Mitsubishi Triton Single Cab 4X4
ขวัญใจชาวไร่…ตัวจริง

การแบ่งเค้กก้อนโตจากสังเวียนของรถเพื่อการพาณิชย์ถือว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายเลยสักนิด หากไม่มีทิศทางที่ชัดเจน หรือ หาจุดอ่อนเพื่อปรับให้เป็นจุดแข็ง ทางออกนั่นคือการเพิ่มตัวเลือกเพื่อช่องทางสำหรับขึ้นนำบนบัลลังก์แชมป์ ซึ่งแน่นอนว่าต้องตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทุกคำตอบแบบไร้ข้อกังขา

ใช่ว่าทุกค่ายรถยนต์ที่ผลิตรถในเซ็กเมนต์นี้จะไม่ให้ความสำคัญกับรถพิคอัพแบบหัวเดียวที่ใช้ในเชิงพาณิชย์หรือการบรรทุกสัมภาระ กลเม็ดเด็ดๆ อย่างเช่น ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อไว้ใช้งานสมบุกสมบันในพื้นที่ทุรกันดาน ถูกลืมจนเลือนหายไปจากตลาด ประเด็นนี้จึงทำให้ Mitsubishi Triton Mega Cab 4X4 ได้ถือกำเนิดอย่างเป็นทางการแบบไร้คู่แข่ง

Triton Mega Cab 4X4 รถพิคอัพตอนเดียวโดดเด่นด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกแตกต่างไปจากเดิมโดยเฉพาะกระจังหน้าสีดำ และไฟเลี้ยวสีส้ม มีกันกระแทกด้านล่างช่วยป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับเครื่องยนต์ในการใช้งานบนพื้นที่ทุรกันดาร เอาใจกลุ่มผู้บริโภคด้วยกระบะท้ายขนาดใหญ่ในมิติความยาว 2,265 มม., กว้าง 1,470 มม., สูง 475 มม. มีขอเกี่ยวด้านนอกรอบกระบะ ดีไซน์เฉพาะทางเพื่อการบรรทุกสัมภาระหรือผูกยึดสินค้าให้ปลอดภัย

ถึงแม้ว่าจะเป็นตัวถังแบบปิกอัพตอนเดียว แต่ก็ไม่ละเลยเรื่องของอุปกรณ์ความสะดวก Triton Mega Cab 4X4 มีระบบเซ็นทรัลล็อกและกระจกไฟฟ้า รวมถึงมือจับบริเวณเสา A- Pillar ช่วยให้เข้า/ออกสะดวกสบายพร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้าแบบ SRS เพื่อความปลอดภัย ทั้งยังติดตั้งระบบปรับอากาศและเครื่องเล่นวิทยุ, CD, MP3  พร้อมช่อง USB  เพื่อความเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง

หัวใจหลักของสมรรถนะแกร่งมาจากเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผันพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์รหัส 4D56 แบบ 4 สูบ 16 วาล์วแถวเรียง ขนาด 2,477 ซี.ซี. ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 4,000 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ซ่อนอาวุธลับเป็นแบบลิมิเต็ดสลิฟไว้ในเฟืองท้าย ระบบกันสะเทือนหน้าใช้แบบอิสระปีกนก 2 ชั้นพร้อมคอยล์สปริง หลังเป็นแบบแหนบแผ่นพร้อมโช้กอัพไขว้

การทดสอบครั้งนี้มีโจทย์ยากอยู่ที่การเดินทางเข้าพื้นที่ทุรกันดารบริเวณแหล่งท่องเที่ยวเขาพะเนินทุ่ง ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน แน่นอนว่าขุมพลังตัวนี้สร้างกำลังได้ดีหลังจากได้ทดลองบนถนนหลวงลาดยางมะตอย ผ่านเส้นทางคดเคี้ยว ขึ้นเขา และโค้งยาวๆ เครื่องยนต์และระบบกันสะเทือนได้โชว์ศักยภาพอย่างเต็มที่ จนต้องทึ่งไปกับความแรงและเกาะหนึบ แม้ในบางช่วงการทดสอบจะต้องลุยทางชันด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สามารถใช้งานร่วมกับเกียร์เดิมได้โดยความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ก็ผ่านพ้นไปอย่างง่ายดาย แถมยังมีอาวุธลับเป็นเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิฟที่คอยตะกุยบนพื้นผิวการใช้งานแบบสมบุกสมบันได้เป็นอย่างดี

แม้ว่ารถคันนี้จะอัดแน่นไปด้วยจุดเด่นสำหรับการใช้งานเพื่อให้ผู้บริโภคคุ้มค่า แต่แน่นอนว่ายังเรื่องด้อยที่ปรากฏ อาทิ วงเลี้ยวที่กว้าง 5.9 เมตร ซึ่งไม่ถือว่าเป็นประเด็นที่ไม่สำคัญมากนักสำหรับรถประเภทนี้ และต้องบอกว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ได้แหวกกฎการใช้งานของรถปิกอัพเพื่อการพาณิชย์ได้อย่างลงตัว และจำหน่ายในราคาประหยัดเพียง 612,000 บาท

Please follow and like us: