“นิสสัน ไอเอ็มเอ็กซ์ คุโร” รถยนต์ต้นแบบสไตล์ครอสโอเวอร์ ไร้มลพิษ เร็ว และ แรงกว่า “GT-R”

นิสสัน ไอเอ็มเอ็กซ์ คุโร (Nissan IMx KURO) เปิดตัวในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ นับเป็นการเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบ ไอเอ็มเอ็กซ์ ครอสโอเวอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นครั้งแรกของยุโรป

“คุโร” ซึ่งแปลว่าสีดำในภาษาญี่ปุ่น ได้นำมาใช้ใน ไอเอ็มเอ็กซ์ ที่ถูกเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่งานโตเกียว มอเตอร์โชว์ เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2560 โดยถูกตกแต่งด้วยแนวเส้นสีดำ ล้อสีดำ กระจังหน้ารถยนต์ที่ปรับแต่ง และตัวถังสีเทาเข้มใหม่

นิสสัน ไอเอ็มเอ็กซ์ คุโร (Nissan IMx KURO) แสดงถึงแนวคิดการพัฒนาสู่อนาคตของการขับเคลื่อนอัจฉริยะของนิสสัน หรือ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่นิสสันมุ่งเปลี่ยนแปลงรูปแบบพลังขับเคลื่อน การขับขี่ และการใช้งานรถยนต์ที่บูรณาการอย่างกลมกลืนกับสังคม   ยานยนต์ต้นแบบนวัตกรรมใหม่ได้รับการออกแบบเพื่อส่งเสริม การเชื่อมโยงระหว่างรถยนต์และผู้ขับขี่ให้มีความใกล้ชิด เพิ่มความไว้วางใจได้ เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยกว่า สะดวกสบายยิ่งขึ้น และความตื่นเต้นในการขับขี่มากกว่าเดิม

ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นมาจากการผสมผสาน เทคโนโลยีการขับขี่ B2V (Brain-to-Vehicle) ที่นิสสันริเริ่มขึ้น เทคโนโลยี B2V จะแปลสัญญาณจากสมองของผู้ขับขี่เพื่อช่วยให้สามารถควบคุมการขับขี่ได้ดีมากขึ้น และช่วยให้รถยนต์สามารถเรียนรู้พฤติกรรมทั้งการขับขี่แบบอัตโนมัติ และการขับขี่ด้วยตนเอง

นายโฮเซ่ มูโนซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านปฎิบัติการ ของนิสสัน (Mr. José Muñoz Chief Performance Officer – Nissan Motor Co., Ltd.) กล่าว “ไอเอ็มเอ็กซ์ คุโร คือ ต้นแบบรถแบบครอสโอเวอร์ไร้มลพิษ ที่สะท้อนภาพอนาคตของการขับเคลื่อนอัจฉริยะของนิสสัน หรือ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) แนวคิดการขับเคลื่อนอัจฉริยะของนิสสันคือความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสื่อสารของผู้คนและรถยนต์ รวมถึงวิธีที่รถยนต์มีปฏิสัมพันธ์กับสังคมในอนาคตอันใกล้และในระยะยาว”

ทำให้การเดินทางสนุกสนานมากขึ้น : นิสสัน อินเทลลิเจนท์ ไดรฟวิง (Nissan Intelligent Driving) ประเด็นสำคัญด้านเทคโนโลยีที่นำเสนอคือ ProPILOT เวอร์ชั่นแห่งอนาคตที่นำเสนอการขับขี่แบบไร้คนขับเต็มรูปแบบ เมื่อเลือกใช้งานโหมด ProPILOT ระบบจะเก็บพวงมาลัยไว้ภายในแผงหน้าของรถ (dashboard) พร้อมปรับเอนเบาะทุกที่นั่ง เพิ่มพื้นที่ให้ผู้ขับขี่ได้รับความผ่อนคลายและรู้สึกสบายตลอดการเดินทางมากขึ้น เมื่อกลับสู่โหมดการขับขี่แบบแมนนวล (Manual) พวงมาลัยจะกลับสู่ตำแหน่งเดิมและเบาะที่นั่งก็จะปรับให้อยู่ในตำแหน่งเริ่มต้น มอบการควบคุมตัวรถคืนแก่ผู้ขับขี่อย่างราบรื่น

เทคโนโลยี B2V จะเพิ่มความรวดเร็วของการตอบสนองให้กับผู้ขับขี่ ถ่ายทอดสู่รถยนต์ที่จะปรับการสั่งงานอย่างต่อเนื่องให้เข้ากับการขับขี่ เพื่อสร้างความเพลิดเพลินและสนุกสนาน ความก้าวหน้าของนิสสันครั้งนี้เป็นผลจากการวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีการถอดรหัสสมองเพื่อคาดการณ์ปฏิกิริยาจากผู้ขับขี่ และตรวจจับความรู้สึกที่ไม่สะดวกสบายอีกด้วย

การคาดการณ์ : ด้วยการจับสัญญาณสมองของผู้ขับขี่ขณะกำลังเริ่มการเคลื่อนไหว  เช่นการหมุนพวงมาลัยหรือเหยียบคันเร่ง  เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ก้าวล้ำหน้าจะช่วยทำให้ทำงานได้อย่างเร็วขึ้น สิ่งนี้จะทำให้การตอบสนองดีขึ้น และทำให้การขับขี่แบบแมนวลดีขึ้นอีกด้วย

การตรวจจับ : ด้วยการตรวจจับและประเมินความรู้สึกที่ไม่สบายของผู้ขับขี่ ระบบปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) สามารถเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่หรือสไตล์การขับขี่เมื่ออยู่ในโหมดขับขี่แบบไร้คนขับ เทคโนโลยี B2V ของนิสสันเป็นระบบแรกของโลก ผู้ขับขี่สวมอุปกรณ์วัดคลื่นสมองซึ่งจะวิเคราะห์โดยระบบอัตโนมัติ จากการที่ระบบสามารถคาดคะเนการเคลื่อนไหว ระบบจะทำตาม  เช่น หมุนพวงมาลัย หรือทำให้รถช้าลง – 0.2 วินาทีถึง 0.5 วินาที ซึ่งเร็วเกินกว่าที่ผู้ขับขี่จะรู้สึกได้

ความสะดวกสบายและสุนทรียภาพของการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า : นิสสัน อินเทลลิเจนท์ เพาเวอร์ (Nissan Intelligent Power)

นิสสัน ไอเอ็มเอ็กซ์ คุโร ที่ไร้มลพิษใช้แพลทฟอร์มของรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ของนิสสัน ที่ได้รับการออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูงสุด มีพื้นห้องโดยสารแบนราบ เพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้ กว้างขวางและเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ ด้วยจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ แชสซีส์ของตัวรถมอบการควบคุมที่เฉียบคม เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในเซกเมนท์ของรถยนต์แบบครอสโอเวอร์

ด้วยระบบขับเคลื่อนที่ทรงพละกำลังแต่ยังมีความเงียบ จะเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ โดยขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสองตัว ซึ่งติดตั้งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มกำลังให้กับล้อทั้งสี่ มีพละกำลังรวมทั้งหมด 320 กิโลวัตต์ และแรงบิดมหาศาล 700 นิวตัน-เมตร ซึ่งมากกว่าซูเปอร์สปอร์ตคาร์อย่าง นิสสัน จีที-อาร์ ด้วยแหล่งพลังงานจากแบตเตอรี่กำลังสูงซึ่งถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด และปรับระบบวิศวกรรมใหม่เพื่อให้พลังงานที่เต็มเปี่ยมขึ้นกว่าเดิม แบตเตอรี่รุ่นใหม่ช่วยให้รถต้นแบบรุ่นนี้โลดแล่นได้ไกลกว่า 600 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง ดังนั้น ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจึงสามารถเพลิดเพลินกับการเดินทางแบบไร้ความกังวลใดๆ

การเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างสังคม : นิสสัน อินเทลลิเจนท์ อินทิเกรชัน (Nissan Intelligent Integration)

นิสสัน ไอเอ็มเอ็กซ์ คูโร สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมได้อย่างที่ไม่เคยมีรถยนต์รุ่นใดทำได้มาก่อน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อตัวรถเสร็จสิ้นการส่งเจ้าของรถถึงสนามบินแล้ว รถคันนี้สามารถเคลื่อนจอดได้เองในที่จอดที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้า และทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้า “เสมือนจริง” ด้วยการคืนพลังงานไฟฟ้ากลับสู่โครงข่ายดังกล่าว ซึ่งเป็นคุณสมบัติใหม่ของการถ่ายเทพลังงานไฟฟ้าจากรถยนต์สู่บ้านเรือน (Vehicle-to-Home) และจากรถยนต์สู่อาคาร (Vehicle-to-Building) เมื่อเจ้าของรถต้องการใช้งาน ไอเอ็มเอ็กซ์ คุโร สามารถเคลื่อนที่ไปรับได้ที่อาคารผู้โดยสารของสนามบินและมุ่งตรงกลับบ้าน

กระบวนการทั้งหมดนี้ดำเนินไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยแบตเตอรี่ที่มีศักยภาพสูงและเทคโนโลยีการเชื่อมต่อในรถยนต์ (connected-car technologies) รวมถึงระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติที่ไร้รอยต่อ (Seamless Autonomous Mobility)

ปรัชญาใหม่ของการออกแบบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อยุคแห่งการขับขี่แบบไร้คนขับ

จนถึงปัจจุบัน รถยนต์ได้รับการออกแบบให้มีความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างตัวถังภายนอกและภายในห้องโดยสาร การออกแบบภายนอกจะมอบความรู้สึกของความปลอดภัยจากภายนอก ขณะที่การออกแบบภายในช่วยให้ผู้ขับขี่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อสร้างสมาธิในระหว่างขับขี่

ความแตกต่างบนพื้นฐานการใช้งานดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงไปด้วยการมาของรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติที่ไร้คนขับแบบเต็มรูปแบบ นักออกแบบของนิสสัน มุ่งสร้างนิยามใหม่ของพื้นที่ในห้องโดยสารของ  ไอเอ็มเอ็กซ์ ด้วยการสร้างสรรค์ความรู้สึกที่เปิดกว้าง พร้อมกับมอบความเป็นส่วนตัว โดยการสร้างสรรค์พื้นที่ที่เชื่อมต่อระหว่างภายในและภายนอกของรถต้นแบบรุ่นนี้

ดีไซเนอร์ของนิสสันยังต้องการถ่ายทอดบุคลิกสำคัญของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า นั่นคือความเงียบและความนุ่มนวลด้วยสัมผัสของแสง แต่ยังเปี่ยมด้วยพลังและความปราดเปรียว โดยได้แรงบันดาลใจมาจากแนวคิด ‘มา (ma)’ ของญี่ปุ่นซึ่งเป็นความรู้สึกด้านพื้นที่และเวลา และ ‘วา (wa)’ หรือความกลมกลืน แสดงออกถึงการดำรงอยู่ร่วมกันอย่างลงตัวของแนวคิดสองด้านที่ตรงข้ามกันอย่าง “การสงบนิ่ง” และ “การเคลื่อนไหว”

การออกแบบภายนอก : แสดงบุคลิกที่มีเอกลักษณ์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

นับตั้งแต่เปิดตัวที่โตเกียว มอเตอร์โชว์ ทีมออกแบบรถยนต์ของนิสสัน ซึ่งนำโดย มร.อัลฟอนโซ อัลบายซ่า รองประธานอาวุโส ส่วนงานออกแบบทั่วโลก บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด (Mr. Alfonso Albaisa, Senior Vice President – Global Design) ได้ทำการปรับเปลี่ยนบางจุดเล็กน้อยแต่มีนัยยะสำคัญให้กับตัวรถยนต์ นำมาซึ่ง คุโร ใหม่

โดยทีมได้ปรับกระจังหน้ารถยนต์ให้ดูแข็งแรงและแกร่งขึ้น เปลี่ยนสีจากขาวมุก เป็นสีควันเทา พร้อมกับล้อโทนสีดำ การทำสีใหม่นี้เปลี่ยนบุคลิกของ ไอเอ็มเอ็กซ์ ให้มีความแข็งแกร่ง และโดดเด่นมากขึ้น

ความตั้งใจของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คือการได้ทดสอบว่ารถต้นแบบ ไอเอ็มเอ็กซ์ ที่ถือเป็นโชว์เคสในการเป็นผู้นำของนิสสัน ในเรื่องระบบขับขี่อัตโนมัติและรถยนต์ไฟฟ้า ในการนำเสนอที่แตกต่างและบุคคลิกภาพที่ดุดันจะประสบความสำเร็จในตลาดได้หรือไม่

ซึ่งการออกแบบหลักที่นำเสนอใหม่นี้ สร้างการตอบรับได้อย่างดีในโตเกียว โดยยังคงเป็นกระจังหน้าแบบ V-motion รวมถึงการออกแบบเส้นสายที่นุ่มนวลขึ้นไล่จากกระโปรงหน้าสู่ด้านหลังของตัวรถ พื้นผิวกว้างของบังโคลนด้านหน้า เริ่มจากกระจังหน้ารถยนต์และบังโคลนหน้ามีพื้นผิวที่กว้างและรูปทรงที่ชัดเจนทุกมิติให้กับการมองเห็น

 

การออกแบบภายใน : กว้างขวางและผ่อนคลาย มุ่งเน้นความเรียบง่าย

ห้องโดยสารของถอดแบบจากแนวคิดพื้นฐานของการจัดวางเนื้อที่ ซึ่งสามารถพบได้ในบ้านแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง แผงการทำงานภายในรถเป็นแบบพาโนรามิก ระบบ OLED แสดงภาพด้านนอกตัวรถเป็นพื้นหลัง ขณะที่หน้าจอเป็นแพลทเทิร์นลายไม้ถูกติดตั้งแยกส่วน อยู่ต่ำกว่าแผงการทำงาน และโค้งรับกับแผงประตูด้านใน ทำให้ผู้โดยสารทุกที่นั่งได้รับความรู้สึกสบายจากสภาพภายนอกรถ คล้ายกับ โชจิ (shoji) หรือแผงกั้นห้องที่ทำด้วยกระดาษของญี่ปุ่น

เบาะที่นั่งที่พิมพ์และสลักด้วยเครื่องตัดเลเซอร์เป็นแพลทเทิร์นแบบ “คาทานะกาเระ (katanagare) รูปทรงสามเหลี่ยมทแยงมุม ขณะที่หมอนรองศีรษะเป็นลวดลาย คูมิกิ” (kumiki) หรือ บล็อกไม้ล็อกเข้ารูปแบบญี่ปุ่นทำด้วยวัสดุซิลิโคนที่นุ่มนวลและตัวโครงผลิตจากเครื่องพิมพ์สามมิติ

สำหรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ช่วยให้ผู้ขับขี่ในการควบคุมแผงทำงานด้วยการเคลื่อนไหวของดวงตา และการขยับมือเพื่อสั่งการ อินเตอร์เฟซที่ใช้งานได้ง่ายนี้ทำให้สวิตช์และปุ่มควบคุมแบบดั้งเดิมต่างๆ ลดลง ทำให้ห้องโดยสารของ ไอเอ็มเอ็กซ์ มีความเรียบง่าย ทรงประสิทธิภาพ และให้ความสะดวกสบายสูงสุด

 

Please follow and like us: