Mercedes-AMG GT S
สวย ดุ ดิบ

ด้วยความสวยโฉบเฉี่ยวกับรูปลักษณ์ที่สะกดใจ ดุดันด้วยเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง เร้าใจด้วยเสียงกระหึ่มในทุกช่วงเวลา แข็งแกร่งด้วยช่วงล่างที่หนึบแน่น นี่คือคุณสมบัติของสปอร์ตแบรนด์หรูที่อยากให้คุณรู้จัก จริงเท็จประการใด ขอเชิญทุกท่านไปสัมผัสราชันเจ้าเสน่ห์ Mercedes-AMG GT S ด้วยกัน

14.9 ตัวเลขนี้อาจธรรมดาไปสำหรับคนกระเป๋าหนัก เพราะนี่คือราคาเริ่มต้นของ Mercedes AMG GT S และไม่ใช่คันสีเหลืองที่ปรากฏตรงหน้าท่านผู้อ่านด้วยนะครับ เพราะนี่เป็นสีพิเศษเฉพาะคนพิเศษ รวมถึงล้ออัลลอยลายสวยดุวงนี้อีกด้วย ซึ่งทำให้มูลค่ารถสปอร์ตสีเหลีองตราดาวสามแฉก โดดขึ้นเป็น 17 ล้านบาทเลยทีเดียว ส่งผลให้คุณเป็นดาวจรัสแสงบนถนนเมืองไทยทันที

ด้วยความเจิดจรัสของสีเหลืองและรูปลักษณ์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยว ด้านหน้ายาวเหยียดเหมือนเรือหางยาว มัดกล้ามที่แข็งแกร่งและเหลี่ยมสันของความเป็นชายงาม เบ่งบานบนฝากระโปรงหน้าอย่างชัดเจน กระจังหน้ารูปแบบเดียวกับโมเดลอื่น ไฟหน้าขนาดใหญ่ชัดเจนพร้อมไฟ daylight ที่สวยงามและใช้ประโยชน์ได้ เมื่อมองด้านข้างจะเห็นคอกพิทเล็กๆ ช่องระบายอากาศพร้อมอักษรความแรง V8 Bi-Turbo เสา C ที่ลาดเอียงยาวไปถึงด้านท้าย จึงได้เห็นบั้นท้ายสั้นๆกะทัดรัดเพียง 1 ใน 3 ของด้านหน้า ไฟท้ายเรียวยาวขนานไปกับกันชนหลัง โดยรวมต้องบอกว่าทุกอย่างลงตัวในความเป็นสปอร์ตพันธ์แท้

ห้องโดยสารเรียบง่ายแต่แฝงความหรูไว้เล็ก ด้วยวัสดุที่สายตาจับจ้องและสัมผัสได้ ทำให้เห็นแสงแวววาวจากอลูมิเนียมในส่วนต่างๆมากเป็นพิเศษ เบาะนั่งแบบเข้ารูปกระชับตัวหุ้มด้วยหนังแบบ Nappa ไม่มีความนุ่มให้รู้สึกแต่ได้อารมณ์สปอร์ตเต็มๆ คอนโซลหน้าเรียบง่ายมีเพียงอุปกรณ์จำเป็นเท่านั้น เพียงแต่จัดให้อย่างพิเศษกับระบบเครื่องเสียงรอบทิศทางจาก Burmester และจอภาพ คอนโซลกลางเป็นเหมือนกำแพงกั้นฝั่งซ้าย-ขวา พร้อมอาวุธติดตั้งอย่างพร้อมสรรพ ทั้งการเปลี่ยนบุคลิกใหม่ให้เร้าใจขึ้นในโหมดสปอร์ต ซึ่งสอดคล้องกับปุ่มปรับโช๊คอัพตามสมรรถนะการขับขี่ ระบบ Start/Stop และอื่นๆ คันเกียร์ขนาดเล็กถูกติดตั้งไว้ที่ปลายทาง รวมถึงปุ่ม P เพื่อการจอดรถ ซึ่งอยู่ต่อจากระบบควบคุมและสั่งงานด้วย touchpad เรียกว่าครบที่จะใช้งาน

Mercedes-AMG GT S ใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร 510 แรงม้ากับแรบิด 650 นิวตันเมตรที่ 1,750-4,750 รอบต่อนาที พอเพียงหรือเพียงพอกับน้ำหนักตัว 1,645 กก.ระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ไม่ต้องรอให้รำคาญไปลองของกันดีกว่า ทันทีที่กดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ สุ้มเสียงกระหึ่มเหมือนต้องการแสดงศักยภาพ ดึงคันเกียร์เล็กๆจุ๋มจิ๋มลง สัญญาณไฟลงไปที่อักษร D แสดงว่าทุกอย่างพร้อมจะโลดแล่น รอเพียงเท้ากดคันเร่งเท่านั้น พร้อมกันหรือยังครับ

ทันทีที่ปล่อยเท้าออกจากเบรกและกระแทกคันเร่ง ตัวรถกระโจนเหมือนม้าศึกที่พร้อมออกลุย กดคันเร่งต่อเนื่องตัวพุ่งทะยานหนีรถคันหลังแบบไม่เห็นเงา จึงเป็นที่มาของความเร็วจาก 0-100 กม./ชมภายในเวลาเพียง 3.8 วินาที สุ้มเสียงจากเครื่องยนต์กึกก้องทะลวงโสตประสาทได้อย่างเร้าใจ กระตุ้นต่อมอะดรีนาลีนให้ร้อนแรงยิ่งขึ้น เมื่อเห็นตัวเลขความเร็วทะลุหลัก 150 กม./ชม.แบบไม่รู้สึกตัว นี่แค่เพียงบทเริ่มต้นเท่านั้นเอง เราสานต่อกันอย่างไม่ลดทอนด้วยการเรียกอัตราเร่งมาใช้งาน ขุมพลังตอบสนองอย่างรวดเร็วและกระชับ แต่มีความดุดันให้ได้อารมณ์ตลอดการเร่งแซง จะได้ยินเสียงคำรามจากเครื่องยนต์ พร้อมพละกำลังที่ออกมาอย่างใหญ่โตในทุกๆรอบ แต่ให้ความสงบในจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ มีกระตุกเล็กๆให้ได้อารมณ์สปอร์ตกันบ้าง

พละกำลังของเครื่องยนต์เหลือเฟือที่จะสร้างอารมณ์สปอร์ต อัตราเร่งแซงหายห่วงและเริ่มต้นอย่างรวดเร็วด้วย เพียงคุณกดคันเร่งระหว่าง 1,700-2,000 รอบต่อนาที เจ้า GT S จะทำหน้าที่รถสปอร์ตเต็มขั้น โดยไม่ต้องกังวลหรือวิตกว่าจะไม่ผ่านรถคันหน้าแต่ประการใด ขอเพียงมีระยะทางสั้นๆเท่านั้นเป็นพอ เพราะด้วยกำลังของเครื่องยนต์ 510 แรงม้ากับแรงบิด 650 นิวตันเมตร เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับการเร่งแซงรถทุกคันที่ขวางทางด้านหน้า

ไม่เพียงเท่านั้น GT S ยังมีความหนึบแน่นในการเกาะถนน และออกจะแข็งเอาเรื่องเสียด้วยซ้ำ เพราะคุณจะไม่รู้จักคำว่านุ่มนวลเมื่ออยู่ในรถคันนี้ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดีในการขับขี่แบบโฉบเฉี่ยว ในความเร็วสูงให้ความรู้สึกที่เรียบและเงียบ เหมือนล้อถูกดด้วยแม่เหล็กขนาดใหญ่กับถนน เหมือนกับเมื่อต้องเข้าโค้งทุกอย่างเอาอยู่ และให้ความนิ่งเหมือนรถจอดนิ่งขนานไปโค้ง ลงตัวในการควบคุมของพวงมาลัย ที่สั่งการได้อย่างแม่นยำในการใช้งาน ระบบเบรกทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไว้ใจได้อย่างปลอดภัย

ไม่มีอะไรมากมายสำหรับ GT S สปอร์ตพันธ์ดุคันใหม่ของดาวสามแฉก นอกจากความหลงใหลและความทรงจำที่ประทับใจ เมื่อได้โลดแล่นอย่างเร้าใจเต็มอารมณ์สปอร์ตในรถคันนี้

Please follow and like us: