Isuzu MU-X 1.9 DDi BluePower พีพีวีเจ้าสำอาง สุขุม นุ่มลึก สะดวกสบายหลายมิติ

      หลังจากค่าย Isuzu พัฒนาเครื่องยนต์ใหม่1.9 DDi BluePower ใส่ในรถปิกอัพ D Max เปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้วก่อนจะปรับโครงสร้างภาษีใหม่ ทำให้โชว์รูม Isuzu รับลูกค้ากันหัวบันไดไม่แห้งทีเดียว เพราะ ได้ทั้งเรื่องราคา และการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพไม่ด้อยไปกว่าเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ โกยยอดขายใส่กระเป๋าจนผลิตไม่ทัน วันนี้เครื่องยนต์ตัวพระเอก 1.9 DDi BluePower เข้ามาอยู่ใน MU-X เป็นที่เรียบร้อยอีกรุ่นหนึ่งและมีคำถามตามมาอีกว่าจะขับเคลื่อน PPV คันใหญ่ที่มีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นไหวหรือไม่ วันนี้มีคำตอบมาให้พิจารณา

      MU-X ที่แนะนำกันครั้งนี้เป็นรุ่น 1.9 DA รุ่นท๊อปที่มีการเปลี่ยนแปลงหลักคือ เครื่องยนต์ใหม่ 1.9 DDi BluePower   ในส่วนอื่นๆไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรที่จะเป็นสาระใหญ่ไปกว่านี้ โดยยังเอาใจ ในเรื่องความสะดวกสบายเป็นสำคัญรูปทรง หน้าตาโดยรวมจึงเหมือนเดิมของ MU-Xที่รู้จักกันดีแล้ว

      ภายนอกเห็นจะมีล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วลายใหม่ Dynamic Black ดูทันสมัยขึ้น เข้ามาในห้องโดยสารเขาเรียกการออกแบบของเขาว่าModern Art Deco โทนห้องโดยสารสีเข้มเติมด้วยวัสดุ Hi-gloss Black และ Chromium  ไปกันได้ดี เบาะนั่งผู้ขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง มีกุญแจ Isuzu Genius Entry ระบบกุญแจควบคุมการเปิด-ปิดประตูทุกบานด้วยระบบไฟฟ้า มีระบบ Push Start  คือพกกุญแจไว้ในกระเป๋าเท่านั้น เปิดประตูรถได้เพียงกดปุ่มที่มือจับ เข้ารถแล้วก็กดปุ่มสตาร์ทได้เลย

      ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติที่แป้นกลมตรงกลางคอนโซลดูเป็นแบบเฉพาะของ Isuzu   มีช่องแอร์ให้ความเย็นทั้งที่นั่ง 3 ตอน และสวิตช์แยกควบคุมแรงลมสำหรับตอนหน้า และตอนหลัง ที่เปลี่ยนไปอีกจุดคือ Isuzu Connect World    พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ขึ้น 8 นิ้ว และจอภาพบนเพดานแบบ Built-in ขนาด 10.5 นิ้ว  เอาใจทุกคนในครอบครัว เพราะต้องชาร์จแบตเตอรี่มือถือ ดูหนังฟังเพลง   สามารถเชื่อมต่อผ่าน Smartphone รองรับทั้งระบบ IOS และ Android  ระบบเสียงแบบ Surround Sound System 8 ลำโพงเป็นชุดคุณภาพสูงระดับ Hi-end จาก Kenwood และมีช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าแบบ 220v และจุดเชื่อมต่อ USB ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญไปแล้วสำหรับการเดินทาง

      เอาเป็นว่าเรื่องราวในห้องโดยสารสำหรับ MU-X สอบผ่านสบายมาก มาเรื่องการขับขี่ กำลังเครื่องยนต์ขนาดเล็ก ที่มีอยู่ 150 แรงม้า น่าสนใจตรงที่มีแรงบิด 350 นิวตันเมตรมาตั้งแต่รอบต่ำเพียง 1,800-2,600 รอบต่อนาที ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด การเดินทางครั้งนี้ต้องมาทำหน้าที่แบกน้ำหนักรถเปล่า 1,910 กก. บวกน้ำหนักผู้โดยสารรวมสัมภาระแล้ว น่าจะอีกประมาณ 250 กก.รวมแล้ว 2 ตันเศษ สิ่งที่ได้รับรู้เป็นอันดับแรกคือความสะดวกสบาย นั่งสบาย ทัศนวิสัยดีมุมมองกว้างขวาง กระจกมองหลังนอกจากจะตัดแสงอัตโนมัติ ยังมีกล้องหน้าติดแบบ Built-in   บันทึกวิดีโอขณะขับขี่  ไม่ต้องไปเสียเงินติดเพิ่ม พวงมาลัย เบามือ นุ่มนวล ขับในเมืองสบายมาก ถึงแม้เดินทางถ้าไม่ใช้ความเร็วสูงมากเกินกำหนดก็ไม่ต้องกังวล เพราะจะรู้สึกเบาเกินไปก็เมื่อความเร็วเกิน 130 กม./ชม.ไปบ้าง และด้วยน้ำหนักภาระที่มากขึ้นดังกล่าว MU-X 1.9 DDi ก็ยังพาขึ้นไปได้ถึง 180 กม./ชม. ถึงแม้ช่วงเลย 160 กม./ชม.ขึ้นไปจะหนืดไปบ้าง แต่ช่วงก่อนหน้าก็เร่งขึ้นได้อย่างทันใจ ด้วยแรงบิดที่มีมาให้มากมายนั่นเอง

      ในขณะเดียวกันที่ความเร็วสม่ำเสมอคงที่ 100 กม./ชม.เครื่องยนต์ไม่ได้ทำงานหนักเลย ยังคงอยู่ที่ประมาณ 1,600 รอบต่อนาที เพิ่มความเร็วมาที่110 กม./ชม.ก็ขยับขึ้นมาประมาณ 1,800 รอบต่อนาที สมกับที่ได้ชื่อว่าเครื่องเล็กกำลังใหญ่ ให้ความประหยัดดี ขนาดขับแบบสลับสับเปลี่ยนกัน 3 ผู้ขับ และ ทุกคนตั้งอกตั้งใจที่จะไม่ยั้งมือ ในการลองอัตราเร่ง ลากกันแบบทั้งสั้นทั้งยาวตลอดระยะทางกว่า 200 กม. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ขึ้นแสดงบนหน้าปัดเฉลี่ยอยู่ที่ 11 กม./ลิตร ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก เพราะถ้าขับเดินทางปกติควรจะได้ไม่ต่ำกว่า 15-16 กม./ลิตร หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ขับขี่และที่น่าสนใจอีกด้านหนึ่งคือการทรงตัวจากน้ำหนักที่หายไปประมาณ 50 กก.เทียบกับรุ่นเดิมที่ใช้เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร และการจัดวางเครื่องยนต์ให้มีสมดุลย์มากขึ้นเป็นผลให้การทรงตัวดีขึ้น ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น นี่เป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของ MU-X 1.9 DDi

      ทั้งหมดทั้งมวลผสมกลมกลืนทำให้ MU-X 1.9 DDi มีความสุขุม มีความนุ่มนวล ดีพอที่จะรองรับการใช้งานแบบสบายใจ ไม่ต้องไปคิดว่า เครื่องยนต์เล็กจะไม่มีกำลัง มันไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอน

      Please follow and like us: