Ferrari California T
มาพร้อมการปฏิวัติเครื่องยนต์เทอร์โบ V8

คาวาลลิโน มอเตอร์ ผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการของเฟอร์รารี่ในประเทศไทย เปิดตัวเฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย ที ณ โชว์รูมของคาวาลลิโน มอเตอร์ กรุงเทพฯซึ่งเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกต่อสื่อมวลชนและลูกค้าของเฟอร์รารี่ในประเทศไทย หลังจากที่ได้เปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์นานาชาติ ณ กรุงเจนีวาในเดือนมีนาคม เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย ที สะท้อนความสง่างามสูงสุด ผสานความคล่องตัว และความพิเศษที่โดดเด่นในทุกรุ่นของแคลิฟอร์เนียตั้งแต่ปี 1950

Ferrari California T เป็นผลงานที่วิเศษที่สุดของสายพันธุ์เฟอร์รารี่ ที่มาพร้อมกับหลังคาแข็งพับได้ (RHT) และโครงสร้าง 2+ รวมถึงคุณสมบัติอื่นๆทำให้รถรุ่นนี้เป็นรถอเนกประสงค์ที่ปรับเปลี่ยนได้สูงสุดตามความต้องการในการใช้งาน

เช่นเดียวกับ Ferrari ทุกรุ่น California T ได้เพิ่มเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่จะทำให้รถรุ่นนี้มีเอกลักษณ์อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องยนต์เทอร์โบ V8 ใหม่ล่าสุด เทคโนโลยีเทอร์โบได้รับเกียรติให้เป็นเอกลักษณ์ทางวิศวกรรมของเฟอร์รารี่ อันเนื่องมาจากรถรุ่นที่โดดเด่นอย่าง GTO ในปี 1984 และ F40 ในปี 1987 และแน่นอนว่าในปัจจุบันมันได้มาเป็นหัวใจหลักของ F1 สุดยอดรถแข่งแบบที่นั่งเดี่ยวรุ่นล่าสุดอีกด้วย

ทีมวิศวกรของมาราเนลโลได้ร่วมกันออกแบบขุมพลังที่โดดเด่นอันเป็นการผสมผสานคุณภาพเครื่องยนต์ของ Ferrari อาทิ การตอบสนองที่เฉียบคม ประสิทธิภาพดีเยี่ยมและอัตราเร่งอันทรงพลังในทุกความเร็ว รวมถึงเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่ม เข้ากับความอัจฉริยะของเทคโนโลยีเทอร์โบ ไม่ว่าจะเป็นการลดการปล่อยไอเสีย และลดอัตราการบริโภคเชื้อเพลิง ให้พละกำลังสูงและมีขนาดกะทัดรัด ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่อย่างแท้จริงสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์

California T ขับเคลื่อนด้วยระบบหัวฉีดตรงจากเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ V8  ขนาด 3,855 ซีซี ที่ให้พลังแรงม้าลงล้อที่ 560 แรงม้า ที่7,500 รอบต่อนาที ส่งผลให้เกิดพลังงานถึง 145 แรงม้าต่อลิตร ซึ่งสูงสุดในกลุ่มนี้ เช่นเดียวกับแรงบิดสูงสุด 755  นิวตันเมตรในเกียร์ 7 โดยมีอัตราเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 3.6  วินาที และส่งผลถึงอัตราเร่งความเร็วพิเศษ แม้ในเกียร์ที่สูงขึ้น และการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม

เป็นครั้งแรกในเครื่องยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อกำจัดอาการรอรอบของเครื่องยนต์เทอร์โบโดยการลดแรงเฉื่อยและนำเพลาข้อเหวี่ยงแบบแฟลตเพลนจากรุ่น F1 มาใช้นอกเหนือไปจากนวัตกรรมระบบอัดอากาศเทอร์โบ แบบสองใบพัด นอกจากนี้ยังควบคุมด้วยระบบ Variable Boost Management ที่จะปรับการส่งแรงบิดให้เหมาะสมกับเกียร์ที่เลือก จึงยังลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย

เช่นเดียวกับรถสูตร1  เทอร์โบชาร์จถูกได้นำมาใช้จากความต้องการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของรถยนต์ เปรียบเทียบกับ California รุ่นก่อน อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงได้ลดลง 15 เปอร์เซนต์ แม้จะมีแรงม้าเพิ่มขึ้นถึง 70 แรงม้า และลดลงถึง 49 เปอร์เซนต์เมื่อแรงบิดสูงสุดในเกียร์ 7 อัตราการปล่อยไอเสียลดลงเหลือเพียง 250 กรัมต่อกิโลเมตร และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง 20 เปอร์เซนต์ หรือ 0.44 กรัมต่อกิโลเมตรต่อแรงม้า และมีผลโดยตรงให้รถสามารถวิ่งได้ระยะทางเพิ่มขึ้นถึง 15 เปอร์เซนต์

ด้วยการออกแบบที่พิถีพิถันและเทคนิคการผลิตที่ทันสมัยที่นำมาใช้สำหรับชิ้นส่วนที่สำคัญเช่นเพลาข้อเหวี่ยงแบบแฟลตเพลน ท่อไอเสียแบบสามชิ้น และเครื่องเทอร์โบ เครื่องยนต์ของแคลิฟอร์เนีย ที จึงผลิตเสียงที่ทรงพลัง และน่าประทับใจมากขึ้นตามอัตราการเร่งเพิ่มขึ้นของเครื่องยนต์ นี่คือความสำเร็จเป็นประวัติการณ์อย่างสมบูรณ์สำหรับเครื่องยนต์เทอร์โบ

California T ยังเพิ่มความเร้าใจในแบบของรถแข่งอันเนื่องมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองของพวงมาลัย จากกระปุกพวงมาลัยใหม่และการตั้งระบบกันสะเทือนใหม่ ด้วยโช๊คอัพแม่เหล็กไฟฟ้า Magaride รุ่นล่าสุด (ตอบสนองเร็วกว่าเดิมถึง 50 เปอร์เซนต์) ที่จะส่งผลให้การควบคุมรถแม่นยำยิ่งขึ้นในขณะที่ยังคงรับประกันความสะดวกสบายของการขับขี่

นอกจากนี้ ระบบควบคุมใหม่ล่าสุดของ F1-Trac ซึ่งรับประกันอัตราเร่งสูงสุดและเบรกคาร์บอนเซรามิก CCM3 กับดิสก์เบรกใหม่ ร่วมกับระบบ ESP Premium 8.0  ซึ่งควบคุมการเบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง โดยให้ระยะหยุดสั้นมาก จากความเร็ว 100 – 0 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในระยะทางเพียง 34 เมตร

การผสมผสานสถาปัตยกรรมที่ชัดเจนแน่วแน่ของ California T กับการควบคุมที่ทรงประสิทธิภาพ และเครื่องยนต์ใหม่นั้นรับประกันความสนุกในการขับขี่ ที่มอบทั้งความท้าทายและสภาพการขับขี่ที่ผ่อนคลายมากขึ้น

ศูนย์ออกแบบเฟอร์รารี่โดยผ่านฝีมือพินินฟารินา (Pininfarina) ได้ออกแบบแคลิฟอร์เนีย ที ออกมาในรูปแบบใหม่ในขณะที่ยังคงรักษาขนาดเดิม ด้านข้างของตัวรถยังคงไม่ต่างจาก Testa Rossa 250 อันโด่งดัง ในขณะที่ด้านหน้าเน้นเส้นไฟหน้าจรดด้านหลังที่กะทัดรัดและมีพละกำลังและเพื่อการลดแรงต้านอากาศและเพิ่มความพลิ้วไหวให้กับตัวรถ นอกจากนี้ การวิจัยพลศาสตร์อย่างพิถีพิถันส่งผลให้เกิดการออกแบบแผ่นดักลมแบบ สามแถวอีกด้วย

ช่องระบายอากาศในฝากระโปรงเพิ่มประสิทธิภาพของหม้อน้ำด้านหน้า โดยช่วยให้ขนาดตัวรถโดยรวมเล็กลงในขณะที่ส่วนล่างของกันชนหน้าได้รับการออกแบบให้ส่งอากาศไปยังหม้อแลกเปลี่ยนความร้อน (อินเตอร์คูลเลอร์)

ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราขลิบริมด้วยหนังฟอก พื้นที่ในห้องโดยสารมีความยืดหยุ่นและผู้ขับขี่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างส่วนเก็บสัมภาระและที่นั่งด้านหลัง

สนนราคาของ Ferrari California T อยู่ที่ 518,000 ยูโร หรือ 23,319,000 บาท

Please follow and like us: