เปิดฉาก Bangkok International Motor Show 2016 พาเหรดรถใหม่และคอนเซปต์คาร์ เต็มพื้นที่ชาลเลนเจอร์ เมืองทองธานี

เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37” ภายใต้แนวคิด “NO BOUNDARIES MOBILITY: นวัตกรรมขับเคลื่อนไร้ขีดจำกัด” ภายในงานมีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์, จักรยานยนต์ และอุปกรณ์ประดับยนต์ ร่วมออกบูธจัดแสดงและจำหน่ายยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ พร้อมเพิ่มพื้นที่การจัดงานมากที่สุดในเอเชีย กว่า 140,000 ตารางเมตร คาดการณ์ถึงเงินสะพัดในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท

สำหรับงานในครั้งนี้ www.autoworldthailand.com ขอทำหน้าที่มัคคุเทศก์พาไปรับชมรถเด่น และ คอนเซปต์คาร์ที่ค่ายผู้ผลิตนำมาแสดง และทุกท่านสามารถเลือกชมด้วยตัวเอง ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ตั้งแต่ 23 มีนา-3 เมษายน นี้

ASTON MARTIN

ASTON MARTIN นำสองรุ่นไฮไลต์มาโชว์ตัวพร้อมด้วยการเปิดตัวครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิกกับ DB11 รถสปอร์ตในเซกเมนต์แกรนด์ทัวเรอร์รุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นแรกภายใต้แผนก้าวสู่ศตวรรษที่ 2 ของ ASTON MARTIN

รูปลักษณ์ภายนอกสวยงามทุกมิติ เส้นสายเน้นความลู่ลมที่มีสไตล์คล้ายกับ ASTON MARTIN VALCAN สุดยอดซูเปอร์คาร์สำหรับสนามแข่ง มีระยะฐานล้อยาวขึ้นและมาพร้อมน้ำหนักตัวที่ 1,770 กก.ใช้ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มีจอมาตรวัดขนาด 12 นิ้ว และหน้าจออินโฟเทนเมนต์ 8 นิ้ว ควบคุมด้วยสวิตช์แบบหมุน ส่วนระบบสัมผัสเป็นออพชั่นเสริม ทั้งยังมีเนื้อที่จัดเก็บสัมภาระมากถึง 270 ลิตร

เครื่องยนต์ใช้แบบ V12 ความจุ 5.2 ลิตร ทวิน-เทอร์โบชาร์จให้กำลังสูงสุด 600 แรงม้าที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตรมาที่รอบต่ำเพียง 1,500 รอบ/นาที ส่งผลให้ DB11 เป็นรถตระกูลดีบีที่แรงที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา

AIRSTREAM

AIRSTREAM INTERSTATE รถบ้านขนาดใหญ่เพรียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ต่างกับการอยู่ในเคหะสถาน มีทั้งชุดห้องครัว ชุดห้องน้ำ ระบบเอ็นเตอร์เทนเมนท์ในรถ และเตียงนอน ที่ ทำจากโครงสร้างพื้นฐานอย่างดี มีทั้งระบบน้ำความจุ 113 ลิตร ระบบแก๊สจุ 71 ลิตร และไฟฟ้าที่มีแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา 100W รวมถึงมีเครื่องปั่นไฟฟ้า 2.5KW สามารถเสียบกับไฟบ้าน 220V เวลารถจอดนิ่ง

ระบบขับเคลื่อนจากเมอร์เซเดส เบนซ์ เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร V6 ให้กำลัง 190 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด มีอตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 7.65 กม./ลิตร มีระบบช่วยขับอย่าง ป้องกันการชนด้านหน้า ระบบรักษาเลน ระบบเตือนรถในจุดบอด และความปลอดภัย ABS, ASR, EBD, BAS และถุงลมนิรภัย 6 จุด


AIRSTREAM มีให้เลือก 2 รุ่นคือ แอร์สตรีม อินเตอร์สเตท (Airstream Interstate) ที่ราคาเริ่ม 11.59 ล้านบาท และ Airstream Interstate EXT) กับราคาเริ่ม 11.19 ล้าน รถมีประกันเครื่องยนต์จากเบนซ์และส่วนตัวรถกับแอน์สตรีมที่ 2 ปีหรือ 200,000 กม.

BMW

ค่ายใบพัดฟ้าขาวแนะนำยนตรกรรม 2 รุ่นใหม่ ได้แก่ BMW 330e ยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี eDrive เช่นเดียวกับบีเอ็มดับเบิลยู i8 และบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e ให้ทั้งสมรรถนะและความประหยัดที่เป็นเลิศ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์BMW TWINPOWER TURBO แบบ ดีเซล 4 สูบ รุ่นใหม่ล่าสุด 1,998 ซี.ซี. และมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 88 แรงม้า ให้กำลังรวมสูงสุด 252 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับแบตเตอรี่ไฮบริด สามารถชาร์จไฟได้จากปลั๊กไฟบ้านทั่วไป และขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลถึง 40 กิโลเมตร

ภายในตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง มาพร้อมกับอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน อาทิ ไฟหน้าแบบ LED และใบปัดน้ำฝนทำงานโดยอัตโนมัติ กล้องแสดงภาพด้านหลังของตัวรถ ระบบแผนที่นำทางบนจอภาพขนาด 8.8 นิ้ว และแอพพลิเคชั่น BMW สำหรับสมาร์ทโฟน

อีกหนึ่งรุ่นที่ถือเป็นไฮไลท์ คือ BMW M2 Coupe M2 รถสปอร์ตคูเป้ที่มากับขุมกำลัง BMW TWINPOWER TURBO ขนาด 2,979 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 370 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที ควบคุมด้วยเกียร์อัตโนมัติ M แบบคลัตช์คู่ 7 จังหวะ ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 4.3 วินาที และความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่งกำลังผ่านล้ออัลลอย M ขนาด 19 นิ้วแบบ Double-spoke

ห้องโดยสารใช้โทนสีดำและเบาะหนังแบบสปอร์ตที่เย็บตะเข็บด้วยด้ายสีฟ้า พวงมาลัยแบบ M Sport แผงประตูและเบรกมือหุ้มด้วยอัลคันทารา บริเวณแผงหน้าปัด คอนโซลกลางและมือจับที่แผงประตูด้านข้าง ตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์

BMW M2 Coupe M2 มากับระบบช่วงล่างอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาจาก BMW M3 และ M4 ร่วมกับพวงมาลัย M Servotronic ที่สามารถปรับได้ 2 รูปแบบการขับขี่ให้ทำงานสอดคล้องกับระบบเบรก M Compound ช่วยให้ บีเอ็มดับเบิลยู M2 คูเป้ มีสมรรถนะการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ

CHEVROLET

ค่ายรถสัญชาติอเมริกันเผยโฉม COLORADO EXTREAM กระบะพันธุ์แกร่งรุ่นล่าสุดที่เด่นด้วยรูปลักษณ์ที่สะดุดตา ติดตั้งสกู๊ปดักลมบนฝากระโปรง ตกแต่งด้วยบันไดข้าง สปอร์ตบาร์ ตลอดจนซาฟารี บาร์ เน้นประโยชน์ใช้สอย ทั้งยังมีความบึกบึนที่ถ่ายทอดเข้าสู่ห้องโดยสารด้วยมาตรวัดเสริม และอุปกรณ์ตกแต่งอย่างมือจับฝั่งผู้โดยสารบนแดชบอร์ด และมาตรวัดระดับความเอียง

สมรรถนะในการลุยของCOLORADO EXTREAM ยังรวมถึงยางออฟโรดเต็มรูปแบบขนาด 18 นิ้ว หน้าจอทัชสกรีนขนาด 8นิ้ว และระบบมายลิงค์รุ่นล่าสุดที่รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแอปเปิล คาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ ออโต้

อีกรุ่นเป็นการพัฒนาจากโครงสร้างพื้นฐานของ COLORADO EXTREAM ในรูปแบบของรถอเนกประสงค์ภายใต้ชื่อ TRAILBAZER PREMIER ที่ออกแบบมาเพื่อครอบครัวที่ชื่นชอบการเดินทางบนเส้นทางแปลกใหม่ ซึ่งต้องการความสะดวกสบายและความหรูหรา ในแง่ของสีสันและวัสดุ โดดเด่นด้วยการใช้โครเมียมโทนสีสว่างและวัสดุระดับพรีเมียมอย่างไม้ออสเตรเลียที่คัดสรรและผลิตด้วยมือ

ทีมออกแบบของ CHEVROLETให้ความใส่ใจต่อความสะดวกสบายของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ภายในห้องโดยสารตกแต่งและประกอบด้วยวัสดุคุณภาพ การใช้สี วัสดุ และพื้นผิวที่มีความละเอียดและมีเอกลักษณ์ สร้างความรู้สึกพรีเมียมในแบบที่ไม่ได้พบเห็นบ่อยครั้งนักสำหรับรถยนต์ในเซกเมนท์นี้ เทคนิคและกระบวนการตกแต่ง อย่างการขลิบขอบผ้าแบบพิเศษ และการตัดเย็บตาข่ายด้านหลังเบาะที่นั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยมือช่วยเพิ่มบรรยากาศระดับพรีเมียมสุดพิเศษภายในห้องโดยสาร

FORD

FORD หลังจากที่คว้ารางวัล Thailand Car of The Year ในรถยนต์เซกเมนต์ PPV รุ่น Everest สำหรับงานนี้ได้เปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ในกลุ่มดีเซ็กเมนต์นั่นคือรุ่น FOCUS ซึ่งได้พัฒนาใหม่ด้วยการนำเครื่องยนต์อีโคบูสต์ติดตั้งระบบเทอร์โบชาร์จ พร้อมหัวฉีดเชื้อเพลิงแรงดันสูงแบบไดเร็กอินเจ็กชั่น และระบบแปรผันแคมชาฟท์แบบอิสระคู่ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ กำลังสูงสุด 180 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร โดยให้พละกำลัง แรงบิดและการประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรแบบทั่วไป

FORD FOCUS มากับรูปลักษณ์ใหม่ที่ดูบึกบึนแต่เรียบหรู ภายในออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ เช่น ระบบช่วยจอดอัจฉริยะแบบเทียบข้างหรือแบบถอยเข้าซอง ทำให้การจอดรถไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ระบบช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ ระบบจะช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อตรวจพบว่าอาจจะเกิดการชนกับรถคันข้างหน้ารวมถึงยังมีระบบสั่งงานด้วยเสียง ซิงค์ 3 (SYNC 3) รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมหน้าจอสัมผัสแบบมัลติทัชขนาด 8 นิ้ว ควบคุมการใช้งานโทรศัพท์ และระบบความบันเทิง ซึ่งพัฒนาให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ทั้งยังรองรับ Apple Car Play และ Android Auto

นอกจากนี้ยังได้มีการนำเสนอ FORD ECOSPORT รุ่น Black Edition ซึ่งได้รับการแปลงโฉมภายนอกให้เข้มกว่าเดิม ใช้สีดำสนิท (Piano Black) ตบแต่งรอบคัน ในบริเวณกระจังหน้า ไฟตัดหมอก กระจกข้าง โครงหลังคา และล้ออัลลอยสีดำขนาด 16 นิ้ว ที่ช่วยขับให้ตัวรถดูโดดเด่น และมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

และอีกหนึ่งรุ่นคือ FORD FIESTAรุ่น Black Edition ได้รับการแต่งแบบสีทูโทนดำแดง โดดเด่นด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ ชุดกระจังหน้าสปอร์ตขอบสีแดง 2 ชิ้น ล้ออัลลอยพ่นดำ กระจกมองข้างสีแดง กรอบไฟตัดหมอกแบบสปอร์ต ชุดสติ๊กเกอร์หลังคาแบบสปอร์ต สติ๊กเกอร์ประตูท้ายแบบสปอร์ต เน้นความสปอร์ตไม่ซ้ำใคร

HYUNDAI

นอกจากจะนำรถเอมพีวีรุ่น H-1 และ แกรนด์ สตาเร็กซ์ เข้าร่วมงาน ยังมีการนำเสนอไฮไลท์สำหรับเปิดตัวรถใหม่ในรุ่น GENESIS ซึ่งโดดเด่นด้วยความหรูหราจากดีไซน์ทั้งภายในและภายนอก รวมถึงสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น รวมถึงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเหนือระดับ

GENESIS ออกแบบจากแนวคิด Fluidic Sculpture 2.0 ในรูปลักษณ์หรูหรา ปราดเปรียวแบบสปอร์ตอย่างลงตัว มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ HID พร้อม LED Daytime Running Light และไฟท้ายแบบ LED

ห้องโดยสารได้รับการออกแบบและจัดวางอุปกรณ์ต่างๆในตำแหน่งที่ใช้งานสะดวก เบาะนั่งออกแบบเพื่อความสะดวกสบายทั้งในขณะขับขี่และในกรณีที่เป็นผู้โดยสาร ตกแต่งภายในด้วยลายไม้บริเวณคอนโซลหน้า และแผงประตู รวมถึงเติมเต็มความสุนทรีย์ด้วยระบบเครื่องเสียงชั้นเยี่ยม พร้อมติดตั้งระบบเปิดฝากระโปรงท้ายอัจฉริยะที่สามารถเปิดฝากระโปรงได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ

เครื่องยนต์ที่ใช้เป็นแบบเบนซินขนาด 3.8 ลิตร 6 สูบ ให้กำลังม้าสูงสุด 308 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 397 นิวตันเมตร เชื่อมต่อกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ช่วงล่างได้รับการปรับปรุ

เพื่อการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น พร้อมให้ความสะดวกสบายขณะเดินทาง และอัดแน่นไปด้วยระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย เช่น ระบบเตือนรถในจุดอับสายตา ระบบกล้องรอบทิศทาง

HONDA

รถรุ่นที่คาดการณ์ไว้ว่าค่ายฮอนด้าต้องสร้างยอดขายอย่างถล่มทลายและจะเป็นรถที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆที่ผู้ชมงานให้ความสนใจ กับ NEW HONDA CIVIC ที่เน้นการออกแบบตัวรถให้ดูเป็นซีดานสไตล์สปอร์ต มาพร้อมรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว และหรูหรา ดุดันด้วยกระจังหน้าโครเมียมรูปร่างคล้ายปีกเชื่อมต่อกับไฟหน้าสไตล์สปอร์ต พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED มีไฟท้ายรูปทรงตัว C แบบ LED พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางในระดับ D-Segment อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีทันสมัย อาทิ ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) สั่งการได้จากระยะไกล เพื่อช่วยอุ่นเครื่อง พร้อมปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นสบายล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง

เครื่องยนต์ มีให้เลือก 2 ขนาดคือ เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 และเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO ใหม่ ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และระบบเกียร์ดังกล่าว ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700-5,500 รอบต่อนาที ซึ่งให้กำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร แต่ประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร

ISUZU

ISUZU ส่งรถในตระกูล “บลูเพาเวอร์” ครบทุกรุ่น ทุกเครื่องยนต์ พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติใหม่ รวมถึงเปิดตัวรุ่นใหม่ ISUZU MU-X 1.9 Ddi Blue Power ครั้งแรกของรถยนต์อเนกประสงค์ที่ใช้เครื่องยนต์ 1,900 ซี.ซี. ที่มีทั้งสมรรถนะด้านความแรง ความสุนทรีย์ และความประหยัด ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ISUZU MU-X 1.9 Ddi Blue Power มาพร้อมชุดเกียร์ออโตเมติก 6 สปีด ใหม่ สะดวกสบายอีกระดับด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control มีให้เลือกระบบขับเคลื่อนทั้งแบบ 4 ล้อ หรือ 2 ล้อ และครั้งแรกในรถยนต์นั่งอเนกประสงค์เมืองไทย กับกระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติพร้อมกล้องบันทึกภาพวิดีโอด้านหน้า เพิ่มความมั่นใจในการเดินทางอีกขั้น

นอกจากนี้ยังมีเพิ่มตัวเลือกในปิกอัพรุ่น DMAX X-Series 1.9 Ddi Blue Power ดีไซน์ล้ำสมัยในโทนดำ-แดงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีให้เลือกถึง 2 รุ่น ทั้งรุ่น SPEED ปิกอัพสำหรับผู้มีจิตวิญญาณเรซซิ่งและรักการแต่งรถ และรุ่น HI-LANDER ปิกอัพสายพันธุ์สปอร์ตพรีเมียม เท่ ดุดัน แต่หรูหรามีสไตล์ ซึ่งจะมาพร้อมกับเกียร์ออโตเมติก 6 สปีด พร้อมโหมด REV TRONIC ใหม่ ช่วยให้ขับสนุก เปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล ให้อารมณ์สปอร์ตเร้าใจ

JAQUAR

รถจากเมืองผู้ดีรายนี้นำ JAQUAR XE รถสปอร์ตซาลูน สุดยอดนวัตกรรมแห่งสมรรถนะการขับขี่และดีไซน์ที่สง่า สนองความต้องการของนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบในความเร็วและรูปลักษณ์ที่สวยงามของรถยนต์สปอร์ต 4 ประตู ใช้โครงสร้างอลูมิเนียมซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนามาจากอุตสาหกรรมอากาศยาน

JAQUAR XE โดดเด่นด้วยห้องโดยสารที่ภูมิฐานมากับระบบความบันเทิงที่หลากหลายรวมถึงระบบการขับขี่ขั้นสูง และยังมีจอเลเซอร์แบบ Head-up Display แสดงผลแบบจอกว้างพร้อมความคามชัดและคุณภาพสีระดับสูง

เครื่องยนต์ที่ใช้เป็นแบบเบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ที่ให้สมรรถนะราบรื่นและเร็วแรงพร้อมประสิทธิภาพการปล่อยไอเสียต่ำ

LAMBORGHINI

กระทิงดุจากแดนอิตาลี แลมโบร์กินี อเวนทาดอร์ LP700-4 แบบคูเป้ บรรจุเครื่องยนต์ 12 สูบ พละกำลัง 700 แรงม้า (515 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 690 นิวตันเมตร แข็งแกร่งที่สุด เท่าที่แลมโบร์กินีเคยสร้างมา แรงและเร้าใจด้วยอัตราการเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 350 กม./ชม. ด้วยประสิทธิภาพของระบบเกียร์ 7 speed ISR เปลี่ยนเกียร์ใช้เวลาเพียง 50 มิลลิวินาที

นอกจากนี้ สามารถเลือกที่เมนูการขับได้สามแบบ Strada, Sport และ Corsa โดยสามารถปล่อยให้เกียร์เปลี่ยนเองอัตโนมัติหรือเปลี่ยนด้วยตนเอง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Permanent all-wheel drive พร้อมกับชุดเพลาขับ Haldex generation IV กระจายกำลังไปที่ล้อหน้าได้มากถึง 60% การรีสตาร์ทเครื่องยนต์ ใช้เวลาเพียง 180 มิลลิวินาที ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

LAND ROVER

ค่ายรถลุยจากประเทศอังกฤษมาพร้อมที่สุดแห่งสมรรถนะการออกแบบ LAND ROVER EVOGE 2016 ซึ่งนอกจากการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ยังรวมไปถึงเทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงและความปลอดภัย ห้องโดยสารก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่โดดเด่น โดยได้รับการออกแบบภายในด้วยวัสดุชั้นเยี่ยม

ภาพลักษณ์ที่ภูมิฐานมาจากแผงกันชนดีไซน์ใหม่ พร้อมตะแกรงหน้าอันโฉบเฉี่ยว ผสานไฟหน้าแอลอีดีและล้ออัลลอยลายใหม่ล่าสุดที่เลือกได้ถึง 3 แบบ

LAND ROVER EVOGE 2016 มากับเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 4 สูบ ขนาด 2,179 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้าและแรงบิดสูง 420 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ภายในเวลา 8.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 211 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

LEXUS

เลกซัสกรุ๊ป แนะนำ เลกซัส RC200t สุดยอดยนตกรรมสปอร์ตคูเป้ระดับหรูแห่งอนาคต ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมเทคโนโลยีของการขับขี่แบบสปอร์ตเต็มอารมณ์ที่ให้สมรรถนะเต็มประสิทธิภาพผสมผสานกับเอกลักษณ์แห่งการออกแบบที่เน้นความพิถีพิถัน แต่แฝงไปด้วยอารมณ์ของความสปอร์ตให้ความรู้สึกที่เร้าใจ

ตกแต่งภายในเน้นความร่วมสมัย สอดคล้องกับดีไซน์ภายนอกที่ปราดเปรียว สไตล์สปอร์ตหรูเหนือระดับ ตอบรับสไตล์การขับขี่ที่รื่นรมย์และเร้าใจอย่างแท้จริง ภาพลักษณ์แห่งความหรูหรา ล้ำสมัย เติมเต็มความสุนทรีย์ด้วยไฟเรืองแสงที่ประตู และนาฬิกาแบบอนาล็อกสุดคลาสสิค มากับระบบมัลติมีเดียสมบูรณ์แบบแสดงผลผ่านจอ Electro Multi-Vision (EMV) ขนาด 7 นิ้ว บริเวณกึ่งกลางคอนโซลหน้า และจอแสดงผลแบบสี Thin Film Transistor (TFT) ขนาด 4.2 นิ้ว บริเวณมาตรวัด ระบบเครื่องเสียง Mark Levinson Premium Surround Sound System มาพร้อมลำโพง 17 ตัว และระบบเซอร์ราวด์ 5.1 ให้เสียงละเอียดคมชัดสูง รวมถึงเทคโนโลยี Signal Doctor ที่จะมอบคุณภาพเสียงที่ดีที่สุด เพื่อสุนทรีย์สูงสุด

RC200t แรงเต็มอารมณ์สปอร์ตด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบแบบ 4 สูบ แถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-iW ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้าและแรงบิด 350 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด SPDS (Sport Direct Shift) ทำอัตราเร่ง 0-100 กม. / ชม.ในเวลาเพียง 7.5 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 230 กม. / ชม.

อีกรุ่นที่ถือเป็นทีเด็ดคือ RC F F-Philosophy ยนตกรรมสไตล์สปอร์ตที่สะท้อนเอกลักษณ์ของซีรีย์ F-Sport โดยตัว F มีจุดกาเนิดจากคาว่า Fuji Speedway นอกจากเป็นสถานที่เกิดของยนตกรรมชั้นเลิศ สนามแข่งรถแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ทดสอบสมรรถนะของ RC F และรถสปอร์ตอีกหลายรุ่น

RC F ได้รับการพัฒนาด้วยแรงบันดาลใจจากซูเปอร์คาร์ในตานานอย่างเลกซัส LFA เพื่อสมรรถนะสปอร์ตสูงสุดที่จะมอบความรู้สึกสนุกในการขับขี่สาหรับทุกคน

MC RALEN

สุดยอดรถแข่งฟอร์มูล่าวันจากอังกฤษ แมคลาเรน 650S อยู่ในรุ่นซุปเปอร์ซีรียส์ของ MCRALEN เครื่องยนต์ที่ใช้เป็นแบบ V8 ทวินเทอร์โบรุ่นพิเศษ M838T ซึ่งให้กำลัง 650 แรงม้า และ แรงบิด 678 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 329 กม./ชม. ส่วนอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 11.7 ลิตร/100 กม. และอัตราไอเสียที่ 275 กรัม/กม. มีน้ำหนักรวม 1,370 กก. (ไม่รวมเชื้อเพลิง) สำหรับสไปเดอร์ และเพิ่มขึ้นเพียง 40 กก. เมื่อเป็นแบบรถคูเป้ ซึ่งเกิดจากการเพิ่มชิ้นส่วนหลังคาแข็งแบบพับและกลไกส่วนหลังคาแข็งแบบพับสองชิ้นสามารถปรับขึ้นและลงได้ภายในเวลา 17 วินาที โดยปรับได้ทั้งในขณะหยุดนิ่งและขณะรถเคลื่อนด้วยความเร็วสูงถึง 30 กม./ชม.

MG 

MG มุ่งมั่นสร้างชื่อเสียงอย่างต่อเนื่องด้วยการทยอยเปิดตัวรถเอสยูวีรุ่นล่าสุดในชื่อรุ่น GS ซึ่งโชว์ตัวสสู่สายตาสาธารณชนครั้งแรก ภายในงานนี้

MG GS มาพร้อมกับความแรงจากเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร อัดแน่นระบบความปลอดภัยและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อมุ่งตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถอเนกประสงค์แนวสปอร์ต โดดเด่นและลงตัวทุกมุมมองด้วยดีไซน์ทันสมัยที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวตามเอกลักษณ์สไตล์อังกฤษ

GS พัฒนาภายใต้แนวคิด “บริท ไดนามิก” (Brit Dynamic) ถ่ายทอดผ่านออกมาทางด้านการออกแบบ สมรรถนะ การควบคุม และความปลอดภัย ซึ่งเหนือกว่ารถยนต์รุ่นอื่นๆ ในเซ็กเมนต์เดียวกัน ภายในจัดอุปกรณ์ให้ครบถ้วนพร้อมใช้งาน เบาะนั่งและคอนโซลหุ้มหนังอย่างดี เบาะนั่งหลังพับแบบ 60:40 ทั้งยังมีถุงลมนิรภัยและม่านถุงลมติดตั้งไว้ให้ด้วย ระบบการขับเคลื่อน เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 2,000 ซี.ซี. ให้กำลัง 220 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ DCT 7 สปีด นอกจากนี้ยังสามารถเลือกระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไว้ใช้งานได้ด้วย

MAZDA

ค่ายซูมซูม เติมเต็มความโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตในรูปแบบ “Racing Concept” พร้อมแนะนำ MAZDA CX-3 Sport Concept ฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์ที่เน้นจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตด้วยชุดแต่งดีไซน์เต็มพิกัดรอบคัน เพิ่มความโดดเด่นสไตล์สปอร์ตทั้งภายนอกและภายในอย่างอิสระไร้ขีดจำกัดกับชุดแต่งเสกิร์ตรอบคันจาก Mazdaspeed ยกระดับความสปอร์ตพรีเมียมไปอีกขั้นด้วยการตกแต่งกรอบหลังคาสีดำ เพิ่มความดุดันโดยกรอบไฟตัดหมอกสีดำเงา ติดสติ๊กเกอร์ที่ออกแบบมาเฉพาะรุ่น ตกแต่งรอบคันในสไตล์สปอร์ต ทั้งยังโดดเด่นด้วยล้ออัลลอยด์สีดำเงาพิเศษขนาด 20 นิ้ว VSF1 พร้อมดุมล้อสีดำจาก Rays และยาง Toyo Extensa HP ขนาด 225/35 R20 (หน้า) และขนาด 245/35 R20 (หลัง)

นอกจากนี้ยังมีระบบเบรกหน้าดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อนขนาด 380 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก 4 พอต สีแดง และระบบเบรกหลังดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อนขนาด 355 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก 4 พอต สีแดง เสริมสมรรถนะความปลอดภัยให้คุณมั่นใจในทุกจังหวะความแรงกับระบบช่วงล่างแบบ Street Sport ขับขี่ได้อย่างมั่นใจในสไตล์ที่ดุดัน

อีกหนึ่งรุ่นคือ New Mazda CX-5 มากับรูปลักษณ์ที่งดงามของ โคโดะ ดีไซน์ เติมเต็มความสปอร์ตด้วยไฟหน้า Adaptive LED Headlamp ดีไซน์ใหม่ พร้อมด้วยระบบอัจฉริยะปรับองศาอัตโนมัติอย่างอิสระซ้าย-ขวา ตามสภาพการขับขี่บนถนน และไฟ DAYTIME RUNNING LAMP ให้ความปลอดภัยที่เหนือระดับ นอกจากนี้ยังมีไฟตัดหมอก และไฟท้าย LED พร้อมชุดกระจังหน้าแบบใหม่ให้ลุคพรีเมียมมากยิ่งขึ้น

ภายในห้องโดยสารออกแบบโดยเน้นหลักการทำงานตามธรรมชาติสรีระของการเคลื่อนไหวของมนุษย์ จัดวางอุปกรณ์ทุกชิ้น ให้อยู่ในตำแหน่งศูนย์กลางที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน สะดวกสบายด้วยเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าพร้อมบันทึกความจำ 2 ตำแหน่ง และเบาะนั่งปรับไฟฟ้าด้านผู้โดยสารด้านหน้าในรุ่น XDL รวมถึงระบบเชื่อมต่อ MZD Connect รองรับระบบนำทางและ DVD ผ่านหน้าจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว

New Mazda CX-5 มีเครื่องยนต์ 2 ขนาด คือ SKYACTIV-D เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซลขนาด 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 175 แรงม้าและแรงบิด 420 นิวตันเมตร ประหยัดน้ำมันได้ถึง 17.5 กม./ลิตร และ SKYACTIV-G เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซินขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า และแรงบิด 210 นิวตันเมตร มากับอัตราสิ้นเปลือง 14.5 กม./ลิตร

MERCEDES-BENZ

ค่ายดาวสามแฉกมากับความอลังการพร้อมกับการนำรถรุ่นใหม่ล่าสุดมาแสดง ในปีนี้ทุกท่านจะได้พบกับ New E-Class เจเนอเรชั่นที่ 10 ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมซีดานอัจฉริยะ ทั้งในเรื่องสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันและการปล่อยก๊าซ CO2 ลงได้อย่างดีเยี่ยม

เทคโนโลยีต่างๆก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ความสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อาทิ ระบบไฟหน้า MULTIBEAM LED แบบความละเอียดสูง ระบบไฟส่องสว่าง (Intelligent Light System) รวมถึงระบบ Active Light ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าเป็นครั้งแรกของโลก สำหรับ The new E-Class ในประเทศไทย มีให้เลือกสรร 2 ดีไซน์ คือ The new E 220 d Exclusive และ The new E 220 d AMG Dynamic

นอกจากนี้ยังมี The new C-Class Coupe เจเนอเรชั่นล่าสุด เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกลุ่มยนตรกรรมสปอร์ตสองประตูระดับพรีเมียมที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน คือ The new C 250 Coupe AMG Dynamic และ The new C 250 Coupe Edition 1 เพื่อให้สาวกดาวสามแฉกที่มีหัวใจรักความสปอร์ตได้สัมผัสสุดยอดยนตรกรรมคูเป้เหนือระดับก่อนใคร โดยรุ่น Edition 1 จะเป็นรุ่นพิเศษที่มีการจำหน่ายถึงสิ้นเดือนธันวาคมปีนี้เท่านั้น

MINI

ค่ายรถเล็กแห่งเมืองผู้ดีแนะนำ MINI Convertible รถเปิดประทุน 2 ประตู 4 ที่นั่ง เจเนอเรชั่นที่สาม โดยยังคงรูปโฉมความออริจินัล ทรงสปอร์ต ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย และความสนุกสนานในการขับขี่แบบเปิดประทุน เปิดตัวพร้อมสีฟ้าใหม่ ในชื่อ Caribbean Aqua

มิติของตัวรถเมื่อเปรียบเทียบกับเจเนอเรชั่นก่อนมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วยขนาดยาว 3,821 มม. กว้าง 1,727 มม. และสูง 1,415 มม. ระยะฐานล้อยาวขึ้นอีก 28 มม. ส่งผลให้พื้นที่ภายในห้องโดยสาร และในส่วนของการเก็บสัมภาระมีพื้นที่ให้เก็บมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม 25% รวมเป็น 215 ลิตรเมื่อปิดหลังคา และ 160 ลิตรเมื่อเปิดหลังคา แผงหลังคาเป็นวัสดุผ้าใบพับเก็บได้ และใช้เวลาเปิดหรือปิดภายใน 18 วินาที ขณะขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม.

เครื่องยนต์เป็นบล็อกเบนซิน 3 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร พละกำลัง 136 แรงม้า แรงบิด 220 นิวตันเมตร (230 นิวตันเมตรในโหมดโอเวอร์บูสต์) ส่วนดีเซลมีพละกำลัง 116 แรงม้า แรงบิด 270 นิวตันเมตร (300 นิวตันเมตรในโหมดโอเวอร์บูสต์)

MITSUBISHI

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด แนะนำ Mitsubishi Triton Double Cab Plus GLS-LTD พร้อมชุดแต่งพิเศษจากโรงงานผลิตรถยนต์มิตซูบิชิในประเทศไทย ใช้เครื่องยนต์ MIVEC CLEAN Diesel ขนาด 2.4 ลิตร ที่ให้ความสมดุลย์ของสมรรถนะและความสามารถในการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 20%

ความโดดเด่นอยู่ที่การเพิ่มออปชั่นพิเศษและอุปกรณ์ตกแต่งภายนอก 3 รายการ ประกอบด้วย ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว ฝาครอบโครเมียมใต้กันชนหน้า และบันไดข้างดีไซน์ใหม่ตกแต่งโครเมียม ให้อารมณ์สปอร์ตและทันสมัยยิ่งขึ้น

ติดตั้งจอภาพสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง (Roof Monitor) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีในรถกระบะ ช่วยสร้างความเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง รวมทั้งเบาะโดยสารด้านคนขับปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง (Power Seat) ซึ่งปกติจะมีอยู่ในเฉพาะรุ่น GLS-LTD ขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น โดยผลิตจำนวนจำกัดและมี 3 สี ให้เลือกคือ สีขาว สีดำ และสีพิเศษฟ้า Impulse Blue

อีกหนึ่งรุ่นที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ สำหรับ Mitsubishi Pajero Sport พีพีวียอดนิยมที่มากับการออกแบบสไตล์หรูหรา สง่างาม ด้วยดีไซน์อันโดดเด่นและสปอร์ตจากเส้นสายที่โค้งมนตั้งแต่ด้านหน้าไปยังท้ายรถ กระจังหน้าแบบใหม่ และยังมีโคมไฟที่มาพร้อมกับหลอดแบบ Spectrum LED ทั้งไฟหน้า และหลัง

ภายในตกแต่งแบบ T-Shape High Console สะท้อนรสนิยมหรูที่ผสมผสานความสะดวกสบาย ออกแบบปุ่มควบคุมต่างๆ ใกล้มือของผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ Electric Parking Brake มากับการใช้งานที่ง่ายขึ้นด้วยเบรกมือไฟฟ้า รวมไปถึงระบบ Multi-Function Steering Wheel ที่ พวงมาลัยสำหรับควบคุมเสียงพร้อม Paddle shift สำหรับการปรับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์

เครื่องยนต์เป็นแบบดีเซล คอมมอนเรล ขนาด 2.4 ลิตร 181 แรงม้า ใช้เทคโนโลยี Mivec Clean Diesel ซึ่งมีเสื้อสูบและฝาสูบอลูมินัมอัลลอย เบา ทนทาน แข็งแกร่ง ช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงยิ่งขึ้น รวมถึงการเผาไหม้หมดจด ลดมลพิษ และรักษาสิ่งแวดล้อม

NISSAN

ค่ายนิสสัน เปิดตัวแบรนด์ NISMO ครั้งแรกอย่างเป็นทางการในประเทศไทย และนำ Nissan GT-R NISMO สุดยอดซูเปอร์สปอร์ตคาร์ เครื่องยนต์วี 6 ขนาด 3.8 ลิตร โมดิฟายจนรีดกำลังออกมาได้สูงสุด 550 แรงม้าที่ 6,400 รอบต่อนาที ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 2.8 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดกว่า 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นรถที่คว้าชัยชนะในการแข่งขันมาแล้วหลายสนาม สร้างความคึกคักและเป็นรถเด่นที่ขึ้นโชว์โตบนโพเดี่ยม

พร้อมกันนี้ได้แนะนำ Nissan Almera NISMO Performance ที่มาพร้อมกับช่วงล่างพิเศษที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ ช่วยให้รถมีการทรงตัวที่ดี โดยปรับค่าสปริง และช็อคแอบซอร์บเบอร์ให้เหมาะสม และลดความสูงสำหรับด้านหน้า ด้านหลัง ทำให้ช่วยลดแรงต้านและแรงยกของลมที่จะมีผลต่อตัวถัง พร้อมปรับเปลี่ยนท่อไอเสียใหม่ และใช้ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ขนาดยาง เป็น 205/50 R16 ช่วยให้มีหน้าสัมผัสเพิ่มและการยึดเกาะถนนดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมี Nissan Almera NISMO Aero Package ติดตั้งรอบคันด้วยชุดแต่งนิสโม แอโร่คิท ที่ถ่ายทอดมาจากดีเอ็นเอ และเทคโนโลยีการแข่งรถของนิสโม ให้ผลต่อการควบคุม การทรงตัว และการขับขี่ที่ดีขึ้น เนื่องจากแอโร่คิท จะช่วยจัดการกับการไหลของอากาศภายนอก ให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานของรถดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดแรงยก ทำให้รถยึดเกาะถนนดีขึ้น

PORSCHE

ค่ายรถสปอร์ตตากบแนะนำ 911 CARERA ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ตั้งแต่ไฟหน้าที่มาพร้อมกับไฟ Daytime 4 ดวง (Four point daytime running lights) จนไปถึงที่จับประตูและฝากระโปรงหลังได้รับการออกแบบใหม่เข้ากับไฟท้ายแบบใหม่ล่าสุดได้อย่างลงตัว รวมถึงไฟเบรกแบบ 4 ดวง (Four point daytime brake lights) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ ในส่วนภายในห้องโดยสารมาพร้อมกับระบบ Porsche Communication Management ฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ ระบบสัมผัสและง่ายต่อการใช้งาน

เครื่องยนต์ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดพร้อมด้วย Bi-turbo charging ส่งผลให้เพิ่มความสุนทรีย์ในการขับขี่มากยิ่งขึ้น โดย 911 คาร์เรร่า (Carrera) มีพละกำลังเครื่องยนต์สูงสุดถึง 370 แรงม้า

ROLL-ROYCE

ค่ายรถเจ้าสัว โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส จัดแสดง “คชมงคล” Ghost Extended Wheelbase เฉพาะในประเทศไทยและเป็นคันเดียวในโลก ที่ประดับด้วยลวดลายช้างทั้งด้านนอกและด้านในรถ เนื่องจากได้รับแรงบันดาลใจจาก “ช้าง” ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญประจำประเทศไทย

นอกจากนี้โรลส์-รอยซ์ ยังได้เผยโฉมยนตรกรรมหรูสองประตูเปิดประทุน 4 ที่นั่งรุ่นใหม่ “DAWN” เป็นครั้งแรกใน Southeast Asia ความพิถีพิถันทางด้านวิศวกรรมและการผลิตนั้นปรากฏอยู่ในส่วนหลังคาซึ่งสามารถเปิดออกได้อย่างเงียบที่สุดในเวลากว่า 20 วินาทีที่ความเร็วในขณะรถวิ่งประหนึ่ง “จินตลีลาแห่งความเงียบ”

SUZUKI

ซูซูกิ เพิ่มความสดใหม่ให้กับอีโค่คาร์รุ่นธงด้วยชุดแต่งพิเศษในชื่อรุ่น Swift SAI ที่มาพร้อมกับสีม่วง Moonlight Violet โดดเด่นสะดุดตาด้วยกระจังหน้าและกันชนดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟส่องสว่าง LED ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว แสดงความลิมิเต็ดอิดิชั่นด้วยสติ๊กเกอร์ติดฝาถังน้ำมัน Sai Edition ภายในเลือกใช้โทนสีดำ เบาะนั่งดีไซน์ใหม่ ผสมผสานหนังคุณภาพสูง ดูลงตัวกับความสปอร์ตที่เป็นสัญลักษณ์ของสวิฟท์ ส่วนเครื่องยนต์ยังคงเดิม รหัส K12B ขนาด 1.25 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว

อีกรุ่นคือ Ertiga รถเอนกประสงค์ 7 ที่นั่ง นำเข้าทั้งคันจากประเทศอินโดนีเซีย โดดเด่นด้วยการปรับโฉมใหม่เพื่อให้มีรูปลักษณ์ที่เข้มขึ้นในสไตล์สปอร์ต พร้อมรีดน้ำหนักลงกว่าเดิมถึง 70 กิโลกรัม ซึ่งเป็นผลพวงจากวิวัฒนาการของการผลิต เพิ่มความสะดวกสบายด้วยช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถว 2 และ 3 เพื่อความสะดวกสบายในขณะเดินทางตามคอนเซปต์ “ทางที่คุณเลือก เพื่อคนที่คุณรัก”

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินรหัส K14B แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาดความจุ 1,373 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 92 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ 4 จังหวะ รองรับการขับขี่ด้วยช่วงล่างหน้าระบบแม็กเฟอร์สันสตรัทพร้อมคอยล์สปริง ส่วนด้านหลังเป็นระบบทอร์ชั่นบีม ทำงานร่วมกับคอยล์สปริงเช่นกัน รวมถึงติดตั้งระบบความปลอดภัย อาทิ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบป้องกันล้อล๊อค ABS และ กระจายแรงเบรค EBD มารพ้อมเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง และสัญญาณเตือนขณะถอยหลัง

SUBARU

ค่ายดาวลูกไก่นำคอนเซปต์คาร์รุ่น Subaru VIZIV Future Concept รถยนต์ต้นแบบประเภท SUV ที่สื่อถึงวิสัยทัศน์การพัฒนายานยนต์ในอนาคตด้วยแนวคิด “ความเพลิดเพลินและความรื่นรมย์” นอกจากรูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่ เทคโนโลยีที่อัดแน่นในรถก็เป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นเจ้าของรถให้อยากขับและมีพลังอยู่ตลอดเวลา โดยเทคโนโลยีนี้จะมีส่วนช่วยในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับซูบารุต่อไปในอนาคต

Subaru VIZIV Future Concept พัฒนาต่อจาก วีซีฟ และ วีซีฟ เอโวลูชัน มิติตัวรถ ยาว 4,435 มม. กว้าง 1,920 มม. และสูง 1,530 มม. ฐานล้อ 2,730 มม. ขุมพลังแบบพลัก-อิน ไฮบริด ที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร ไดเรคท์อินเจคชันเทอร์โบ (DIT) มอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้า 1 ตัว และด้านหลัง 2 ตัว ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติแปรฝัน (CVT) แบทเตอรีชนิดลิเธียม-ไอออน ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ AWD และยางขนาด 245/45 ZR20

พร้อมกันนี้ยังมีการเปิดตัว The New Subaru Forester โดยได้รับการปรับโฉมให้รูปลักษณ์ภายนอก เน้นที่กรอบไฟหน้า กระจังและแผงกันชน ไฟท้ายถูกปรับดีไซน์เป็นแพทเทิร์นรูปตัว U ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ลวดลายใหม่ มีสีตัวถังเฉดพิเศษทั้งน้ำเงินเข้ม Dark Blue Pearl และบรอนซ์เมทัลลิก Sepia Bronze Metallic ห้องโดยสารเพิ่มวัสดุเมทัลลิกเพื่อความทันสมัยบนแผงแดชบอร์ดสลับกับการใช้วัสดุสีดำมันเงา รวมถึงมีหน้าจอแอลซีดีแสดงผลการทำงานของตัวรถที่รองรับ Siri Eyes Free และชุดเครื่องเสียง Harman Kardon

ขุมพลังยังคงเป็นแบบสูบนอนอันเลื่องชื่อ แต่มีให้เลือก 2 แบบ ในรุ่น 2.0i และ 2.0i-P จะใช้ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาวล์ ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที มีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 7.9 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร ส่วนรุ่น 2.0XT มาพร้อมเครื่องยนต์ Boxer Direct-Injection Turbo 241 แรงม้า (PS) ที่ 5,600 รอบต่อนาที อัตราการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพที่ระดับ 8.5 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร The New Subaru Forester ทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมระบบ X-Mode ซึ่งจะประสานการทำงานของคันเร่ง ระบบส่งกำลัง และระบบ AWD เพื่อช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างปลอดภัยในพื้นถนนที่ไม่เอื้ออำนวยทุกรูปแบบ

SSANGYONG

ค่ายรถแดนกิมจิแนะนำ Tivoli ยนตรกรรมรุ่นล่าสุดในกลุ่มรถอเนกประสงค์ขนาดกะทัดรัด ซึ่งให้ความคล่องตัวสูง และเป็นรถยนต์ที่ได้รับการพัฒนามาจากรถต้นแบบ XIV ของซันยองที่เปิดตัวไปแล้วในงาน “แฟรงก์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์” เมื่อปี 2011 จากนั้นจึงได้ปรับปรุงจนกระทั่งขึ้นสู่ไลน์ผลิต และเริ่มจำหน่ายในประเทศเกาหลีเป็นแห่งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา

Tivoli มากับมิติของตัวรถ สูง 1,600 มิลลิเมตร กว้าง 1,795 มิลลิเมตร ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันและคอยล์สปริง ส่วนระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีมคอยล์สปริง อุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ ระบบการกระจายแรงดันเบรกแบบอัตโนมัติ ระบบช่วยเบรกเพื่อป้องกันการลื่นไถลของตัวรถ ด้วยระบบ ABS, EBD, EAS และภายในรถยังอำนวยความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชันต่างๆ ภายในรถ อาทิเช่น สวิตช์ควบคุมระบบวิทยุบนพวงมาลัย, ระบบ Bluetooth และช่องเสียบ USB

เครื่องยนต์ที่ใช้เป็นขนาด 1,600 ซี.ซี. คอมมอลเรล เทอร์โบดีเซล DOHC 4 สูบแถวเรียง ให้กำลังสูงสุด 115 แรงม้าและแรงบิดที่ 300 นิวตันเมตร มาพร้อมระบบเกียร์อัจฉริยะอัตโนมัติ 6 สปีด แบบ E Tronic ความเร็วสูงสามารถทำได้ที่ 175 กิโลเมตร/ชั่วโมง

TATA

ค่ายรถแดนภารตะแนะนำ TATA XENON 150 NX-PLOERขับเคลื่อน 4 ล้อ รุ่นเกียร์อัตโนมัติ ตกแต่งใหม่ ให้มีความหรูหราทันสมัยมากยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของการออกแบบโทนสีของห้องโดยสาร เบาะหนัง พวงมาลัยพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น หน้าจอแสดงผลระบบดิจิตอลบนหน้าปัดมาตรวัดรอบ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ความปลอดภัยอื่นๆ อีกมากมาย

TOYOTA

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย นำรถคอนเซ็ปต์คาร์มาจัดแสดงในรุ่น Toyota C-HR Concept รถยนต์ครอสโอเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุด และถือเป็นข่าวดีเพราะ Compact Crossover แบบ 5 ประตูของโตโยต้าคันนี้ กำลังจะก้าวไปสู่การเป็นโปรดักชั่นคาร์ในปีหน้า

Toyota C-HR เป็นส่วนผสมระหว่างรถยนต์ประเภท B-SUV และ C-SUV ผสานความปราดเปรียว และความอเนกประสงค์ของตัวรถเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้โครงการ Toyota New Global Architecture (TNGA) ซึ่งผสมผสานรูปแบบนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ากับเครื่องยนต์ Full Hybrid สามารถสร้างประสบการณ์ในการขับขี่ที่เหมาะกับสภาพการจราจรในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านหน้าของ C-HR สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอันชาญฉลาด บนกันชนเป็นช่องตะแกรง ตรงกลางมีรูปแบบคล้ายปีกที่กำลังสยาย และลอยอยู่บริเวณมุมด้านหน้าทั้งสองข้าง ด้านข้างออกแบบเส้นสายต่างๆ ให้ดูคม ดุดัน รับกับซุ้มล้อที่อยู่ด้านข้าง เติมเต็มด้วยหลังคาเปิดได้แบบ Piano Black ชุดไฟท้ายที่รวมเข้าไว้ด้วยกันในรูปทรงของเหลี่ยมเพชร มาพร้อมล้อขนาด 21 นิ้ว ถูกออกแบบมาได้อย่างลงตัวและสวยงาม

รถต้นแบบ C-HR ไม่เพียงแค่โดดเด่นในด้านการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเท่านั้น แต่ยังนำเอาเทคโนโลยี เครื่องยนต์ Full Hybrid ใหม่ ที่มีน้ำหนักเบากว่าเดิมมาสู่รถยนต์ประเภทนี้อีกด้วย สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และระบบเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน ซึ่งช่วยลดการบริโภคน้ำมัน และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

Yaris TRD รถยนต์นั่งคอมแพ็คสไตล์แฮทช์แบ็ค 5 ประตูรุ่นยอดนิยม ปรับแต่งรูปลักษณ์ ให้มีความสปอร์ต หรูหรา พร้อมฟังก์ชั่นครบและชุดแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคัน เท่เต็มอารมณ์กับ LED Daytime Running Lights พร้อมไฟตัดหมอก ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 15 นิ้ว ภายในสปอร์ต ด้วยเบาะหนังสีดำสลับส้ม ดุดันร้อนแรง และกล้องมองหลังชัดเจนทุกมุมมอง

THAIRUNG

ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ ค่ายรถดัดแปลงไทยทำออกแบบพัฒนารถตรวจการณ์ New TR Transformer II โฉมใหม่ ให้มีคุณสมบัติเหนือกว่ารถ PPV ทั่วไปในประเทศ โดยได้ร่วมกับนักออกแบบชั้นแนวหน้า (Designer) จากอังกฤษ Mr.Steve Harper Car Designer จาก Shado Car Design โดยได้แรงบันดาลใจ จากสุดยอดซุปเปอร์ฮีโร่ IRON MAN พัฒนาขึ้นบนโครงสร้างของ Toyota Hilux Revo มาพร้อมตัวถังที่ยกสูง ลุยน้ำได้ไม่น้อยกว่า 50 ซม.

รูปลักษณ์ที่โดดเด่น แข็งแรง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้านหน้าใหม่หมดพร้อมกันชนหน้า–หลัง ดีไซน์ใหม่ เพิ่มความดุดัน ไฟหน้าใหม่แบบไบซีนอน (Bi-Xenon) ขนาด 3.5 นิ้ว และไฟ Daytime Running พร้อมฝังไฟเลี้ยวในตัว ภายในห้องโดยสาร Design ใหม่ หลังคาทรงสูง Hi Roof ที่กว้างขวาง โปร่ง โล่งสบาย สามารถปรับรูปแบบที่นั่งโดยสารได้ ตั้งแต่ 5–11 ที่นั่ง และมีพื้นที่บรรทุกสัมภาระมากที่สุด เหนือกว่า รถ PPV ทั่วไป

New TR Transformer II ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2 ขนาด ได้แก่รุ่น 2.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 1,400-2,600 รอบต่อนาที และขนาด 2.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังมีทั้งแบบเกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ยกสูงซึ่งได้รับการยอมรับในเรื่องสมรรถนะที่ดีเยี่ยม มีค่าบำรุงรักษาต่ำ ทั้งยังสามารถเข้ารับบริการด้านเครื่องยนต์และช่วงล่าง ได้ที่ศูนย์ บริการ Toyota ทั่วประเทศ

VOLVO

ค่ายรถแดนไวกิ้งในนามของบริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัว The all-new Volvo XC90 ด้วยคอนเซ็ปต์ “A New Beginning” ซึ่งเป็นรถรุ่นแรกที่เผยโฉมด้วยตราสัญลักษณ์/เครื่องหมายการค้าใหม่ของ Volvo ส่วนตัวรถผสมผสานการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียอย่างมีรสนิยม ทั้งภายนอกและภายใน ทำให้ XC90 โดดเด่นบนท้องถนน ชัดเจนด้วยรูปทรงไฟหน้าที่จำลองแบบ “ค้อนแห่งเทพเจ้าธอร์” หรือ Thor’s Hammer ผนวกกับกระจังหน้าสวยหรูที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ดูทรงพลังสะท้อนความกล้าแกร่งแต่นุ่มนวล

ห้องโดยสารโดดเด่นด้วย Sensus ระบบสื่อสารควบคุมรถยนต์เทคโนโลยีล้ำยุค ใช้งานง่าย และควบคุมสั่งการระบบหลักๆ ของตัวรถไม่ว่าจะเป็นระบบข้อมูลขับขี่อัจฉริยะที่มาพร้อมเครื่องเสียงบันเทิงเริงรมย์ โทรศัพท์ติดรถยนต์ ระบบนำทางผ่านดาวเทียม และระบบต่อเชื่อมสัญญาณสื่อสารไร้สาย

Volvo XC90 ใหม่ เข้ามาทำตลาดด้วย 2 ขนาดเครื่องยนต์ ได้แก่ รุ่น D5 เครื่องยนต์ดีเซล-คอมมอนเรล-ทวินเทอร์โบ 225 แรงม้า แรงบิด 470 นิวตัน-เมตร นอกจากแรงขนาดแล้ว ยังประหยัดเชื้อเพลิง 16.7 กม./ลิตร และ T8 เบนซินเทอร์โบ/ซูเปอร์ชาร์จ 407 แรงม้า แรงบิด 640 นิวตัน-เมตร

นอกจากรถเด่นที่ได้รวบรวมไว้ให้ท่านผู่อ่านได้รับชม ค่ายรถทุกค่ายที่เข้าร่วมงานยังมีการจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายแบบลด แลก แจก แถม อย่างจุใจ ทุกท่านสามารถเข้าชมงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 37 ได้ตั้งแต่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน นี้

Please follow and like us: