“อีซูซุ” จัดทริป “สัมผัสวิถีชีวิตพอเพียง” ไปกับ “อีซูซุ วี-ครอส 4×4 ความสุขออกแบบได้”

อีซูซุสานต่อแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงจัดทริปพิเศษ “อีซูซุ วี-ครอส 4×4 ความสุขออกแบบได้” นำสื่อมวลชนเที่ยวชมของดีจังหวัดระนอง “ก้อง วัลเลย์” วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟคั่วมือและท่องเที่ยวเชิงเกษตร เรียนรู้ขั้นตอนการทำกาแฟคุณภาพจากผู้ผลิตสู่ถ้วยกาแฟ และสัมผัสวิถีชีวิตพอเพียง ณ ฟาร์มสเตย์สุดน่ารัก “บ้านไร่ ไออรุณ” ที่น้อมนำศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาแห่งความพอเพียงของรัชกาลที่ 9 มาใช้ในการออกแบบความสุขของการดำเนินชีวิต และพัฒนาบ้านเกิด

ทริพนี้ อีซูซุ ได้แบ่งสื่อมวลชนออกเป็น 2 กลุ่ม ต้อนรับด้วยอาหารเช้าสไตล์คนพื้นเมืองกับ 2 ร้านโรตีชื่อดัง “โรตีนิสรา” (โรตีหงาว) และ “บังกีโรตีอาหรับ” ที่มีเมนูเด็ด คือ โรตีทอดหอมกลิ่นนมเนยและหนานุ่มกำลังดีทานคู่กับแกงกะหรี่รสชาติเข้มข้น หรือจะราดนมโรยน้ำตาลแบบที่คุ้นเคยก็อร่อยถูกปาก รวมถึงไก่ทอดกรอบรสชาติดี เสิร์ฟพร้อมกาแฟ หรือชานมรสกลม กล่อม

หลังจากเอร็ดอร่อยกับอาหารเช้าสถานที่ต่อไปคือการไปไหว้พระทำบุญถวายสังฆทานเพื่อเป็นสิริมงคลของชีวิตที่ “วัดวารีบรรพต” หรือวัดบางนอน พุทธศาสนสถานแห่งนี้นอกจากจะมีพระพุทธไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ด้วยขนาดความยาวถึง 22 เมตร ยังเป็นที่ตั้งของมหาทุติยเจดีย์ศรีบรรพต ที่มีรูปทรงคล้ายเจดีย์แบบพม่าจึงเป็นที่ศรัทธาของชาวพม่าที่อาศัยในจังหวัดระนอง และฝั่งพม่าที่มักจะข้ามมาทำบุญในวันพระ

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ นั่นคือโรงแก้วพร้อมร่างของหลวงพ่อด่วน อดีตเจ้าอาวาสและพระเกจิชื่อดังแห่งเมืองระนอง ที่เกิดเหตุอัศจรรย์ไฟไม่ไหม้ศพและจีวร จนนำมาบรรจุในโลงแก้วเป็นเวลานานถึง 10 ปี

หลังจากอิ่มบุญกับการเสริมศิริมงคลก็เดินทางต่อไปปรับรสลิ้นลิ้มรสอาหารใต้และซีฟู๊ดมิ้อกลางวัน ณ ร้าน “เคียงเลซีฟู้ด” ย่านหมู่บ้านชาวประมงในเขตตำบลกะแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ สัมผัสวิถีชีวิตริมสายน้ำที่มองเห็นแผ่นดินของประเทศพม่าได้อย่างชัดเจน

ถึงเวลาได้ทดลองขับรถปิกอัพ “อีซูซุ วี-ครอส 4×4” สู่อำเภอกระบุรีที่เต็มไปด้วยทางโค้งลัดเลาะขึ้นเขาท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำ สลับกับช่วงโปรยปรายเบาๆ พร้อมแดดบาง ๆ สมกับฉายา “เมืองฝนแปด แดดสี่”

สภาพเส้นทางอาจจะไม่ถือว่าลำบากนัก เพราะเป็นการขับขี่บนถนนหลวง ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเนื่องจากไม่ได้ลุยหนักในสไตล์ออฟโรด แต่ฝนที่เป็นตัวแปร เมื่อมีระบบมาให้ลองจึงถือโอกาสใช้งานระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ 4H เพื่อเพิ่มเติมสมรรถนะในการยึดเกาะถนน ทำให้มั่นใจได้กับการเดินทางที่มีสภาพดินฟ้าอากาศเป็นอุปสรรค

ระบบรองรับของ “อีซูซุ วี-ครอส 4×4” ถือเป็นความโดดเด่นกว่าแบรนด์คู่แข็ง เนื่องจากความนุ่มหนึบที่มาจากช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ ปีกนก2ชั้น คอยล์สปริง เหล็กกันโคลง ช๊อกอัพแก๊ส ด้านหลังเป็นแหนบแผ่นรูปครึ่งวงรี โช๊คอัพแก๊ส จึงช่วยให้ลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้เป็นอย่างดี

เป้าหมายต่อไป ถือเป็นไฮไลท์ของการเดินทางครั้งนี้คือ ฟาร์มสเตย์น่ารักๆชื่อ “บ้านไร่ ไออรุณ” ของคุณเบส – วิโรจน์ ฉิมมี สถาปนิกหนุ่มอนาคตไกลที่มีรางวัลการประกวดออกแบบเป็นการันตี แต่กลับเลือกเดินทางวิถีเรียบง่าย ผันตัวเองมาพัฒนาบ้านเกิดที่อำเภอ กะเปอร์ จังหวัดระนอง พลิกฟื้นพื้นที่สวนรกให้กลายเป็นฟาร์มสเตย์ท่องเที่ยวเชิงเกษตรจนเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงด้วยความมุ่งมั่นและเชื่อตามหลักคำสอนของรัชกาลที่ 9 ในเรื่องหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้จริง จนกระทั่งสามารถเติมเต็มความฝันของตนเองและครอบครัวได้ในที่สุด

โดย อีซูซุ เคยได้นำเรื่องราวของคุณเบสมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์เทิดพระเกียรติชุดที่ 15 ชื่อชุด “ความสุขออกแบบได้” ซึ่งฉายในโรงภาพยนตร์ในกลุ่มเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ได้ตระหนักถึงวิถีแห่งความพอเพียงที่เหมาะสมกับตนเอง การมีความเพียรที่สม่ำเสมอ เพื่อดำเนินตามวัตถุประสงค์ที่ตนมุ่งมั่น ไปจนประสบผลสำเร็จ

คุณเบสได้บอกเล่าที่มาของฟาร์มสเตย์แสนสวยที่แม้จะประสบความสำเร็จอย่างสูงในเวลาอันรวดเร็ว แต่ยังคงเน้นเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภายในระยะเวลา 1 ปี 8 เดือน จาก 2 หลังแรกมาสู่ 7 หลัง โดยบ้านหลังที่ 8 อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งไม่เคยกู้ยืมเงินจากธนาคาร แต่ใช้การออมรายได้จากค่าห้องพักมาลงทุนเพิ่ม โดยเจ้าตัวย้ำเสมอว่า “ไม่ได้อยากทำใหญ่โต หรือร่ำรวยอะไร แค่อยากมีบ้านสวย ๆ มีเวลาอยู่กับครอบครัว และมีความสุขในบ้านเกิดของตัวเอง”

คุณเบส – วิโรจน์ ฉิมมี กล่าวว่า “ตอนที่จบออกมาทำงาน ผมกลับรู้สึกว่ากรุงเทพฯ ไม่ใช่พื้นที่ของเรา พอได้กลับมาบ้านเกิดเลยเกิดความคิดว่าไหนๆ ก็เรียนจบสถาปัตย์มาแล้ว มาทำฝันในวัยเด็กให้เป็นจริงดีกว่า บ้านทุกหลังใน “บ้านไร่ ไออรุณ” จึงมาจากความฝันในวัยเด็กของผมที่อยากมีบ้านสวย ๆ บวกกับสิ่งที่พ่อแม่มีอยู่ก่อนแล้ว คือ การเกษตร ทั้งครอบครัวเลยมาพัฒนาพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นธุรกิจเล็กๆ ของครอบครัว สร้างบ้านที่ทำให้คนที่มาพักรู้สึกสนุก เติมเต็มความฝันในวัยเด็กที่อยากมีห้องใต้หลังคา บ้านต้นไม้ บ้านที่มีลำธารหน้าบ้าน ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ”

คุณเบส กล่าวเพิ่มเติม “ผมเชื่อมาเสมอว่า สิ่งที่จะผมทำจะดึงดูดคนที่มีความคิดแบบเดียวกันให้มาเจอกัน และทุกวันนี้มันเป็นแบบนี้จริงๆ คนมาพักเต็มทุกวัน ซึ่งไม่ใช่ครอบครัวผมเท่านั้นที่มีรายได้ แต่ยังช่วยให้ชาวบ้านได้มีงานทำ พัฒนาทั้งชุมชนและจังหวัด เกิดเทรนด์ใหม่ๆ ในการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในเชิงสร้างสรรค์ เพราะความพอเพียงไม่ได้หมายถึงการอยู่แบบยากจนหรือล้าหลัง หากนำความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงจะก่อให้เกิดคำว่า “ยั่งยืน” ควบคู่ไปด้วย”

กิจกรรมในบ่านไร่ไออรุณดำเนินตามสไตล์ชิวๆ ปล่อยชีวิตไปช้าๆ กับธรรมชาติ และทุกมุมสวยๆ ของบ้านพักแต่ละหลังที่มาพร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาจจะต้องใช้ทักษะในการปีนป่าย ทิศทางการเปิดประตูที่ไม่เหมือนปกติ

อีกกิจกรรมตามวิถีพอเพียงในรูปแบบพื้นบ้านคือการเก็บผักในแปลงและที่ขึ้นเองตามธรรมชาติเพื่อนำมาประกอบอาหาร นำดอกไม้ที่ขึ้นทั่วไปมาประดับเป็นอาหารตาให้กับอาหารสดรสเลิศของแม่ครัวที่เป็นเหล่าญาติๆ ของคุณเบส สำหรับคนที่ตื่นเช้านอกจากจะได้ชมสายหมอกที่ลอยอ้อยยิ่งเหนือยอดไม้แล้ว ยังสามารถไปชมวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ตลาดเพื่อซื้อของสดมาจัดเตรียมเป็นอาหารเช้า นับเป็นความสุขที่เราทุกคนออกแบบเองได้โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 ที่ทุกคนสามารถทำตามได้

หลังจากดื่มด่ำกับธรรมชาติ ณ “บ้านไร่ ไออรุณ” ขบวนรถก็ได้เคลื่อนตัวไปยัง “ก้อง วัลเลย์” ไร่กาแฟเกษตรอินดี้ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟคั่วมือและท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ให้ความรู้และแนวคิดในการทำกาแฟคุณภาพของคนไทย “GONG COFFEE” ซึ่งส่งขายทั่วโลก และสามารถช่วยเหลือเกษตรกรไทยหลายหมื่นครอบครัว ผ่านการรับซื้อเมล็ดกาแฟคุณภาพสูงและให้เกษตรกรเป็นผู้กำหนดราคาขายเอง นำมาคัดเมล็ด คั่ว บด และบรรจุลงถุงที่มีมาตรฐาน

ความโดดเด่นของกาแฟที่นี่ คือการคั่วด้วยมือทุกเมล็ด นอกจากนี้คุณก้องยังเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้กับผู้มาเยือนซึ่งมีความสนใจในเรื่องกาแฟจากทั่วโลกอีกด้วย

หลังจากสื่อมวลชนได้ลองคั่วกาแฟด้วยตัวเองในกระทะทองเหลืองขนาดเล็ก ด้วยไม้พายที่ทำจากต้นอบเชยจนได้ที่แล้ว ก็ไปสู่ขั้นตอนการบดเมล็ดกาแฟนั้นด้วยเครื่องมือแบบดั้งเดิม คือใช้มือหมุน แล้วนำไปชงทั้งแบบดริป (Drip) ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มฮิปสเตอร์ที่รักในรสชาติกาแฟ และการชงแบบอัดความดัน (Pressure) เป็นการใช้กาสำหรับชงกาแฟตั้งบนเตา และรอให้น้ำเดือดเพื่อดันน้ำผ่านเมล็ดกาแฟบดและออกมาเป็นกาแฟพร้อมดื่ม

ไฮไลท์อีกเมนูของ “ก้อง วัลเลย์” คือ หมั่นโถวทอดในตำนานฝีมือคุณแม่ออกมาเป็นของว่างคู่กับกาแฟ หรือจะดื่มกับชาดอกกาแฟที่ 1 ปีจะเก็บได้แค่ 1 ครั้ง ในช่วงเดือนมกราคม ให้กลิ่นหอมละมุน รสชาติหวานนิดๆ หลังจากนั้นทุกคนยังได้ฝากท้องชิมอาหารมื้อกลางวันรสชาติดีที่ก้อง วัลเลย์อีกด้วย

ปิดท้ายการเดินทางด้วยอาหารเย็นรสเลิศ ณ ร้าน “ฟาร์มเฮ้าส์” ร้านอาหารในบรรยากาศโรงนาฝรั่ง ก่อนเดินทางไปยังสนามบินระนองเพื่อกลับเข้าสู่การดำเนินชีวิตประจำวันกันต่อไป

จบทริปพิเศษ “อีซูซุวี-ครอส 4×4: ความสุขออกแบบได้” สิ่งที่ได้กลับมาเต็มๆ นั่นคือ ความเข้าใจหลักการของ “ความสุข” และรู้ซึ้งอย่างถ่องแท้ถึงคำว่า “พอเพียง”

Please follow and like us: