MG HS เปิดตัวด้วยราคาสนั่นวงการ รุ่นเริ่มต้นเพียง 919,000 บาท

MG HS เอสยูวี C Segment รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมความทันสมัยและอัดแน่นด้วยตัวช่วยความปลอดภัยถึง 25 ระบบ เปิดตัวสนั่นวงการในราคาสุดว๊าว รุ่นเริ่มต้น (c)มากับค่าตัว 919,000 บาท รุ่นกลาง (D) ราคา 1,019,000 บาท และรุ่นท๊อพ (X) ราคา 1,119,000 บาท พร้อมอัดแคมเปญ 1,000 คันแรก รับส่วนลดเพิ่ม 34,000 บาท

MG HS (01)

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดตัวยนตรกรรมหรูในกลุ่มเอสยูวีรุ่นล่าสุดภายใต้ชื่อ MG HS ซึ่งถือเป็นสปอร์ตี้พรีเมี่ยมเอสยูวีที่ใหญ่กว่าเดิมที่เคยมีพร้อมฟีเจอร์อัดแน่นเต็มๆคัน

MG HS (02)

ลุยหนักอย่างต่อเนื่องหลังจากแนะนำยนตรกรรมถึง 3 รุ่นเข้าสู่ตลาดเมืองไทยเริ่มที่ MG V80 ในรูปแบบของรถตู้อเนกประสงค์ ตามด้วย MG ZS EV รถไฟฟ้าในรูปแบบของเอสยูวีในกลุ่ม B Segment รวมถึง MG EXTENDER ในรูปแบบของรถกระบะ และล่าสุดกับ MG HS ซึ่งรถยนต์ทั้ง 4 รุ่นถือเป็นการเปิดตัวแบบเขย่าวงการรถยนต์เมืองไทยด้วยราคาจำหน่ายที่ถูกสุดๆ

MG HS (03)

สำหรับ MG HS มากับจุดขายหลัก ในด้านการเน้นเรื่องดีไซน์ที่เหนือระดับ พร้อมพลังขับเคลื่อนที่ตอบโจทย์ทุกรูปแบบ และตอบสนองการใช้งานของคนรุ่นใหม่ด้วยฟีเจอร์ที่อัดแน่น โดยมากับมิติตัวรถที่มีขนาดใหญ่ในสัดส่วนความยาว 4,574 มม. กว้าง 1,876 มม. และ สูง 1,664 มม. ในขณะที่มีระยะช่วงล้อยาวถึง 2,720 มม.ส่งผลให้ห้องโดยสารมีขนาดใหญ่โตและกว้างขวาง

MG HS (04)

MG HS (05)

รูปลักษณ์ภายนอกโฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสายที่โค้งมน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์หรูซึ่งดูคล้าย ZS แต่จะใหญ่กว่า ไฟหน้าเน้นการใช้งานจากแอลอีดีโปรเจคเตอร์ ที่มีไฟเลี้ยววิ่งแบบรถยุโรปและเดย์ไทม์ในโคมเดียวกัน ซึ่งในรุ่นท๊อพ (X) มากับระบบเปิด-ปิด ไฟสูงอัตโนมัติ Intelligent High-Beam Control และล้อแมกเป็นขนาด 18 นิ้วแบบเดียวกับรุ่นกลาง (D) ส่วนรุ่นเริ่มต้น (C) จะเป็นขนาด 17 นิ้ว

MG HS (06)

MG HS (07)

ในส่วนของไฟท้ายยังคงใช้แอลอีดีสีแดงสด พร้อมติดตั้งฝาท้ายแบบ Electric Tell Gauge เปิดได้ง่ายด้วยสวิตช์ควบคุมที่กุญแจ พร้อมติดตั้งท่อไอเสียคู่ ที่มุมกันชนหลังทั้งฝั่งซ้ายและขวา

MG HS (08)

MG HS (09)

หลังคาพาโนรามิคซันรูฟขนาดใหญ่ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานยกเว้นรุ่นเริ่มต้น (C)

MG HS (10)

MG HS (11)

ห้องโดยสารแต่งด้วยสีแดงสดทั้งคอนโซลและแผงข้างรวมถึงเบาะนั่งที่ออกแบบมาในสไตล์บักเก็ทซีทหุ้มหนังเดินด้ายสีแดงและตกแต่งด้วยหนัง Alcantara แบบเดียวกับรถหรูจากฝั่งยุโรป

MG HS (13)

ในรุ่นกลาง (D) และรุ่นท๊อพ (X) เติมเต็มความโดดเด่นด้วยไฟ Amblient Light ซึ่งปรับเปลี่ยนได้ถึง 64 เฉดสีและยังปรับตามโหมดการขับขี่ ทั้ง Eco Normal และ Super Sport mode และ โดยเน้นการใช้หลอดไฟแอลอีดีเป็นตัวให้แสงสว่างในหลายส่วนทั้งคอนโซลกลาง และแผงข้าง

MG HS (12)

ทั้งนี้บริเวณมาตรวัดมีจอแสดงผล Interactive Multi-Function Display ขนาด 7 นิ้วที่แสดงผลของระบบเอนเตอร์เทนเมนท์ซิสเต็ม และการทำงานของระบบ Advance Driver System ในรูปแบบของภาพกราฟฟิกสีสดใส

MG HS (14)

พวงมาลัยเป็นแบบท้ายตัดติดตั้งระบบมัลติฟังค์ชั่นใช้สั่งการระบบต่างๆ และในรุ่นท๊อพ (X) จะมีปุ่มควบคุมโหมด Super Sport สีแดงสดแยกออกมาอย่างโดดเด่น

MG HS (15)

MG HS (16)

จอกลาง 10 นิ้วติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นซึ่งใช้ในการแสดงผลระบบบันเทิง ส่วนเทคโนโลยี i-Smart ทั้ง Smart Command หรือการสั่งงานด้วยเสียง Smart Check ตรวจสอบสถานะของรถผ่านสมาร์ทโฟน Smart Connect อัพเดทเรื่องราวของความบันเทิงทั้งเพลง ข่าว ร้านอาหารดัง และล่าสุดในด้านการรายงานสภาพอากาศ จะเป็นฟีเจอร์ที่ติดตั้งมาในรุ่นกลาง (D) และรุ่นท๊อพ (X) เท่านั้น

MG HS (17)

และในรุ่นท๊อพ (X) จะมาพร้อมกับฟีเจอร์กล้อง Around View Camera เลือกมุมมองของภาพได้รอบคันซึ่งถือเป็นนวัตกรรมล่าสุด ซึ่งสามารถเลือกเปิดการใช้งานจากสวิตช์บริเวณคอนโซลเกียร์ รวมถึงยังมีสวิตช์ควบคุมโหมดการขับขี่ เบรคมือไฟฟ้า ฝาท้าย ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรคค้าง Auto Vehicle Hold และ Hill Desent Control

MG HS (18)

MG HS (20)

เครื่องยนต์ที่ได้รับการติดตั้งมากับรถรุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาดความจุ 1,490 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 162 แรงม้าที่ 5,600 รอบ พร้อมแรงบิด 250 นิวตันเมตรที่ 1,700-4,400 รอบ ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม.ได้ในเวลาต่ำกว่า 10 วินาที และรองรับเชื้อเพลิงได้ถึง E85 ซึ่งทางบริษัทผู้ผลิตเคลมอัตราสิ้นเปลืองไว้ถึง 16.1 กม./ลิตร

MG HS (19)

ระบบเกียร์เป็นแบบ Twin Clutch Sportronic 7 Speed ซึ่งมีบวก/ลบ ที่คันเกียร์และในรุ่นท๊อพ (X) จะเพิ่มเติมระบบแพดเดิลชิฟท์ที่พวงมาลัย

MG HS (21)

ระบบช่วงล่างตามแบบฉบับของ Euro Tuning Suspension ซึ่งเป็นแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ ด้านหน้าใช้เป็นแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์พร้อมเหล็กกันโคลง นอกจากนี้ระบบเบรกจะเป็นแบบดิสเบรกทั้ง 4 ล้อด้วยเช่นกัน

MG HS ยังคงจัดเต็มและอัดแน่นไปด้วยความปลอดภัย ทั้งระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) ที่แข็งแกร่งพร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยเหนือระดับตามมาตรฐานยุโรป หรือ Advanced Synchronized Protection System มากถึง 25 ระบบ ประกอบด้วยระบบ Synchronized Protection System ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุที่ช่วยทั้งเรื่องระบบเบรกและช่วยรักษาเสถียรภาพในการขับขี่ 14 ระบบ อาทิ ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control) ระบบลดความเสี่ยงที่จะทำให้รถพลิกคว่ำ ARP (Anti Rolling Program) ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System) และมีอีก 4 ระบบที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา ประกอบด้วย

-ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)

-ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)

-ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)

-ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) มากถึง 7 ระบบประกอบด้วย

-ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)

-ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)

-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)

-ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)

-ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)

-ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)

-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)

MG HS (23)

นอกจากนี้ ยังเสริมความปลอดภัยให้อีกขั้นด้วยถุงลมนิรภัย 6 จุดติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถทุกรุ่น

MG HS (24)

MG HS มีให้เลือกถึง 4 สี ได้แก่ แดง Scarlet Red

MG HS (25)

ขาว Arctic White

MG HS (26)

ดำ Black Knight

MG HS (27)

บรอนซ์ Silver Metallic

MG HS (28)

MG HS เปิดราคาจำหน่ายได้อย่างสุดว๊าวด้วยรุ่นเริ่มต้น (C) ในราคา 919,000 บาท รุ่นกลาง (D) ราคา 1,019,000 บาท และรุ่นท๊อพ (X) 1,119,000 บาท ซึ่งแคมเปญช่วงเปิดตัวสำหรับ 1000 คันแรกสำหรับลูกค้าที่จองรถทุกรุ่นรับส่วนลดพิเศษ 34,000 บาท และพร้อมขึ้นโขว์ตัวทุกโชว์รูมในวันเสาร์ที่ 28 กันยายนนี้

MG HS (30)

Please follow and like us: