“Mazda Skyactiv X”เทคโนโลยีแห่งการปฏิวัติครั้งใหม่พร้อมจุดเริ่มต้น “KODO Design” เจเนอเรชั่นที่2

ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ห้วงเวลาเดียวกันกับการจัดงาน Tokyo Motor Show 2017 ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา อากาศเริ่มเย็น ให้หลังพายุไต้ฝุ่นลัง ที่กระหน่ำเกาะญี่ปุ่นอย่างหนักผ่านพ้นไปเพียงเฉียดฉิว ผมเดินทางไปร่วมงาน Mazda Global Technology & Design Forum กิจที่ Mazda จัดขึ้นเพื่อที่จะบอกกับชาวโลกถึงก้าวใหม่ที่ท้าทายยิ่งขึ้น ของเทคโนโลยี่ยานยนต์และการออกแบบของ Mazdaที่จะเกิดขึ้นในเจอเนเรชั่นต่อไป

ก่อนหน้านี้เราได้รับการถ่อยทอดผลงานความภาคภูมิใจอย่างที่สุดของคน Mazda ในยุคปฏิวัติใหม่หลังจากกลับมาเป็นตัวของตัวเอง คือ การคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยี่ Skyactiv พัฒนาให้รถยนต์ Mazda ของเขาเข้าถึงแนวคิด Jinba-ittai คือสามารถควบคุมสื่อสารระหว่างรถกับคนให้เป็นหนึ่งเดียวกัน และการออกแบบด้วยตัวเองอย่างเต็มกำลังจนได้มาซึ่ง KODO Design ต้นสายธารแนวคิด จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวอันงดงาม โดยเริ่มต้นส่งผลงานของเขาออกมาเมื่อปี 2553 ลงสู่รถยนต์ Mazda CX-5 เป็นรุ่นแรกก่อนที่จะทยอยใช้รถยนต์Mazda ทุกรุ่นในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน และทำให้ รถยนต์ Mazda ของพวกเขาก้าวขึ้นมาอย่างโดดเด่นในทุกตลาดทั่วโลก ได้ทั้งรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยม รถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมมากมาย พร้อมๆกับยอดขายที่สามารถทำสถิติการเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในหลายตลาด รวมทั้งประเทศไทย

ปีนี้ Mazda เริ่มต้นการเดินทางในก้าวใหญ่อีกครั้งของทั้ง Skyactiv และ KODO Design เจเนอเรชั่นใหม่ เป็นความท้าทาย บนพื้นฐานพัฒนาการทางวิศวกรรมยานยนต์ที่น่าตื่นเต้นยิ่งนัก เรามาทำความรู้จักกับก้าวใหม่ทั้งสองด้านนี้ไปด้วยกัน

Skyactiv X ความท้าทายเริ่มต้นแล้ว

ความสำเร็จของ เทคโนโลยี่Skyactiv  คือ พัฒนาการทางวิศวกรรมยานยนต์ที่สอดรับกันเพื่อเป้าหมายให้เป็นรถที่ขับขี่ได้สนุก มั่นใจ ทรงตัวดีเยี่ยม ประหยัดเชื้อเพลิง และปลอดภัย Skyactiv ครอบคลุมการพัฒนาทุกระบบของรถ เครื่องยนต์ Skyactiv G เบนซิน กำลังอัดสูงที่สุดในโลก 14 : 1 ให้สมรรถนะเต็มประสิทธิภาพ แต่ประหยัดและมลพิษต่ำ Skyactiv D ดีเซล กำลังอัดต่ำที่สุดในโลก 14 : 1 ประหยัด เผาไหม้สมบูรณ์ เป็นจุดเด่นด้านเครื่องยนต์ เช่นเดียวกับ Skyactiv Drive เกียร์อัตโนมัติที่ถ่ายทอดกำลัง ตอบสนองได้รวดเร็วแม่นยำ Skyactiv Body โครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบาแข็งแรงกระจายและซับแรกกระแทกได้ดี และ Skyactiv Chassis ระบบกันสะเทือนรองรับได้อย่างเหมาะสม ทั้งหมดพัฒนาการให้สอดรับกันเป็นหนึ่งเพื่อให้ Mazda ที่สามารถขับขี่ได้เป็นหนึ่งเดียวกับผู้ขับตามแนวคิด Jinba-ittai  ทีมวิศวกร Mazda ทำได้แล้วและทำไปแล้ว ความสำเร็จของเทคโนโลยี่เกิดขึ้นแล้ว จากการตอบรับของผู้ใช้รถยนต์ Mazda ทั่วโลก

มร.คิโยชิ ฟูจิวารา หัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี่ Mazda คนนี้คือคีย์แมนสำคัญของการปฏิวัติเทคโนโลยี่ Mazda สู่ Skyactiv ต่อเนื่องมาถึง Skyactiv X

ก้าวใหม่นั้น  Mazda ยังยืนยันที่เครื่องยนต์สันดาปภายใน ICE (Internal Combustion Engine)เป็นหลัก ท่ามกลางการรุกคืบของมอเตอร์ไฟฟ้าจากกระแสรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มาแรงเหลือเกิน และผู้ผลิตอื่นๆรอบตัวล้วนนำเสนอผลงานรถยนต์พลังงานไฟฟ้ากันโดยทั่วไป แต่ มร.คิโยชิ ฟูจิวารา หัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี่ Mazda เจ้าของผลงาน Skyactiv หรือจะเรียกว่าเป็น ตัวพ่อของ Skyactiv ก็ว่าได้ เขากล่าวว่า การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของ Mazda เกิดขึ้นแน่นอนและจะเข้ามาเสริมเป็นตัวเลือกให้ผู้บริโภคในปี 2019 แต่เวลานี้ เขามั่นใจว่าเครื่องยนต์สันดาปภายในยังคงตอบโจทก์ความเป็นจริงสำหรับรถยนต์ Mazda ในวันนี้ได้มากที่สุด เขาจึงมุ่งมั่นพัฒนา เทคโนโลยี่ Skyactiv ต่อไปและไปสู่ Skyactiv รุ่นที่สองที่เรียกว่า SkyactivX

เครื่องยนต์ Skyactiv X  พัฒนาการของเครื่องยนต์สันดาปภายในที่กล้าท้าทายกระแสพลังงานไฟฟ้าด้วยความคิดใหม่แบบที่เป็นเอกลักษณ์ของวิศกร Mazda จุดระเบิดด้วยการอัดที่สามารถควบคุมประกายไฟได้ SPCCI

Skyactiv Xเป็นเครื่องยนต์ใหม่ที่นำข้อดีที่สุดของเครื่องยนต์เบนซินที่จุดระเบิดด้วยประกายไฟสามารถทำงานที่รอบสูงและปล่อยไอเสียที่สะอาดกว่ามาผสมผสานกับเครื่องยนต์ดีเซลที่จุดระเบิดด้วยการอัดตอบสนองอัตราเร่งตอนต้นได้ดีและประหยัดน้ำมัน จากแนวคิดนี้นำไปสู่ผลคือ ระบบการจุดระเบิดด้วยการอัดที่สามารถควบคุมประกายไฟได้ SPCCI (Spark-Controlled Compression Ignition) เป็นแนวคิดเอกลักษณ์ของ Mazda ที่พัฒนาให้ สามารถควบคุมการจุดระเบิดด้วยการอัดได้ครอบคลุมช่วงการเผาไหม้ทั้งหมด จึงสามารถสลับระหว่างการเผาไหม้จากการจุดระเบิดด้วยการอัดและการเผาไหม้จากการจุดระเบิดด้วยประกายไฟอย่างไร้รอยต่อ และทำงานได้เกือบทุกสภาพการขับขี่ทั้งรอบเครื่องยนต์ต่ำและสูง ผลที่ได้คือสามารถเพิ่มแรงบิดให้เครื่องยนต์เบนซิน2.0ลิตรมากกว่าเดิม 10 % เมื่อเทียบกับ Skyactiv G และในบางรอบเครื่องยนต์สามารถเพิ่มขึ้นได้มากกว่า 30 % ในขณะเดียวกันยังประหยัดเชื้อเพลิงได้มากขึ้นถึง 20 % โดยเฉลี่ย และในรอบเครื่องต่ำสามารถประหยัดได้ถึง 30 % ซึ่งประหยัดกว่า Skyactiv D ด้วยซ้ำ

Skyactiv Vehicle Architecture องค์ประกอบโครงสร้างตัวถังบนแพลทฟอร์มที่ได้รับการพัฒนาใหม่ เพื่อให้ได้ผลของการทรงตัวที่ดี ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ ราบเรียบและเงียบกว่าเดิม

ไม่เพียงแต่เครื่องยนต์เท่านั้น เทคโนโลยี่Skyactivยังครอบคลุมไปถึงองค์ประกอบอื่นๆโครงสร้างตัวถัง ช่วงล่าง ระบบถ่ายทอดกำลังโดยรวมคือ  Skyactiv Vehicle Architecture ล้วนได้รับการพัฒนาใหม่ ด้วยการออกแบบรถยนต์เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ เหมือนการเคลื่อนไหวของตัวคน ที่สามารถควบคุมการเคลื่อนที่ การทรงตัวได้ตามสัญชาตญาณของตัวเอง เริ่มตั้งแต่เบาะนั่งที่จะรองรับกระดูกเชิงกรานผู้ขับต่อเนื่องกระดูกสันหลังให้อยู่ในตำแหน่งที่สามารถรับรู้ถึงพลังงานการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นของรถได้ดีที่สุด โครงสร้างตัวถังเพิ่มการเชื่อมต่อจากด้านหน้าไปด้านหลังเข้าด้วยกันเพื่อสร้างโครงสร้างวงแหวนหลายทิศทางเพิ่มความแข็งแกร่งในแนวทแยง ทำให้เกิดการบิดตัวน้องลงกว่า 30 % จากเดิม และช่วงล่างถูกออกแบบเพื่อลดขนาดของแรงที่ส่งไปยังมวลเหนือสปริง ทำให้ลดแรงสะเทือน มีความราบเรียบมากขึ้น

เป็นการพัฒนา Skyactiv ไปอีกขั้นหนึ่งแบบครบวงจรทุกระบบ กลไกของรถยนต์ Mazda

มร.อิคุโอะ มาเอดะ หัวหน้าทีมออกแบบ Mazda ผู้นี้นี่เองที่นำ KODO Design มาปฏิวัติรูปทรง การออกแบบรถยนต์ Mazda จนมีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นที่ประจักษ์มาแล้ว และผลงานต้นแบบรุ่นที่สองของเขา ที่มี Mazda Vision Coupe ก็เห็นได้แล้วว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

New Elegance สุนทรียศาสตร์ของญี่ปุ่น

แนวทางการออกแบบ KODO Design ยังคงได้รับการสานต่อจากรุ่นสู่รุ่น แนวคิดที่ได้ก้าวสู่เจเนอเรชั่นที่สองพร้อมๆกับ Skyactiv X นี้ เป็นไปตามความคิด Mazda  Elegance ซึ่งมีรากฐานมาจากสุนทรียศาสตร์ของญี่ปุ่น  มร.อิคุโอะ มาเอดะ หัวหน้าทีมออกแบบMazda บอกกับเราว่า Elegance ได้อธิบายถึงความสวยงามที่มีความละเอียดอ่อน แต่ไม่ถึงกับความเต็มอิ่มถึงขั้นสมบูรณ์เพื่อที่จะส่งต่อความประทับใจต่อไป ส่วนการออกแบบสำหรับเจเนอเรชั่นหน้าจะทำให้ผู้คนรู้สึกว่ารถยนต์ของเขามีความอบอุ่น เย้ายวนใจ และมีชีวิตชีวามากขึ้นด้วยสุนทรียศาสตร์ของญี่ปุ่นที่มีความสวยงามละเอียดอ่อน  “Less is More”  การตัดทอนทุกสิ่งอย่างออกไปคงเหลือไว้เพียงองค์ประกอบที่จำเป็น มีพื้นที่ว่างล้อมรอบความเรียบง่าย ให้ความสำคัญกับแสง เงา ที่ตกกระทบพื้นผิวที่จะเกิดเป็นความสวยงามในตัวเอง  ผลงานแรกของ KODO Design  เจเนอเรชั่นที่สอง เริ่มต้นขึ้นแล้วที่ Mazda Vision Coupe เหมือนกับที่ Mazda Shinari เป็นต้นแบบของKODO Design  เจเนอเรชั่นแรก

Mazda Vision Coupe ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวออกมาในรูปแบบ Coupe มีความสง่างาม ประณีตบรรจง สืบสานความสปอร์ตจาก R360 และ Luce คูเป้ ในอดีต ส่งต่อบรรณาการมาสู่จุดเริ่มต้น KODO Design  เจเนอเรชั่นที่สอง รูปทรงที่เรียบง่ายแต่ดูมีความเคลื่อนไหวซ้อนความเป็นสปอร์ต คูเป้ 4 ประตูไว้อย่างแนบเนียน ภายใต้มิติที่กว้าง ใหญ่กว่ารถต้นแบบทุกคันที่ผ่านมา โดยสัดส่วนของรถนั้นมีการทำให้สอดคล้องกับกฎมาตรส่วนทองคำ (Golden Ratio) ของรถคูเป้ที่สมบูรณ์ที่สุด ห้องโดยสารยาวไปถึงด้านหลังของตัวถัง ไฮไลท์ที่เฉียบคมและทรงพลังบริเวณด้านข้างรถคือ การอกแบบที่แสดงถึงความภูมิฐาน เส้นสายพื้นผิวที่มีความเปลี่ยนผ่านของแสงและเงาเกิดขึ้นจนรู้สึกถึงความเคลื่อนที่เคลื่อนไหวได้อย่างมีชีวิตชีวา น่าอัศจรรย์

การออกแบบภายในนั้นเป็นการประยุกต์ให้เข้ากับขนบธรรมเนียมและสถาปัตยกรรมของญี่ปุ่นในคอนเซ็ปต์ของ “MA” ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่อย่างพิถีพิถันในการสร้างบรรยากาศ จุดประสงค์ในการใช้พื้นที่ระหว่างส่วนประกอบ   แผงหน้าปัด  อุปกรณ์ต่างๆ ขอบประตูและคอนโซลส่วนกลางนั้นได้มีการใช้ “MA” เพื่อให้เกิดการไหลเวียนของอากาศซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดความประทับใจของพื้นที่ตามทิศทางการเคลื่อนไหวของรถ ทำให้ผู้โดยสารไม่รู้สึกถึงการจำกัดของพื้นที่

ทั้งหมดมารวมที่ KAI Concept

เพื่อให้เห็นภาพการพัฒนาก้าวใหม่ของ Mazda ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น จึงมี KAI Concept รถต้นแบบแฮตช์แบค คันใหม่ที่รวบรวมเทคโนโลยี Skyactiv สำหรับเจเนอเรชั่นหน้า ควบคู่ไปกับการออกแบบ KODO Design เจเนอเรชั่นที่สองเข้าด้วยกัน “ไค” KAI มีหมายความว่า “ผู้บุกเบิก” จึงเหมาะสมกับการเริ่มต้นเจนเนอเรชั่นใหม่มาก

KAI   Concept ใช้  Skyactiv -X เครื่องยนต์ใหม่   ที่มีจุดเด่นของระบบ SPCCI (Spark Controlled Compression Ignition) เป็นเครื่องยนต์เบนซินในเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลกที่ใช้การจุดระเบิดด้วยการอัดอากาศ ผนวกรวมกับ SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE ซึ่งเป็นการใช้ร่างกายและความสามารถของมนุษย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์  เมื่อผนวกเข้ากับเครื่องยนต์  Skyactiv -X จะส่งให้รถยนต์มีการขับขี่ที่ทรงพลังในทุกๆ ด้าน มีสมรรถนะสูง ความเงียบ และสะดวกสบายขณะขับขี่

การออกแบบที่มีความเฉียบคม สวยงาม โดยการลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกและทำให้เกิดการออกแบบรถแฮตช์แบคที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรง แสดงออกถึงศิลปะที่โอบอุ้มสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น Mazda ได้ย่อและย้ำเรื่อง โคโดะ ดีไซน์ เข้าไปในตัวรถ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือการบรรยายภาพรถยนต์แฮตช์แบค ที่มีองค์ประกอบที่สมดุล

ความท้าทายใหม่ในการออกแบบรถแฮตช์แบค ครั้งนี้ คือ เรื่องของสัดส่วนที่มีการลดทอนการนำเสนอด้านความมีพลังและความสวยงาม พวกเขาจึงท้าทายตนเองด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ใหม่สำหรับบอดี้ของรถและห้องโดยสารให้เป็นชิ้นเดียวกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือการเน้นย้ำความรู้สึกด้วยลักษณะกลมเกลียวที่เน้นถึงลักษณะของแฮตช์แบคควบคู่ไปกับท่วงท่าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

การออกแบบบอดี้ได้นำพวกลักษณะของเส้นและเน้นบริเวณด้านหน้า พร้อมเปลี่ยนเรื่องเงาสะท้อนโดยสร้างความมีชีวิตชีวาและการแสดงอารมณ์เพิ่มเข้าไป ในขณะที่ยังคงรูปแบบของความเรียบง่าย การออกแบบลักษณะนี้ได้แสดงถึงความสวยงามที่ดึงดูดให้ผู้คนหันมาเหลียวมอง ตามแนวทาง “less is more” โดยตั้งใจที่จะนำสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปและสร้างความสมบูรณ์ขึ้นมาทดแทนที่ว่างเปล่า ความชัดเจนและแฝงไปด้วยรายละเอียดซึ่งถูกประดิษฐ์ขึ้นมาด้วยทีมออกแบบที่ได้ควบคุมการเปลี่ยนผ่านของแสงและเงาอย่างมีชีวิตชีวา

บริเวณด้านหน้ามีการพัฒนาความลึกที่เป็นสามมิติ บ่งบอกความเป็น KODO Design ผ่าน แผงกรอบกระจังหน้าซิกเนเจอร์ ความมันเงาที่มีมิติความลึกจากเมทัลลิคสีเข้ม ตอกย้ำความเป็นผู้ใหญ่ และลุคสปอร์ตแบบธรรมชาติที่เหมาะสมกับรถแฮตช์แบคอย่างลงตัว

การตกแต่งภายในได้สร้างขึ้นจากความสัมพันธ์กันระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ด้วยความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติและอ่อนโยนที่ทำให้ผู้โดยสารไม่รู้สึกถึงการถูกจำกัดในพื้นที่ การทำให้เป็นรูปร่างจาก “less is more” ซึ่งเป็นอุดมคติจากประสบการณ์การขับขี่แบบ จินบะ-อิไต

อุปกรณ์ส่วนอื่น เช่น ส่วนของแผงหน้าปัด  ขอบประตูและคอนโซลส่วนกลาง ได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่ว่างระหว่างกัน สิ่งเหล่านี้ให้ความรู้สึกในการจัดวางเป็นทิศทางที่เป็นเส้นตรงและความเร็วที่วิ่งผ่านในห้องโดยสาร ทุกด้านมุมของส่วนที่นั่งคนขับมีความสมมาตรอย่างลงตัว โดยวางหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่และช่องระบายอากาศไว้หน้าผู้ขับขี่

เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถรับรู้สถานการณ์อยู่เสมอว่าการที่มนุษย์เป็นศูนย์กลาง ผ่านห้องโดยสารด้านคนขับและความรู้สึกสะดวกสบายในการเชื่อมต่อการสื่อสารภายในรถยนต์ เพื่อที่จะคงรูปแบบนี้ไว้ได้มีการเพิ่มสีแดงสดที่ขอบประตูและพื้นที่คอนโซลด้านข้างคนขับ เพื่อแสดงถึงความเป็นธรรมชาติที่มีความเข้ากันได้ดีกับรถยนต์สไตล์แฮตช์แบค รวมไปถึงความสนุกสนานเพลิดเพลินที่มีความกระฉับกระเฉงและไม่หยุดนิ่งตามแบบฉบับของ Mazda KAI CONCEPT

ความคิดเห็น

ปฐมบทของเทคโนโลยี่ Skyactiv ก้าวใหม่ และ KODO Design เจเนอเรชั่นที่สอง เริ่มต้นแล้วและเริ่มต้นได้อย่างน่าสนใจทั้งเทคโนโลยี่ใหม่ที่ท้าทายบรรดารถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างแรง ด้วยความเป็นเครื่องยนต์สันดาปภายในเทคโนโลยี่ใหม่มีทั้งสมรรถนะ ประหยัดและลดมลพิษย่างแรงไปพร้อมกัน อีกทั้งการออกแบบที่สวยแล้วสวยเล่านั้นเชื่อได้ว่า เมื่อลงสู่รถยนต์โปรดักชั่นคาร์ต่อไปเมื่อไรจะต้องได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างดีแน่นอน ซึ่งคาดเดาได้ไม่ยากนักจาก KAI Concept รถต้นแบบแฮทช์แบคที่เปิดตัวมาแล้วและจะส่งต่อไปถึง Mazda3 ได้อย่างชัดเจนอย่างช้าต้นปี 2018   เตรียมรอได้เลยครับ

บทความโดย ภูวนาถ เผ่าจินดา

 

Please follow and like us: