อุปกรณ์ที่ควรมีติดไว้ที่บ้านสำหรับผู้ใช้รถ

      รถยนต์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ปรับปรุงพัฒนา  เพื่อให้มีประสิทธิภาพ สมรรถนะ มีความคงทนที่ดีขึ้น รวมถึงความสลับซับซ้อนของระบบต่างๆ ที่พ่วงตามมามากยิ่งขึ้น ทำให้เจ้าของรถหรือผู้ใช้รถปัจจุบัน เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับระบบต่างๆ ของรถยนต์ด้วยตัวเองได้ยากยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ไม่มีเทคโนโลยีชั้นสูงมากๆ แต่การดูแลบำรุงรักษาเบื้องต้นต่างๆ ที่ผู้ใช้รถพอจะทำได้ด้วยตัวเอง ก็ควรดูแลด้วยตัวเองบ้างถ้าทำได้ หรืออาจวานให้ผู้อื่นช่วยดูแลให้ ซึ่งบางครั้งจำเป็นต้องมีอุปกรณ์บำรุงรักษา หรือเครื่องมือ บางอย่างที่ควรมีติดไว้ประจำบ้านเมื่อถึงยามจำเป็นต้องใช้

      อุปกรณ์บำรุงรักษาต่างๆ ที่ควรมีติดไว้ที่บ้านมีดังนี้

      1.  ผ้าเช็ดรถ ที่ดูเหมือนจะเป็นพื้นฐานจริงๆ แต่บางบ้านถึงกับไม่มีผ้าเช็ดรถ เมื่อถึงยามจะต้องใช้ ก็หาใช้ไม่ได้ อาจนำเอาเสื้อยืดเก่าๆ หรือผ้าที่มีผิวหยาบมาเช็ดรถโดยไม่ทันคิดถึงสิ่งที่ตามมา ซึ่งบางครั้งอาจทำให้สีของรถเป็นรอย หรือเป็นขนแมวได้ง่าย  ดังนั้นผ้าเช็ดรถควรมีประจำบ้านไว้สำหรับเช็ดล้าง อย่างน้อย 2-3 ผืน โดยใช้ผ้าที่มีลักษณะนุ่ม

      • ผ้าสำลี เป็นผ้าธรรมดาที่มีสีขาวหาซื้อได้ตามร้านขายผ้า ลักษณะผ้าจะเป็นผ้านุ่ม เหมาะสำหรับนำมาเช็ดรถ  แต่มีข้อเสียอยู่อย่างคือ จะมีขนของผ้ามากในช่วงที่ผ้ายังใหม่อยู่  หลังถูน้ำยาขัดสี ใช้ผ้าสำลีลูบจะทำให้สีเงางามและไม่กินแรง
      • ผ้าขนหนูนิ่ม หรือผ้านาโน ลักษณะขนนิ่มปุยเหมาะสำหรับการเช็ดแห้งมากกว่าเช็ดน้ำเปียก เหมาะกับการเช็ดกระจก หรือหลังจากได้ลงแว๊คขัดเคลือบสีรถ เช็ดวัสดุภายในรถ เป็นต้น
      • ผ้าเช็ดรถแบบหนัง ซึ่งเราเรียกจนติดหูว่าผ้าชามัว ซึ่งเป็นผ้าเช็ดรถที่ดี เหมาะสำหรับล้างและเช็ดรถจนแห้ง เป็นผ้าที่ เช็ดได้สะอาด ดูดซับน้ำได้ดี แต่มีราคาค่อนข้างสูง  มีหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบที่เป็นหนังชามัวแท้ๆ หนังแกะ หรือแบบที่เป็นชามัวสังเคราะห์และมีข้อควรระวังในการใช้คือไม่ควรตากแดด เพราะจะทำให้กรอบ และเสื่อมสภาพเร็ว

      *ผ้าที่ไม่ควรใช้ คือพวกผ้าขนหนูเก่า ที่เวลาแห้งหรือตากแดดแล้ว มีลักษณะแข็ง เมื่อถูไปที่ผิวสีรถจะเป็นเส้นและเกิดรอยทันที

      2. ฟองน้ำ เอาไว้ถูล้างทำความสะอาดทั่วไป แต่ไม่ควรนำมาถูกับสีรถเมื่อพบว่ามีฝุ่นทรายที่สีของรถมากๆ  เนื่องจากบางครั้งทรายจะเข้าไปอยู่ในฟองน้ำ หากล้างไม่หมด  แต่ถ้ารถสะอาดก็นำมาล้างรถได้เช่นกันพร้อมกับน้ำยาล้างรถ

      3.  แปรงขุยมะพร้าว เอาไว้ขัดยางรถยนต์ที่เปื้อนดินโคลนหรือสิ่งสกปรกมากๆ

      4. แปรงทาสี และแปรงสีฟัน เอาไว้ทำความสะอาดฝุ่นผง และสิ่งสกปรก ตามซอกหรือช่องต่างๆ ที่เราทำความสะอาดได้ไม่หมด เช่นบางส่วนในห้องเครื่องยนต์ ใช้แปรงปัดง่ายกว่ามาก

      5.  น้ำกลั่น  ควรมีติดบ้านไว้อย่างน้อยหนึ่งขวด เผื่อตรวจพบว่าระดับน้ำในหม้อแบตเตอรี่ ต่ำกว่าระดับที่ควรจะเป็น

      6. น้ำมันเครื่อง โดยทั่วไปผู้ใช้รถจะให้ศูนย์บริการ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้เมื่อถึงระยะที่กำหนด หรือบางท่านนำรถไปเปลี่ยนตามสถานที่บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทั่วไป ซึ่งบางครั้งจะมีน้ำมันเครื่องที่เหลือจากการเปลี่ยนถ่าย ให้นำกลับมาด้วย เผื่อเวลาตรวจพบว่าระดับน้ำมันเครื่องลดลงไป จะได้เติมให้อยู่ในระดับที่ต้องการ เนื่องจากปัจจุบันระยะการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เพิ่มขึ้น ถึง 10,000-15,000 กิโลเมตรแล้ว ดังนั้นระยะเวลาดังกล่าวอาจทำให้ระดับน้ำมันเครื่องลดลงได้ แต่ควรเก็บไว้ไม่ให้โดนแดด น้ำ หรือความชื้นมากๆ เมื่อเปิดแล้วควรเก็บไว้ไม่เกิน 1 ปี สำหรับเติมรถ แต่สามารถน้ำไปหล่อลื่นอย่างอื่นได้

      7.  น้ำมันพาวเวอร์  หรือที่ข้างกระป๋องเขียนว่า ATF  สามารถใช้ร่วมกับน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ โดยทั่วไปได้ แต่ไม่ทุกรุ่น  ซึ่งจะมีเกรด แบ่งไว้  ส่วนน้ำมันเบรก ก็เช่นกันควรมีสำรองไว้บ้างก็ดี  แต่ไม่ถึงจำเป็นว่าจะต้องมี

      8.  น้ำยาหล่อลื่นอเนกประสงค์ ควรมีติดบ้านไว้ ซึ่งมีคุณสมบัติไว้ใช้หล่อลื่นป้องกันสนิม ช่วยคลายน๊อต สกรูต่างๆ ไม่เพียงแต่จะใช้กับรถยนต์เท่านั้น ยังสามารถนำไปหล่อลื่นอุปกรณ์ต่างๆ ได้อีกมากมาย เช่น กรรไกรตัดหญ้า กุญแจ บานประตูที่ส่งเสียงดังเป็นต้น

      9. ไฟฉาย หรือไฟส่องสว่างที่ต่อกับที่จุดบุหรี่หรือที่แบตเตอรี่โดยตรง ซึ่งบางครั้งเราอาจมีความจำเป็นจะต้องใช้ในยามค่ำคืน ทำให้ช่วยหาของ หรือซ่อมแซมแก้ไขได้ชัดเจนขึ้น

      10. แชมพูล้างรถ เอาไว้ล้างทำความสะอาดสีรถเมื่อมีคราบสกปรกที่รถ หากล้างเป็นประจำจะทำให้สีรถเงางามอยู่เสมอ และควรเป็นน้ำยาล้างรถที่มีส่วนผสมของเกลือน้อยๆ

      11. ยาขัดสีรถ เผื่อเอาไว้ยามต้องการขัดคราบสกปรก และน้ำยาเคลือบสีรถให้เกิดความเงางาม

      12. น้ำยาทำความสะอาดหนังหรือเบาะ บางครั้งเมื่อเราต้องการทำความสะอาดเบาะ โดยเฉพาะ เบาะที่ทำด้วยหนัง และมีสีอ่อน น้ำยาเหล่านี้ สามารถขจัดคราบขี้ไคล ที่แทรกอยู่ให้ออกได้ น้ำยาทำความสะอาดพวกเบาะ ควรแยกแบบที่ใช้สำหรับหนังแท้ หนังสังเคราะห์ หรือพวกทำความสะอาดเบาะกำมะหยี่

      อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ

      1.  กล่องเครื่องมือ ที่เอาไว้สำหรับเก็บเครื่องมือต่างๆ ที่เรามีอยู่ให้เป็นที่ ทำให้ง่ายต่อการหยิบหา เพราะบางท่านก็จะนำไปเก็บไว้ไม่เป็นที่ เช่น ในลิ้นชัก วางไว้ตามโต๊ะบ้าง ทำให้เวลาหาใช้หาไม่เจอ หรืออาจสูญหายได้ง่าย

      2.  ไขควง  เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องมีติดบ้านไว้ ทั้งที่เป็นชนิดแบบ แบน หรืออย่างที่เป็นแฉก ทั้งขนาดเล็กและขนาดกลาง

      3.  คีม  ถ้าเป็นไปได้ควรมีคีมให้ครบ เช่น คีมปากแหลม คีมปากจิ้งจก คีมตัดสายไฟเป็นต้น

      4.  ประแจรวม ที่ช่างส่วนใหญ่ชอบเรียกว่าแหวนข้าง  โดยด้านหนึ่งมีลักษณะป็นแหวน ส่วนอีกด้านเป็นปาก (ปากตาย) ถ้าสามารถหาซื้อชุดเล็กได้สัดชุดก็จะเป็นการดี หรือจะหาซื้อเอาเป็นชิ้นที่จำเป็นก็ได้

      5.  เทปพันสายไฟ  ใช้สำหรับพัน หรือรัดอย่างอื่นได้ด้วย ไม่ใช่เฉพาะสายไฟเท่านั้น  แต่โดยทั่วไปจะเอาไว้พันสายไฟที่มีรอยเชื่อมต่อของสายไฟที่มีการซ่อมแซมหรือมีรอยแตก เพื่อกันไม่ให้สายไฟแตะกันซึ่งอาจเกอดการช๊อตได้

      6.  คัตเตอร์  เอาไว้เฉือนตัด แต่งงานที่ซ่อม หรือเอาไว้ปอกสายไว้เมื่อยามจำเป็น

      7.  ชุดบ๊อก น่าจะมีสำหรับคนที่ชอบซ่อมแซมรถด้วยตัวเองอยู่เป็นประจำ มีทั้งชุดเล็กและชุดใหญ่

      8.  ปลั๊กต่อสายไฟ เป็นแบบม้วนเก็บได้สะดวก ขนาดตามความเหมาะสม เพราะบางครั้ง อาจจำเป็นต้องใช้ต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น เครื่องดูดฝุ่น เป็นต้น

       

      การเลือกซื้อ  สำหรับอุปกรณ์ทั่วไป

      1. ผ้าเช็ดรถ  ที่ถูกควรเลือกซื้อผ้านิ่ม และซับน้ำได้เร็ว สำหรับผ้าชามัวอาจมีราคาแพงสูงถึง 1,000 บาท ซึ่งหากมีกำลังซื้อของแท้จริงๆ และรู้จักวิธีการใช้และดูแลให้เป็น ก็น่าซื้อไว้ใช้  ส่วนที่เป็นของเทียมสังเคราะห์ ถือว่าพอใช้ได้ ราคาประมาณ 100-200 บาท อายุการใช้งาน ได้ไม่นาน 6  เดือนถึง 1 ปี ก็จะยุ่ยเสื่อมสภาพไปเอง
      2. ฟองน้ำ  ถ้าเป็นฟองน้ำอย่างดีใช้สำหรับรถยนต์ หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้า ส่วนขายของประดับยนต์  หรือหากเป็นฟองน้ำธรรมดาก็จะขาดง่ายกว่าและไม่ค่อยทน แต่ก็เหมาะสมกับราคา สามารถนำมาทำความสะอาดทั่วไป หรือ ใช้ขัดสีรถได้
      3. แปรงขุยมะพร้าว แปรงทาสี ถือว่าไม่มีอะไรเป็นพิเศษจากทั่วๆ ไป หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง  แปรงทาสี ควรมีสัก 2 ขนาด คือขนาด 1 นิ้ว และ 2 นิ้ว
      4. น้ำกลั่น  ใช้น้ำกลั่นที่หาซื้อได้ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องซื้ออย่างดี หรือพิเศษอะไร ซึ่งบางครั้งอาจทำให้คนเติมเข้าใจผิด หรือไม่กล้าเติมก็เป็นได้
      5. น้ำมันเครื่อง  ควรเลือกซื้อที่เป็นชนิดและเป็นเกรดเดียวกับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น เป็นน้ำมันสังเคราะห์ มาตรฐาน API SL ความหนืด 10W 40 เป็นต้น ควรเลือกซื้อให้กับที่ใช้งานกัน
      6. น้ำมันพาวเวอร์ และน้ำมันเบรก ก็เช่นกัน ควรเลือกซื้อที่เป็นเกรดเดียวกัน หากไม่ทราบให้สอบถามช่างบริการที่ทำรถให้เราอยู่ประจำ หรือถามศูนย์บริการ  เช่น เป็น  ATF DEXRON  เกรด 2  หรือเกรด 3  น้ำมันเบรกDOT ที่เท่าไร  ยี่ห้ออะไร
      7. น้ำยาหล่อลื่นอเนกประสงค์ ซึ่งปัจจุบันมีหลายยี่ห้อ  แต่ที่เห็นอยู่บ่อยๆ จะมี ยี่ห้อ SONAX ที่ใช้กันจนติดปาก และ WD 40 ซึ่งตรงนี้มีคุณภาพไม่ต่างกัน เวลาซื้อให้ดูเรื่องราคา ปริมาณ หรือการมีส่วนลด
      8. ไฟฉาย หรือไฟส่องสว่างที่ต่อกับที่จุดบุหรี่  หาซื้อได้ตามร้านประดับยนต์ในห้างสรรพสินค้า ที่มีให้เลือกหลายราคา และหลายคุณภาพ  แต่อยากแนะนำให้ซื้อของที่ดูมีคุณภาพหน่อย ซึ่งราคาอาจสูงตามไปด้วย  เนื่องจากหากเป็นของราคาถูก มากๆ พอยามที่ต้องการใช้ส่วนใหญ่ชอบมีปัญหา
      9. แชมพูล้างรถ ควรเลือกที่ทำมาใช้สำหรับล้างรถโดยเฉพาะ มีส่วนผสมของเกลือน้อยที่สุด และไม่ถูกมากจนเกินไป
      10. ยาขัดสี  ถ้าไม่มั่นใจควรสอบถามผู้ขาย เนื่องจากยา ขัดและยาเคลือบสีรถมันมีอยู่หลายเกรด ทั้งขัดหยาบ ขัดละเอียด ขัดเงา และเคลือบเงา มีตั้งแต่ ไม่ถึงร้อยจนถึง 2-3 พันบาท

       

      การเลือกซื้อเครื่องมือ

      1. กล่องเครื่องมือมีหลายขนาด ถ้ามีเครื่องมือเยอะควรเลือกกล่องที่มีขนาดใหญ่ ที่มี 2-3 ชั้น และมีหลายช่องเก็บ  แต่หากมีเพียงไม่กี่ชิ้น ควรหาซื้อแบบชั้นเดียวขนาด 15*6*6 นิ้ว ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายของประดับยนต์ในห้าง หรือที่ตลาดคลองถม ราคา 150-800 บาท
      2. ไขควง หากมีการใช้ตอกควรเลือกซื้ออย่างดีหน่อย  แต่โดยทั่วไปขนาด 4 นิ้วราคาประมาณ 100-180  บาท แล้วแต่ยี่ห้อ  ถ้าใช้งานเบาๆ ราคา 30-40 มีมากมาย   อย่าลืมหาขนาดเล็กและจิ๋วมาใช้ด้วยจะได้มีครบการใช้งาน
      3. คีม  หาซื้อได้ทั่วไปแล้วแต่ราคา  แต่แนะนำให้ซื้อประเภทที่มีซองพลาสติก แพ็คมาอย่างดี ซึ่งเป็นของที่มีคุณภาพกว่าที่วางขายเป็นกองๆ
      4. พวกประแจขันต่างๆ เป็นเครื่องมือที่มีราคาแพง ถ้าซื้อเป็นชุดประเภทที่มีซองให้เสียบและม้วนได้ ราคาอยู่ในหลักพันบาท  ถ้าหาเลือกซื้อเป็นตัวๆ จะตกตัวละ ร้อยกว่าบาทและจะแพงขึ้นตามขนาด ถ้ามีกำลังซื้อให้ซื้อของที่มีคุณภาพหน่อย แต่ไม่ต้องถึงระดับเครื่องมือชั้นเยี่ยม อย่าง Snap-on พวกกล่องชุดบ๊อก เลือกเอาตามความต้องการที่ใช้ มีทั้งชุดใหญ่ครบ หรือชุดกลาง ราคาพันกว่าบาทขึ้นไป ซึ่งควรมีติดไว้
      5. กล่องเก็บของอเนกประสงค์ เช่นพวกกล่องที่ใช้ใส่อุปกรณ์ตกปลา มีข้อดีคือมีช่องเล็กๆ หลายช่อง เหมาะสำหรับผู้ใช้รถที่ชอบทำนั่นทำนี่เวลาว่าง เก็บพวกน๊อต, สกรู, แหวนต่างๆ หลายขนาด เก็บเป็นระเบียบและง่ายต่อการหยิบใช้งาน
      6. อุปกรณ์อื่นๆ ให้เลือกเอาตามความเหมาะสม เลือกของที่มีคุณภาพหน่อย  เพราะจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า การซื้อครั้งเดียวจะทำให้ดูเหมือนเราต้องจ่ายเงินเยอะ ให้ค่อยๆทะยอยซื้อสะสมไปเรื่อยๆจนครบตามที่เราต้องการ

       

      ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นเสมอไปว่าจะต้องมีอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆให้ครบดังกล่าวเสียทุกอย่าง คุณสามารถเลือกซื้อเลือกหาตามความจำเป็น หรือบางท่านอาจมีมากกว่าที่เขียนไว้อีกหลายเท่า  แต่อย่างน้อยอาจเป็นสิ่งเตือนใจผู้ใช้รถบางท่าน ที่นึกไม่ออกว่าควรมีอะไรติดไว้ที่บ้านบ้าง  สำหรับผู้เขียนเอง มีตู้และมีชั้นสำหรับเก็บเครื่องมือครบแทบทุกอย่าง ซึ่งดูเหมือนจะเกินไปสำหรับผู้ใช้รถโดยทั่วไป….

      Please follow and like us: