอยากใช้รถยนต์ไฟฟ้าจะต้องปรับพฤติกรรมการขับขี่เพื่อให้ได้มาซึ่งความประหยัด และต้องวางแผนเส้นทางเพื่อหาทีสถานีอัดประจุในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งถ้าเป็นตามหัวเมืองใหญ่หรือในกรุงเทพมหานครจะมีสถานีบริการอัดประจุอยู่พอสมควร ส่วนต่างจังหวัดนั้น

Test MG ZS EV (32)

ในด้านการของความคุ้มค่าและการประหยัดค่าใช้จ่าย รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้ตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอน เพราะการบำรุงรักษาตลอดระยะการใช้งาน 100,000 กม. จะเสียค่าใช้จ่ายเพียง 8,454 บาท ซึ่งเมื่อเทียบค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟจะอยู่ไม่เกิน 50 สต./กม. หนำซ้ำของแถมในรูปแบบของ Home Charge ก็ไม่ต้องควักกระเป๋าจ่าย ซึ่งหากหมดโปรโมชั่นช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ คุณอาจจะต้องควักเงินกว่า 80,000 บาทเพื่อติดตั้งที่ชาร์จไฟในบ้านก็เป็นได้

Test MG ZS EV (34)

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับเริ่มต้นใช้รถไฟฟ้ารวมถึงการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าในรูปแบบ Home Charge
1.สำหรับสายชาร์จที่แถมมากับตัวรถควรใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น และไม่ควรใช้ปลั๊กชาร์จพ่วงกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ
2.สายไฟที่ใช้ติดตั้ง Home Charge ควรเป็นขนาดใหญ่และรองรับกระแสไฟในรูปแบบ 30/100 ซึ่งการไฟฟ้าจะเป็นผุ้รับหน้าที่ในการเดินไฟมายังตัวบ้าน
3.ควรหลีกเลี่ยงการลุยน้ำท่วมที่มีความสูงเกิน 50 ซม.เพราะน้ำอาจเข้าไปทำความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าภายในรถ

Test MG ZS EV (32)

ข้อมูลทางเทคนิค: MG ZS EV
ประเภทมอเตอร์ไฟฟ้า: แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor
ประเภทของแบตเตอรี่: Lithium-ion
กำลังสูงสุด (แรงม้า): 150
แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร): 350
ระบบส่งกำลัง: อัตโนมัติ
ระบบขับเคลื่อน: ล้อหน้า
ระบบกันสะเทือน(หน้า/หลัง): แม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง/ทอร์ชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลง
เบรก(หน้า/หลัง): ดิสก์/ดิสก์
ยาว/กว้าง/สูง(มม.): 4,314 x1,809×1,624 มม
ขนาดล้อและยาง: 215/50R17
ราคา (บาท): 1,190,000
ตัวแทนจำหน่าย: บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

Please follow and like us: