“MAZDA SKYACTIV ASEAN CARAVAN” #2 เรื่องโดย วินิจจัย ชลานุเคราะห์

ผมได้รับการติดต่อเชิญให้เข้าร่วม ทริปครั้งประวัติศาสตร์ ครั้งหนึ่งของไทยจากทาง MAZDA  ทริปนี้ชื่อว่า MAZDA SKYACTIV ASEAN CARAVAN ที่ใช้เส้นทางเป็นวงแหวนจาก กรุงเทพ  สู่เวียงจันทร์ ในลาว ขึ้นไปฮานอน ของเวียดนามทางเหนือ เลาะชายฝั่งตะวันออกติดมหาสมุทรแปซิฟิก ลงมาทางใต้ เข้าสู่โอจิมินห์ (ตามเสียงชาวเวียด “โฮจิมิงห์”) ตัดเข้ากำพูชา สู่พนมเปญ สีหนุวิลล์ วนกลับเข้าด่านบ้านหาดเล็ก จ.ตราด ย้อนขึ้นมากรุงเทพ ระยะทางรวมราว 4000 กม. ซึ่งในครั้งนี้มีสื่อมวลชนจากทาง มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนิเชีย และฟิลิปปินส์ เข้ารวมด้วย ในช่วงแรก กรุงเทพ สู่ฮานอย

ผมรับช่วงวิ่งจาก ฮานอน เมืองหลวงของเวียดนาม สู่โฮจิมินห์ ซึ่งน่าจะดูชิวๆ สบายๆ 1,740 กม. ใน 4 วัน จิ๊บๆ 400 กม. นิดๆ ต่อ วัน ไม่ระคายเคืองสื่อสายยานยนต์ของไทย แต่เอาเข้าจริง โอ๊ะโอ๊ย กลายเป็นระยะทางรวม 1,940 กม. ไปได้ บางวัน 400 บางวัน 500 ปลาย วันสุดท้ายล่อเข้าไป 600 ต้นๆ  นอนคางเหลืองกันแทบทุกวัน งานนี้ผมทั้งข่มขืน ทั้งปู้ยี่ปู้ยำ เจ้า MAZDA SKYACTIV แบบไม่ยั้งเลย เพื่อให้ทันต่อเวลาอาหารค่ำของทุกวัน 1 ทุ่ม ครึ่ง

ความมหาโหดของกองทัพมอไซค์ในเวียดนามพอได้รับทราบมาบ้างแล้ว และได้สัมผัสด้วยตา เมื่อก้าวออกจากสนามบินฮานอยนั้น ขนาดเวลาหลังเข้างานไปจนหมดแล้ว ฝูงรถเครื่องก็ยังเกลื่อนถนนอยู่ดี ฮานอยยังขนาดนี้ แล้วที่โฮจิมินห์จะขนาดไหน ระบบการขับเป็นแบบพวงมาลัยซ้าย ชิดขวา แต่เจ้า MAZDA SKYACTIV ทั้ง Mazda 2 Mazda 3 CX3 และ CX5 ที่ไปพวงมาลัยขวาล้วนๆ “เมืองที่แสนจะหนาแน่ แต่ไม่ยักกะติด มันใหลไปเลยๆ บีบแตรเอาไว้” ชาวเวียดสอนไว้

เช้าวันแรกเข้าสู่สายธารแห่งมอไซค์ จากฮานอย ไปเมื่อ ดองฮอย ระยะทางตามสคลิป 495 กม. แวะรับประทานอาหารกลางวันที่ เมืองวินห์ ทั้งๆที่ชุด A เข้าวิ่งจาก เมืองวินห์ มาถึง ฮานอย เกือบ 1 ทุ่น แล้วให้เราขับจาก ฮานอนไปวินห์เพื่อกินอาหารเที่ยง โอ๊ะแม่เจ้า แบบนี้ก็ต้องซัดกันหน่อย

พอเราเริ่มทำความเร็ว มีเสียงวิทยุเตือนจากหัวแถวทันที ที่เวียดนาม นอกเมืองห้ามเกิน 100 กม./ชม. ในเมือง 60 กม./ชม. ทุกคนรับผิดชอบค่าปรับเอง คือ 10,000 บาท และจับจริง ปรับจริง เทศกาลฉกฉวยโอกาสก็เริ่มขึ้น สังเกตกล้องจับความเร็ว สังเกตป้อมตำรวจ ถ้าไม่มีก็กดทำเวลาเอา

ออกเดินทาง 8:00 น. กินข้างกลางวัน บ่าย 2 ถึงด็องฮอยตอน 1 ทุ่ม ระยะทางรวม 510 กม. ก็ถือว่าทำเวลาดี กับการแวะชักภาพกับแซนดูนส์ (Sand Dunes) ที่มีประปรายจากเมืองวินห์ ถึงดองฮอย ถนนทั้งหมดกว่า 80% เป็น 2 สวนกัน มี 4 เลนบ้าง แต่ก็ทำความเร็วไม่ได้…เพราะตำรวจเพียบ

 

วันที่ 2 มุ่งลงใต้ ผ่านเส้นขนาดที่ 17 อดีตเส้นแบ่งระหว่างเวียดนามเหนือ และเวียดนามใต้ ที่แม่นำเบนฮาย แวะชมอุโมงค์วินห์ม็อก อุโมงค์ที่ชาวเวียดนามเหนือใช้ต่อสู้กับกองทัพสหรัฐ

วันนี้ชิวๆครับ การขึ้นแซงทั้งขบวน ที่ความเร็ว 100 ทำได้ไม่ยาก เพราะรถที่นั้นขับกันอยู่ 80 เวลานอกเมือง แต่ในเมือง ที่ต้องขับกัน 60 ต้องยอมตามๆเขาไป ไปถึงเมืองดานัง เมืองชายทะเลต่างอากาศ ที่มีชื่อของเวียดนาม ขับลัดเลาะชายหาดที่ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก ไปมากกว่า 30 กม. แล้วเข้าสู่จุดหมายเมืองฮอยอัน เมื่อที่มีประวัติ์ศาสตร์อันเก่าแก่ ของอาณาจักรจามปา เมื่อกว่า 1000 ปี มาแล้ว

วันที่ 3 และ วันที่ 4 ถือว่าหนักหนาสาหัสจริงๆ เข้าสูงเวียดนามทางตอนใต้ เข้าไปมากขึ้นทั้งรถเก๋งและรถบรรทุกก็แยะขึ้น รถมอเตอร์ไซด์ขับขี่ตามแบบฉบับเวียดนามมากขึ้น และเส้นทางเริ่มมีทางขึ้นเขา ลงเขา แบบคดเคี้ยว การแซงขบวนรถบรรทุก จึงต้องใช้กำลังเครื่องยนต์อย่างที่สุด มีม้าเท่าไหร่ มีแรงบิดเท่าไหร่ เรียกออกมาใช้กันเต็มที่

แม้ในบางเส้นทาง จะมีการเจาะเป็นอุโมงทะลุเขาแล้ว แต่โดยมาก ก็ยังต้องขึ้นเขาลงเขา ไอ้ที่แย่คือ เส้นทางเหล่านี้ 2 เลนสวนกัน เสียส่วนใหญ่ เครื่องยนต์ SKYACTIV G เจ้า GDi ที่เป็นเบนซินทั้งหมด ไม่ว่าจะ 1.3 ลิตร 2.0 ลิตร มันสำแดงพลัง ออกมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ระบบเกียร์ออโต้ SKYACTIV DRIVE ตอบสนองได้ทุกโหมดการทำงาน โดยเฉพาะโหมด Sport ที่ทำให้การขึ้นเขาลงเขา ทำได้อย่างยอดเยี่ยม และปลอดภัย  จากฮอยอัน สู่ ตุยฮัว และจาก ตุยฮัย สู่ โฮจิมิงห์ เป็นช่วงของความหฤโหดที่สุดในคาราวานครั้งนี้

วันที่ 4 นี่เอง เมื่อเราย่างเข้าเขตโฮจิมินห์ ซิตี้ พี่ไกด์ชาวเวียดของเราก็บอกว่า วันอาทิตย์ตอน 6 โมง ถึง 1 ทุ่มครึ่ง คือวันที่รถออกมามากที่สุดของสัปดาห์ แล้วเราก็ได้เจอกับอัครมหาสายธารมอเตอร์ไซค์ บอกไม่ถูกจริงๆ มันเยอะมากๆ ในขณะนั้นคติการขับรถแบบชาวเวียด ก็เกิดขึ้นทันที บีบแตรให้มากๆเขาไว้ แต่ก็แปลกที่ผมขับรถมา 4 วัน ไม่เห็นอุบัติเหตุสักราย จะบีบแตรสะท้านโลกอย่างไร เขาก็ไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด 4 วัน 1,940 กม. มันโคตรมหาสนุกแห่งการขับรถจริงๆ เหนื่อย แต่ชอบ ผมว่าผมบ้าขับรถแน่ๆ

วันสุดท้ายผมได้ขับเจ้า Mazda CX5 ลงมาจากตุยฮัว สู่โฮจิมินห์ และผมทำหน้าที่เป็นสวิปเปอร์ ท้ายขบวน คอยดันหลัง เวลาใครขับช้า และบางที่ก็ขึ้นไปกลางขบวน เรียกว่าทุกวัน รถที่ผมใช้เจออะไรที่หนักหนาสาหัสตลอด CX 5 มันสมที่จะเป็นรถสวิปเปอร์มากๆ แม้ขนาดดูน่าจะอุ้ยอ้าย แต่จริงแล้วมันกลับไม่ใช้เลย

เครื่องยนต์ SKYACTIV G ขนาด 2.0 ลิตร แรงม้า 155 ตัว แรงบิด 210 Nm. มันไม่น่าจะ Shoot ตัวรถอย่าง CX5 ให้กระโจนไปข้างหน้าได้อย่างใจ ซึ่งแน่นอนมันมีผลมาจากเจ้าระบบเกียร์ ออโต้ 6 สปีด SKYACTIVE DRIVE ระบบจะเลือกอัตราทดที่สัมพันธ์กับกำลังสูงสุดเมื่ออยู่ในโหมด Sport และจะหาอัตราทดให้เหมาะสมเพื่อความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในโหมดปกติ

วัฏการทำงานจาก OTTO Cycle เป็นกลวัฏ Atkinson Cycle ได้ด้วย ทำให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ในช่วงนี้เท่ากับเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตรเท่านั้น และเมื่อผสมผสาน กับการจ่ายเชื้อเพลิงแบบ GDI ในช่วง  Ultra lean born การขับทางใกล้ๆ แบบความเร็วคงที่ ลอยตัวๆ อัตราสิ้นเปลืองจะอยู่ที่ 14 – 14.5 กม./ลิตร เป็นเรื่องธรรมดาๆ

ตอนที่ขึ้นและลงเขา ใช้รอบเครื่องระหว่าง 4,000 – 6,000 รอบ/นาที ตลอดเวลา อัตราสิ้นเปลืองระดับ 8.5 – 9 กม./ลิตร ผมถือว่าดีมากแล้ว ส่วนเรื่องระบบรองรับ และกันสะเทือนไม่ต้องไปห่วงอะไร Mazda CX5 ตัว Minor Change นี้ ทำได้ดีกว่าตัวแรกมาก เรียกว่าให้สัดส่วนของความหนึบ กับความนุ่มนวลมาพอดี

นี่เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งของผม ที่คงต้องเก็บใว้ในความทรงจำ ในการขับรถจากฮานอย สู่โฮจิมินห์ เพราะแม้แต่คนเวียดนามเองมีน้อยมาที่จะทำ จะมีก็แต่พวกขับรถบรรทุกที่ขับแบบนี้ ขอขอบคุณ MAZDA ประเทศไทย ที่ชวนผมไปในทริปนี้ด้วย ขอโทษที่ข่มขืน ปู้ยี่ปู้ยำ  MAZDA SKYACTIV ถ้าทนมือทนเท้าผมได้ ก็ผ่านแล้วหละครับ

Please follow and like us: