Buyer Guide’s รถเครื่องเล็ก แอบซิ่งด้วยเทอร์โบ 4 รุ่น จาก 4 ค่าย คันไหนมีอะไรเด็ด

Buyer Guide’s รถเครื่องเล็ก แอบซิ่งด้วยเทอร์โบ
4 รุ่น จาก 4 ค่าย คันไหนมีอะไรเด็ด

กระแสแรงของวงการรถยนต์ในปัจจุบันคงหนีไม่พ้นเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ขนาดเล็ก ที่ใช้ระบบอัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จ ซึ่งให้ทั้งสมรรถนะการขับขี่ในรูปแบบสปอร์ตแบบเดียวกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ทั้งยังประหยัดเชื้อเพลิงในรูปแบบที่คาดไม่ถึง ณ เวลานี้ แต่ละค่ายรถยนต์จึงเร่งพัฒนาเทคโนโลยีให้เป็นไปตามเทรนด์ของโลก และมีการเปิดตัวพร้อมจำหน่ายในราคาที่จับจองเป็นเจ้าของได้ โดยตลาดรถยนต์ภายในประเทศมีการนำเสนอเพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่เสาะหารถยนต์ประเภทนี้มากถึง 4 แบรนด์ดัง ซึ่งประกอบไปด้วย  NEW HONDA CIVIC,NEW FORD FOCUS,MG 5 และ Nissan Sylphy 1.6 DIG TURBO

ใช่แล้วครับ เรื่องที่ทุกท่านกำลังได้รับชม ถือว่าเป็น BUYER GUIDE สำหรับรถเครื่องยนต์เล็ก ที่แอบซิ่งได้ด้วยระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จ ที่ในวันนี้ได้ออกสู่ตลาดและพร้อมจำหน่ายให้ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย แต่สำหรับตัวเลือกทั้ง 4 น่าจะเลือกยากสักนิดเพราะแต่ละค่าย แต่ละรุ่น ต่างมีทีเด็ดที่ไม่ยอมกันง่ายๆ และถือว่าเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคต้องคิดหนักพอสมควร

www.autoworldthailand.com ขอทำหน้าที่ในชี้ทางทุกท่านไปกับการล้วงลูกของรถเด่นทั้ง 4 รุ่น ในส่วนของความถูกใจ และ โดนใจ รถคันไหนจจะเป็นอย่างไรนั้น…ติดตามรับชมได้เลยครับ

 

NEW HONDA CIVIC

ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด

กระแสแรงสุดต้องยกให้ ALL-NEW HONDA CIVIC เจนเนอเรชั่นที่ 10 ที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงก่อนงานมอเตอร์โชว์เพียงไม่กี่วัน และก็เป็นรถยนต์รุ่นที่สร้างยอดจำหน่ายได้สูงสุดในงานนี้ก็ว่าได้ ALL-NEW HONDA CIVIC สร้างสรรค์และพัฒนาให้สามารถก้าวข้ามทุกข้อจำกัด มุ่งสู่การเป็นซีวิค ที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ ยกระดับการออกแบบให้ทันสมัย และหรูหราในสไตล์สปอร์ต ผสานกับนวัตกรรมยานยนต์จากขุมพลังจากเทคโนโลยี VTEC TURBO ที่ให้สมรรถนะทรงพลัง และมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดี พร้อมเทคโนโลยีซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกสบาย และอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่เหนือระดับ

ALL-NEW HONDA CIVIC ได้รับการจัดวางโครงสร้างโดยเน้นการออกแบบตัวรถที่ดูสปอร์ตและล้ำสมัยด้วยตัวถังที่กว้าง และมีความสูงของตัวรถที่ลดลง เพื่อสร้างอารมณ์การขับขี่ที่สปอร์ตและมั่นใจ ยิ่งขึ้น ด้วยรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวและหรูหราจากเส้นสายด้านข้างตัวรถที่คมชัด สปอร์ตและดุดันด้วยกระจังหน้าโครเมียมที่วางตัวเป็นแนวยาวเต็มกรอบกระจังหน้า เชื่อมต่อกับไฟหน้าสไตล์สปอร์ตพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ทั้งยังโดดเด่นด้วยไฟท้ายรูปทรงตัว C แบบ LED เช่นกัน

ห้องโดยสารใช้วัสดุคุณภาพสูง ออกแบบที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียม  มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบายใกล้เคียงกับรถยนต์ในระดับ D-Segment ทั้งนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ ด้วยการควบคุมอย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch ควบคุมฟังก์ชั่นความบันเทิง พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) และช่องเชื่อมต่อ USB ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay

ชุดมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่สามารถแสดงผลฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย สามารถปรับเปลี่ยนข้อมูลและค้นหาตัวอักษรได้ง่ายด้วยปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย   ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) เป็นฟังค์ชั่นใหม่ที่สั่งการได้จากระยะไกล เพื่อใช้สำหรับอุ่นเครื่องและปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นสบายล่วงหน้าก่อนออกเดินทางในขณะที่ประตูรถยังคงล็อกอยู่เช่นเดิม และรถจะไม่สามารถออกตัวได้จนกว่าผู้ขับจะเข้าไปสตาร์ทรถตามปกติ

สมรรถนะอันทรงพลังมาจากเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO พ่วงระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ซึ่งพัฒนาภายใต้เทคโนโลยี เอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 5,500 รอบต่อนาที เทียบเท่าพละกำลังของเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร

ก้าวไปอีกขั้นด้วยมาตรฐานความปลอดภัยเหนือกว่ารถยนต์รุ่นอื่นในระดับเดียวกัน อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

ALL-NEW HONDA CIVIC เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO มีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น TURBO RS ราคา 1,199,000 บาท รุ่น TURBO ราคา 1,099,000 บาท

 

NEW FORD FOCUS

ขุมพลังอีโค่บูสต์ เทอร์โบ แรง…แซงทุกคำท้า

NEW FORD FOCUS  ถือว่าเป็นรถยนต์ขนาดคอมแพคที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ทั่วโลก การออกแบบที๋โฉบเฉี่ยวและทันสมัยกว่ารุ่นเดิม ถือเป็นการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ส่งผลให้ค่ายผู้ผลิตรถยนต์รายนี้เข้าไปครองใจผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี และสำหรับในบ้านเรา ฟอร์ด ประเทศไทย จำกัด ยังคงรุกหนักเกี่ยวกับการยกระดับการบริการหลังการขายทั้งในด้านของมาตรฐานงานซ่อม รวมถึงขยายศูนย์บริกายให้กระจายคลอบคลุมทั่วประเทศ

FORD FOCUS ใช้เวทีแจ้งเกิดในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ด้วยรูปลักษณ์ในสไตล์แฮทช์แบค 5 ประตูที่โฉบเฉี่ยว โดดเด่น และดูทันสมัยกว่ารุ่นเดิม  โดยเน้นการออกแบบที่ปราณีต กระโปรงหน้าดีไซน์ใหม่เชื่อมต่อไปหน้ากระจังแบบสี่เหลี่ยมคางหมูอันเป็นเอกลักษณ์ ไฟหน้าดูยาวกว่ารุ่นเดิมและเรียวขึ้นเพื่อเชื่อมต่อกับด้านหน้ารถได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยไฟตัดหมอก  กันชน และฝากระโปรงท้าย ไฟท้ายก็เป็นอีกหนึ่งส่วนซึ่งเป็นการดีไซน์ช่วยเพิ่มความโดดเด่น ทั้งยังมีสปอยเลอร์หลังที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์

ภายในดูแตกต่างไปจากรุ่นเดิม โดยเน้นความเรียบง่ายและปราณีต ซึ่งช่วยให้เพิ่มพื้นที่เก็บของที่สะดวกขึ้น ห้องโดยสารติดตั้งวัสดุซับเสียงคุณภาพสูงเพื่อความเงียบ กระจกไฟฟ้าทุกบานเป็นแบบอัตโนมัติ พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทางพร้อมปุ่มมัลติฟังค์ชั่นและระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบ Paddle Shift เบาะนั่งหุ้มหนังแท้สีดำ มีระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระทั้งซ้ายและขวา จุดเด่นอยู่ที่ระบบสั่งงานด้วยเสียงเวอร์ชั่นล่าสุด SYNC 3 พร้อมการเชื่อมต่อ Bluetooth และ Wi-fi รองรับแอพพลิเคชั่น Apple Car Play และ Siri Eyes Free ตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ที่เข้าถึงทุกการเชื่อมต่อตลอดเวลา

ขุมพลังเป็นอีกเรื่องที่ถือว่าเด็ด NEW FORD FOCUS มากับเครี่องยนต์อีโค่บูสต์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที และ แรงบิดสูงสุดที่ 240 นิวตันเมตรที่ 1,600-5,000 รอบต่อนาทีมาพร้อมระบบส่งกำลังที่เปลี่ยนจาก Dual Cluth มาเป็นแบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ได้รับการปรับปรุงนอกจากระบบเทอร์โบชาร์จและหัวฉีดแบบไดเรคอินเจคชั่น ยังมีแคมชาฟท์แบบอิสระคู่ รวมถึงในส่วนของเสื้อสูบแบบอลูมิเนียมที่ช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มสมรรถนะให้ดียิ่งขึ้น โดยทางค่ายผู้ผลิตเคลมไว้ว่า เครื่องยนต์ตัวนี้ให้พละกำลังที่ดีกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร แถมประหยัดน้ำมันสูงสุด 14 กม./ลิตร

NEW FORD FOCUS ยังเป็นรถที่มาพร้อมกับตัวช่วยการขับขี่ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี อาทิ ระบบช่วยจอจอดรถอัจฉริยะแบบ ถอยเข้าซอง Perpendicular Park Assist ซึ่งเป็นการพัฒนาเพิ่มเติมจาก ระบบช่วยจอดอัจฉริยะแบบเทียบข้าง Parallel Park Assist ในรุ่นที่ผ่านมา รวมถึงระบบช่วยออกตัวจากช่องจอด Park Out Assist ผู้ขับขี่เพียงควบคุมเบรกและคันเร่ง ระบบจะทำหน้าที่ควบคุมพวงมาลัยเพื่อช่วยให้ออกจากช่องจอด และระบบช่วยเบรกในความเร็วต่ำ Active City Stop โดยได้รับการปรับปรุงให้ระบบทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. นอกจากนี้ยังมี Mykey ที่ช่วยกำหนดค่าการใช้งาน เช่น ระดับความเร็วสูงสุด และกำหนดระดับเสียงสูงสุดจากวิทยุ

สีมีให้เลือกทั้งหมด 5 เฉด ได้แก่ น้ำเงิน Winning Blue สีแดง Candy Red สีดำ Panther Black สีเทา Magnetic Grey และ สีขาว Frozen White และจัดจำหน่ายทุกโชว์รูมทั่วประเทศ ในราคา 1,099,000 บาท

 

MG 5

อีกขั้นของยนตรกรรม รถซีดานสไตล์คูเป้

MG5 มีจุดเด่นตามแนวคิด บริท ไดนามิค (Brit Dynamic) ที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ Desing สมรรถนะ Perfomance การควบคุม Handling และความปลอดภัย Safety  ทำให้มั่นใจได้ว่า MG5 สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มนี้ได้อย่างเป็นเยี่ยม ด้วยรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวตามสไตล์รถยุโรป ผสมผสานกับห้องโดยสารที่มีขนาดกว้างขวางกว่ารถซับคอมแพ็คคาร์ทั่วไป รูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว สปอร์ตครบทุกฟังก์ชั่นตามมาตรฐานรถยนต์ยุโรป เม้จะเป็นรถยนต์นั่ง 4 ประตูขนาดเล็ก แต่ออกแบบในสไตล์คูเป้ (Coupe Design) ที่โดดเด่นด้วยกระโปรงหน้าแบบ V-Shape ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ ที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัย พร้อมไฟ Daytime Running Lights (DRL) สะกดทุกสายตา ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ดึงดูดทุกสายตา พร้อมหลังคาซันรูฟที่สามารถเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งแน่นอนว่าMG5 จะเป็นอีกหนึ่งซับคอมแพ็คคาร์ที่โดดเด่น เพียบพร้อมและคุ้มค่ามากที่สุดในตลาดขณะนี้

ห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาเพื่อความสุนทรียภาพผสานความสปอร์ตได้อย่างลงตัว พื้นที่ภายในห้องโดยสารที่มีขนาดใหญ่เทียบเท่ารถคอมแพ็คคาร์ ให้ความกว้างขวาง นั่งสบาย รวมทั้งการตกแต่งภายในที่ประณีตและสามารถใช้งานได้สะดวก เบาะที่นั่งเป็นแบบหนังพร้อมลิ้นชักเก็บของใต้เบาะด้านข้างคนขับ ช่วยเพิ่มประโยชน์ใช้สอยภายในห้องโดยสาร เบาะหลังสามารถปรับพับได้เพิ่มพื้นที่บรรจุสัมภาระได้มากยิ่งขึ้น การออกแบบภายในที่ดูลงตัวทุกการควบคุมด้วยแผงคอนโซลหน้าดีไซน์สปอร์ต พร้อมหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ (Multi-Function Display) และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น สะดวกยิ่งขึ้นด้วยระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วพร้อมระบบนำทาง และแสดงภาพจากกล้องมองหลังเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ เพิ่มความพิเศษให้กับผู้ขับขี่ในทุกเส้นทาง

ล้ำหน้าไปอีกขั้น กับการที่ MG5 เป็นรถยนต์รุ่นที่สองของ MG ที่ติดตั้งระบบ inkaNet ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารอัจฉริยะระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์เอ็มจี ที่ทำงานแบบเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สาย ประกอบด้วย 7 ฟังก์ชั่นหลัก ได้แก่ ฟังก์ชั่นแจ้งเตือนความผิดปกติ เมื่อมีการเคลื่อนหรือสตาร์ทรถยนต์ ฟังก์ชั่นระบบนำทางผ่าน Google Map และช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามตำแหน่งของรถ และข้อมูลสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ ฟังก์ชั่นระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยกำหนดขอบเขตรัศมีการขับรถยนต์ ฟังก์ชั่นแสดงอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันในการขับรถ เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยทั้งแบบรายสัปดาห์และแบบรายเดือน ฟังก์ชั่นระบบเลขาฯส่วนตัวที่ให้ผู้ขับขี่ติดต่อ MG CALL CENTRE  เพียงปลายนิ้วสัมผัส และฟังก์ชั่นวางแผนการเดินทาง พิเศษสำหรับลูกค้า NEW MG5 จะได้รับสิทธิพิเศษสามารถเชื่อมต่อระบบ inkaNet ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือฟรีนาน 5 ปี

ขุมพลังที่ใช้เป็นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุดถึง 129 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตรที่ 2,000-4,400 รอบ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ที่โดดเด่นด้วยการปรับเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็ว และนุ่มนวล ทั้งยังยังสามารถปรับเปลี่ยนการขับขี่ให้เป็นแบบ Sport และแบบ Manual เพิ่มความเร้าใจมากยิ่งขึ้น มั่นใจทุกการขับขี่ด้วยช่วงล่างแบบ European tuning Suspension กับระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบ Ultra-Rigid MacPherson Strut และระบบกันสะเทือนหลังแบบ H-Type Torsion Beam คานขวางแบบ U-Shape ทีให้การยึดเกาะถนนและการทรงตัวที่ดีเยี่ยม มั่นใจด้วยระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบ LDC (Low Dragging Calipers) ที่สามารถตอบสนองทุกการสั่งการได้อย่างเฉียบคม

ก้าวสู่สุดยอดยนตรกรรมในคลาสซับคอมแพ็คคาร์กับระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบ 9 Integrated Active Safety Systems ที่ประกอบด้วย ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (HAS – Hill Start Assist System) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCS – Traction Control System) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน (ABS – Anti-lock Braking System) พร้อมระบบช่วยกระจายแรงเบรก (EBD – Electronic Brake force Distribution) ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน (MSR – Motor control Slide Retainer) ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC – Curve Brake Control) และระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง (ITPMS – Indirect Tire Pressure Monitor System) นอกจากนี้ยังเพิ่มความมั่นใจกับระบบเสริมแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBA – Electronic Brake Assist) และระบบควบคุมการทรงตัว (SCS – Stability Control System) อีกด้วย

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ MG ตั้งราคาจำหน่าย MG 5 ไว้ที่ 759,000 บาท

 

Nissan Sylphy 1.6 DIG TURBO

คอมแพคซีดานซิ่งได้

ถือเป็นการฉีกแนวสำหรับรถซีดานจากค่ายผู้ผลิตแดนอาทิตย์อุทัยด้วยการนำระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์มาสร้างพลัง แต่ยังคงเกาะกระแสไปกับการนำเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็ก จับมาทำการรีดแรงม้าจนได้ออกมาเกือบถึง 200 ตัว ชักเริ่มน่าสนใจแล้วใช่มั้ยครับว่า Nissan Sylphy 1.6 DIG TURBO จะมีหมัดเด็ดอะไรไว้คอยดึงดูด ซีดานจากค่ายนิสสันคันนี้เป็นอะไรที่ไม่ธรรมดาแน่นอน

Nissan Sylphy DIG TURBO ยังคงรูปลักษณ์ของคอมแพคซีดานไว้เต็มคราบ แต่ได้รับการปรุงแต่งให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยกันชนหน้าแบบใหม่มากับกระจังรมดำ ไฟหน้าใช้เป็นโปรเจคเตอร์เลนส์ซีนอนพร้อมไฟหรี่แอลอีดี และมีระบบทำความสะอาดโคมไฟหน้า (Headlight washer) เสริมความดุดันด้วย side molding และกระจกมองข้างลายคาร์บอนเคฟลาร์ติดตั้งไฟเลี้ยวแบบแอลอีดี ด้านหลังมีสปอยเลอร์และกันชนหลังแบบสปอร์ตที่ประดับสัญลักษณ์ DIG Turbo พร้อมเปลี่ยนล้อขนาด 16 นิ้ว ให้เป็น 17 นิ้ว ลาย 5 ก้าน หยิบยืมมาจาก PULSAR

ภายใน เติมแต่งโทนสีดำให้อารมณ์สปอร์ต เสริมเท่ด้วยซันรูฟไฟฟ้า ห้องโดยสารแซมด้วยสีเงิน เช่น ชุดแป้นคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต พรมปูพื้นลายใหม่ สะดวกสบายไปกับจอทัชสกรีนที่ควบคุมความบันเทิงพร้อมแสดงภาพจากกล้องมองหลัง เพิ่มฟังค์ชั่นเนวิเกเตอร์ซึ่งอัพเดทโปรแกรมแผนที่รุ่นล่าสุด คอยช่วยเหลือการเดินทางให้เป็นไปในแบบไม่ต้องกลัวหลง รวมถึง Nissan Connect แอพพลิเคชั่นอัจฉริยะที่เชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนเพื่อให้ท่องโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว

มาถึงหมัดเด็ดของ Sylphy DIG TURBO แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของขุมพลัง เครื่องยนต์ที่ประจำการในรถคันนี้เป็นแบบเดียวกับ PULSAR แฮทช์แบคร่วมค่าย ในรหัส MR16DDT ขนาด 1.6 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงผ่านหัวฉีด ไดเร็ค อินเจคชั่น ระบบวาล์วแปรผันคู่  พร้อมเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังได้สูงสุด 190 แรงม้าที่ 5,600 รอบ/นาที มากับแรงบิดต่อเนื่องแบบ Flat Torque ให้กำลังสูงสุดถึง 240 นิวตัน เมตร ที่ 2,400 – 5,200 รอบต่อนาที นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยีเคลือบผิวนาโน (Nano-Finish Coat) ซึ่งช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างผิวเพลาลูกเบี้ยวและตัวยกวาล์ว การใช้วาล์วไอเสียหล่อโซเดียม (Sodium Filled Valve) ที่ช่วยให้การระบายความร้อนของห้องเครื่องผ่านวาล์วไอเสียทำให้ดีขึ้น รวมถึงการออกแบบลูกสูบให้มีช่องหล่อเย็นพิเศษ (Piston with Cooling Channel) ช่วยลดอุณหภูมิของลูกสูบ ลดการน็อคของเครื่องยนต์

ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์ XTRONIC CVT ที่ได้เพิ่มระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง (Manual Mode) แบบ 6 สปีด ขณะที่ช่วงล่างได้รับการปรับแต่งให้รองรับสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น ทำงานร่วมกับระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VDC (Vehicle Dynamic Control) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS (Traction Control System) ควบคู่ไปกับระบบเบรกป้องกันล้อล้อค ABS, ระบบการจายแรงเบรก EBD และ ระบบเสริมแรงเบรก BA ที่สำคัญ Sylphy DIG TURBO ยังเพิ่มอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยอื่นๆ ตาม Nissan Safety Shield Philosophy หรือแนวคิดยานยนต์ปกป้องชีวิตของนิสสัน  เช่น ถุงลมนิรภัย 6 จุดโดยเพิ่ม ถุงลมนิรภัยด้านข้าง (Side Airbags) และ ม่านนิรภัยด้านข้าง (Curtain Airbags) พร้อมระบบล็อคประตูอัตโนมัติ

บริษัท นิสสัน มอเตอร์(ประเทศไทย) จำกัด จำหน่าย Nissan Sylphy DIG TURBO ในราคา 999,000 บาท

 

บทสรุปรถยนต์เครื่องเล็กพลังเทอร์โบ

NEW HONDA CIVIC

รถกระแสแรงคันนี่กำลังไล่ล่ายอดจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ที่สวยสะดุดตา ส่งผลให่สาวกฮอนด้าไม่ต้องคิดมากถ้าอยากเปลี่ยน แต่ด้วยความเป็นแบรนด์มาตรฐานสูง จึงทำให้ครอบครัวฮอนด้านับวันยิ่งขยายตัวไปครองใจลูกค้าชาวไทยได้เป็นอย่างดี ฟังค์ชั่นต่างๆที่ติดตั้งในรถคันนี้ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ในด้านของรูปทรงและสมรรถนะคงไม่ต้องพูดถึง แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือราคาจำหน่าย ซึ่ง ฮอนด้า ออโตโมบิลส์ ประเทศไทย จำกัด ได้ตั้ง รุ่น TURBO RS ราคา 1,199,000 บาท รุ่น TURBO ราคา 1,099,000 บาท ซึ่งสูงสุดในหมวดหมู่ของรถทั้ง 4 คันที่นำมาประชันในครั้งนี้ แต่สำหรับสาวกฮอนด้า ยังไงก็ต้องเทใจให้อยู่ดี

 

NEW FORD FOCUS

NEW FORD FOCUS รูปทรงสง่างามในสไตล์ แฮทช์แบค 5 ประตู แฝงไปด้วยสมรรถนะสปอร์ต จากเครื่องยนต์อีโค่บูสต์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร 180 แรงม้า ทั้งยังมีการติดตั้งระบบตัวช่วยการขับขี่ อาทิ ระบบช่วยจอจอดรถอัจฉริยะแบบถอยเข้าซอง ระบบช่วยจอดอัจฉริยะแบบเทียบข้าง และ ระบบช่วยออกตัวจากช่องจอด รวมถึงมีเทคโนโลยีระบบสั่งงานด้วยเสียงเวอร์ชั่นล่าสุด SYNC 3 ส่งผลให้ รถคันนี้เปี่ยมด้วยสมรรถนะและอัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัยเต็มพิกัด อีกเรื่องที่น่าสนใจ คือ บริการหลังการขาย ซึ่ง บริษัท ฟอร์ด ประเทศไทย ยังคงรุกหนักยกระดับการให้บริการทั้งในด้านของมาตรฐานงานซ่อม รวมถึงขยายศูนย์บริการให้คลอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้ผู้ที่มองหารถประเภทนี้ไม่ควรมองข้ามค่ายรถยักษ์ใหญ่จากอเมริกา

 

MG 5

รถยนต์คันนี้ได้รับการออกแบบจากแนวคิด BRID DYNAMIC ที่โดดเด่นทั้งรูปลักษณ์และสมรรถนะ รวมถึงอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ถึง 9 ระบบ ทั้งยังมีการติดตั้งระบบ inkaNet ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารอัจฉริยะ ซึ่งเป็นออฟชั่นที่สั่งตรงเพื่อลูกค้าชาวไทยโดยเฉพาะ ค่ายรถยนต์น้องใหม่ในมือเจ้าสัวซีพีรายนี้ยังเดินหน้าสร้างฐานลูกค้า และ ขยายศูนย์บริการอย่างเต็มกำลัง โดยวางแผนไว้ว่าจะต้องมีศูนย์บริการอยู่ทุกจังหวัดทั่วภูมิภาคของประเทศ แถมยังมีราคาค่าตัวที่ถูกสุดในรถทั้ง 4 รุ่นที่ได้ทำการแนะนำ แน่นนอนว่า MG 5 เป็นรถที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาด

 

Nissan Sylphy 1.6 DIG TURBO

ถือเป็นการพัฒนาอีกหนึ่งก้าวของค่ายนิสสัน ที่ได้นำระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จมานำร่องในรถซีดานรุ่นธง ทั้งยังเติมต็มความสปอร์ตให้กับรูปลักษณ์ทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งยังคงไว้ด้วยความสะดวกสบายในการใช้งาน สมรรถนะความแรงนั้นถือเป็นทีเด็ดและยังเป็นอันดับหนึ่งเรื่องของความแรง โดยมีแรงม้ามากถึง 190 แรงม้าที่ 5,600 รอบ/นาที ผสานการส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ XTRONIC CVT ที่เลื่องชื่อ และแม้จะออกสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ด้วยความโดดเด่นในด้านสมรรถนะ ทำให้รถคันนี้มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย และยังสามารถต่อกรกับรถยนต์ของคู่แข่งทั้ง 3 ค่ายได้อย่างไร้ข้อกังขา

Please follow and like us: