Testdrive: Mazda MX-5 RF รหัสใหม่กระชากใจหนุ่มโรดสเตอร์

      บอกกล่าวเล่าความกันสักนิด สืบเนื่องจากเมื่อกลางปี 2015 ผมเดินทางไปทำความรู้จักกับ Mazda MX-5 ใหม่เจเนอเรชั่นที่ 4 ที่ญี่ปุ่น ในครั้งนั้นมีเพียงเวอร์ชั่น Soft Top หลังคาผ้าใบ ทุกอย่างในตัวโรดสเตอร์คันนี้ใหม่หมด เข้าสู่โหมดการออกแบบแนวคิด KODO Design สวยขั้นเทพ และ ขับสนุกสมกับความเป็นโรดสเตอร์ในตำนานที่ได้รับการพัฒนาเต็มความสามารถของวิศวกร Mazda จากนั้นไม่นานก็ได้มีการนำ MX-5 เข้ามาจำหน่าย เป็นรถในกลุ่มพิเศษ เสริมทัพ Mazda น้อยใหญ่ที่กำลังติดตลาดอยู่ทุกรุ่น ด้วยราคา 2,700,000 บาท และแน่นอนมีแฟนโรดสเตอร์เข้าถือครองจำนวนไม่น้อย แต่ในระหว่างนั้นก็มีคำถามมาว่า Hard Top จะตามมาเมื่อไร 

      เรื่องราวของ MX-5 ก็เดินหน้าต่อเพื่อตอบโจทก์คำถามแฟนพันธุ์แท้ ให้หลังได้ปีเดียวคือปีที่แล้ว Mazda ก็สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการเปิดตัว MX-5 เวอร์ชั่นใหม่ RF หรือ  Retractable Fastback เป็นเวอร์ชั่นที่รวมความเป็น โรดสเตอร์ คูเป้ และ ทาร์ก้า เข้าด้วยกัน คือ มีหลังคาแข็งแบบคูเป้สามารถ เปิดประทุนเป็นโรดสเตอร์และเมื่อเปิดประทุนแล้วจะยังมีบาร์รับกับปีกหลังคาด้านหลังอยู่ เหมือนหรือคล้ายกับ Targa ของ Porsche นั่นเอง เพียงแต่จะไปเรียกว่าเป็น Targa ไม่ได้เด็ดขาดเพราะ Porsche จดลิขสิทธิ์ชื่อและแบบของเขาไว้แล้ว

         

      เวอร์ชั่น RF นี่ทำเอาแฟน MX-5 บางรายถึงกับ กรึ๊ดสลบ ความลงตัวของดีไซน์หลังคาแข็งครั้งนี้มันช่างงดงามเหลือเกินในนิตยสาร AUTO BILD Thailand ฉบับเดือนพฤษภาคม 2560 มีบทความเปรียบเปรยได้น่าสนใจมากคือ บอกว่า ความสวยงามของหลังคาด้านท้ายที่เป็นปีกลงมาสองด้านนั้น สวยสง่าคลาสสิกเหมือน Jaguar XJS มีหลังคา RF ที่เปิดเผยตัวตนได้เหมือน Porsche 911 Targa ที่มีค่าตัวสูงกว่ามากมายนัก ในขณะที่ขับสนุกไม่น้อยไปกว่า Toyota 86 และอีกคันที่ถูกยกมาเปรียบคือ Fiat 124 Abarth Spider เพราะ Fiat หยิบยืม Platform ของ MX-5 มาใส่กระดองของ 124 ที่ออกแบบขึ้นมาใหม่ แต่ที่สุดแล้วเขาบอกว่าเมื่อเทียบกันสายตาจะถูกจับจ้องมาที่ MX-5 RF มากกว่า

      รายละเอียดอื่นๆสามารถติดตามอ่านกันในนิตยสาร AUTO BILD Thailandครับ ยังอยู่บนแผงหนังสือแน่ แต่ต้องรีบหน่อยละครับ

      วันนี้ Mazda นำ MX-5 RF ขึ้นโชว์รูมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยค่าตัว 2,800,000 บาท แพงกว่า Soft Top 100,000 บาทถ้วน ผมได้โอกาสไปลองขับมาแล้วเช่นเดียวกัน ก่อนอื่นต้องบอกว่า RF นั้นเหมาะสมกับอากาศร้อนๆในบ้านเรา มากกว่า Soft Top เป็นพื้นอยู่แล้ว ทั้งในเรื่องของการเก็บเสียง การกันความร้อน จะมีบ้างก็ในเรื่องของอารมณ์ เพราะเมื่อเปิดหลังคาออกไปแล้ว Soft Top จะถูกเก็บเรียบไปไว้ในห้องด้านหลัง

      ในขณะที่ RF จะยังมีปีกหลังคาด้านท้ายอยู่ วิธีการเก็บหลังคายังคงเหมือนกันใช้กดปุ่ม เปิด/ปิดค้างไว้ กลไกไฟฟ้าจะทำงานต่อเนื่องจนเสร็จขั้นตอน และสามารถทำงานเปิดปิดในขณะวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 10 กม./ชม. จะเลือกเท่แบบไหนก็ได้ แต่อากาศบ้านเราเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝนนี่ต้องเปิด แอปดูภูมิอากาศก่อนออกรถด้วยจะเป็นการดี

      สำหรับความแตกต่างมีเพียงส่วนหลังคาเท่านั้นที่แตกต่างจากรุ่น Soft Top นอกนั้นคือเหมือนกันหมดแม้แต่ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วก็เป็นลายเดียวกัน  เป็น โรดสเตอร์ แบบ FR เครื่องยนต์วางหน้าขับเคลื่อนล้อหลัง ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 160 แรงม้า พอดิบพอดีกับโรดสเตอร์คันนี้ที่มีความกะทัดรัด น้ำหนักตัว 1,138 กก. หนักกว่าหลังคาผ้าใบประมาณ 50 กก.เท่านั้นเอง

      ตำแหน่งนั่งของรถสปอร์ต 2 ที่นั่งคันนี้ ต้องก้มและย่อตัวเข้าไปในรถนิดนึง คนตัวใหญ่จะมีปัญหาตอนเข้านั่งบ้างแต่พอเข้านั่งแล้วก็ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เบาะนั่งแบบ Bucket seat โอบอุ้มร่างกายกระชับอยู่พอดี ตำแหน่งนั่งต่ำ ตำแหน่งพวงมาลัย แป้นเบรกคันเร่งจะอยู่ตรงกลางผู้ขับ เป็นแนวการออกแบบที่ Mazda บอกว่าจะทำให้ควบคุมรถได้ดีที่สุด และตำแหน่งนั่งที่อยู่ต่ำนี้ยังให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใน คอกพิทรถแข่ง เติมอารมณ์สปอร์ตในหัวใจตั้งแต่ยังไม่ทันสตาร์ทเครื่องกันเลยทีเดียว

      และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆในการขับขี่เราจะสนุกกับ RF ได้อย่างลืมตัวลืมวัยกันเลยทีเดียว อารมณ์ที่เหมือนกับขับรถโกคาร์ท รับรู้การสะท้อนสะเทือนแบบกระด้างๆมีให้รู้สึกได้ตลอด พวงมาลัยแม่นยำคุมได้แบบที่เรียกว่า “เอาอยู่” มี paddle shift ให้เปลี่ยนเกียร์ได้ด้วยตัวเอง อย่างนี้ก็สนุกกับ MX-5 ได้อย่าง ซูม ซูม

      กำลังเครื่องยนต์เมื่อไม่ต้องแบกน้ำหนักมาก ได้เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มาถ่ายทอดกำลังได้อย่างถูกที่ถูกทางและถูกเวลาที่ต้องการ จัดว่าทำงานร่วมกันได้ดีมาก เพราะทำให้เครื่องยนต์ที่ไม่ใหญ่โตมากนั้น ถ่ายทอดกำลังออกมาใช้งานเต็มประสิทธิภาพตามความต้องการในขณะนั้นๆ

      เรื่องการขับขี่นั้น MX-5 เอาใจคนรักสปอร์ตเต็มที่อยู่แล้ว คือเก็บความเป็นโรดสเตอร์ในตำนานในจุดเด่นไว้ครบถ้วน ที่เพิ่มขึ้นคือความสนุกที่มั่นใจได้มากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะ Entertain ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยฟีเจอร์สำหรับอำนวยความสะดวกมากมายเหมือนที่มีใน Mazda 3 รุ่นท๊อป ระบบ MZD CONNECT สื่อสารกันในทุกเรื่องทั้งข้อมูลรถและเพื่อการ Entertain ต่างๆ ระบบนำทาง และการเชื่อมโยงอินเตอร์เน็ต ผ่านหน้าจอขนาด 7 นิ้ว

      ความคิดเห็น

      Mazda MX-5 RF มีความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมากที่สุด ในความเป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์ขนาดกะทัดรัดในตำนาน ที่พัฒนาขึ้นมาจนเรียกว่าเป็น โรดสเตอร์แห่งยุคนี้อย่างแท้จริง เพราะไม่พียงแต่จะสวยยังขับสนุกมากเท่าที่จะต้องการอีกด้วย

      เรียบเรียงข้อมูลและทดสอบโดย ภูวนาถ เผ่าจินดา

       

       

      Please follow and like us: