“ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ค” เอกลักษณ์ใหม่แห่งความสปอร์ต ผสานขุมพลัง VTEC TURBO

ซีดานรูปโฉมเฉี่ยว ดีไซน์ทันสมัย เติมเต็มความสปอร์ตในสไตล์รถแฮทแบคระดับพรีเมี่ยม ภายใต้แนวคิด “Exciting Hatch!” ผสานขุมพลัง VTEC TURBO ขนาด 1.5 ลิตร 173 แรงม้า ให้กำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แต่มีอัตราสิ้นเปลืองพอกับเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ในราคา 1,169,000 บาท

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ต่อยอดความสำเร็จด้วยการยกระดับ ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชั่นที่ 10 ซี่งมียอดจองสะสมแล้วกว่า 35,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัว สำหรับรูปโฉมใหม่ในสไตล์ของรถแฮทช์แบ็ก 5 ประตู ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์แห่งความสปอร์ตพรีเมียม ที่พร้อมเติมเต็มทุกการใช้งานให้มีความหลากหลายมากขึ้น ด้วยดีไซน์การออกแบบที่สปอร์ต และโฉบเฉี่ยวในทุกมุมมอง

ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ค พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Exciting Hatch!” เน้นการออกแบบในสไตล์ล้ำสมัย โดยใช้โครงสร้างเดียวกันกับรุ่นซีดาน ตัวถังส่วนหน้า และระยะฐานล้อเป็นแบบเดียวกัน แต่ระยะตัวถังตั้งแต่เสากลาง หรือ B-Pillar ไปจนถึงด้านท้ายของตัวรถได้รับการออกแบบใหม่ โดยแนวเส้นหลังคาด้านท้ายจะมีความสูงมากกว่ารุ่นซีดาน เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายให้กว้างยิ่งขึ้น ในขณะที่ระยะโอเวอร์แฮงค์ด้านท้ายของตัวรถสั้นลง

ภาพรวมของตัวรถเมื่อมองจากด้านข้างถูกออกแบบให้กว้าง และต่ำลงในสไตล์สปอร์ต ตัวถังกว้างขึ้น 30 มิลลิเมตร เตี้ยลง 20 มิลลิเมตร ทำให้แนวหลังคามีความลู่ลม รวมถึงออกแบบให้บริเวณช่วงล้อมีขนาดใหญ่ และกว้างมากขึ้น ช่วยให้เกิดการทรงตัวที่ดี

รูปลักษณ์ยังคงเน้นไปที่ความสปอร์ตและหรูหราด้วยเส้นสายคมชัด ดุดันด้วยกระจังหน้า-หลังดีไซน์รังผึ้ง แบบใหม่ เช่นเดียวกับไฟหน้าสไตล์สปอร์ตพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และรวมถึงไฟท้ายรูปทรงตัว C แบบ LED ดีไซน์ต่างไปจากรุ่นซีดานอย่างชัดเจน

 

นอกจากนี้ความโดดเด่นที่ถือเป็นเอกลักษณ์มาจากรูปทรงด้านท้ายในสไตล์แฮทช์แบ็ก 5 ประตู ซึ่งให้ความโฉบเฉี่ยว รวมถึงสปอยเลอร์ฝากระโปรงท้ายดีไซน์ล่าสุดออกแบบได้อย่างกลมกลืน

 

ห้องโดยสารยังคงความสะดวกสบาย และกว้างขวาง ตอบรับทุกความต้องการที่หลากหลายด้วยพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายที่จุได้ถึง 414 ลิตร

พนักพิงของเบาะหลังแตกต่างไปจากรุ่นซีดานคือสามารถปรับพับแยกได้แบบ 60:40 ซึ่งหากปรับพับเบาะที่นั่งด้านหลังลงทั้งหมด จะช่วยเพิ่มพื้นที่ความจุได้มากยิ่งขึ้น ทั้งยังติดตั้งม่านปิดสัมภาระที่สามารถเลือกปิดเก็บได้ทั้งซ้ายหรือขวา เพื่อป้องกันการมองเห็นสัมภาระที่อยู่ด้านท้าย

 

ทั้งยังได้รับการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายที่ครบครัน อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch ควบคุมฟังก์ชั่นความบันเทิง พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) และช่องเชื่อมต่อ USB ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay (เฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่น)

มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอลเป็นจุดเด่นที่ยังคงไว้ซึ่งอารมณ์สปอร์ต สามารถแสดงผลฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย และยังมีระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) ที่สามารถสั่งการได้จากระยะไกล เพื่อช่วยอุ่นเครื่อง พร้อมปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นสบายล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง

ขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และระบบเกียร์ดังกล่าวได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 5,500 รอบต่อนาที ซึ่งให้กำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร

ในด้านของเทคโนโลยีความปลอดภัยอัดแน่นเต็มพิกัด อาทิ กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) เป็นต้น

ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีใหม่ คือ สีดำมิดไนท์เบอร์กันดี (มุก) นอกจากนี้ยังมี สีขาวออร์คิด (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)

ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ จะเริ่มเปิดตัวสู่สาธารณชนตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป โดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 1,169,000 บาท สำหรับ สีขาวออร์คิด (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท สีดำมิดไนท์เบอร์กันดี (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

Please follow and like us: