Nissan leaf สัมผัสแรกกับภารกิจเที่ยวทั่วกรุง ระยะทางกว่า 150 กม. ในสภาพการจราจรที่หลากหลาย…จะรอดไหม???

Nissan Leaf รถพลังงานไฟฟ้า 100 % ราคา 1.99 ล้านบาท มากับจุดเด่น E-Pedal เทคโนโลยีเพื่อการประหยัด ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า e-powertrain ในรูปแบบของมอเตอร์อินเวอร์เตอร์ขนาดความจุ 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง(kwh) ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร เร่ง 0-100 ในเวลา 7.9 วินาที สัมผัสแรกกับภารกิจทดสอบสมรรถนะแบบเที่ยวทั่วกรุง ระยะทางกว่า 150 กม. กับสภาพจราจรที่หลากหลาย…จะผ่านพ้นไปตลอดรอดฝั่งหรือไม่

Nissan Leaf

พัฒนากว่า 70 ปี ก่อนจะต่อยอดเป็นรถยนต์พลังไฟฟ้ากระแสแรง

Nissan Leaf ที่ได้นำมาทดสอบในครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบของเจนเนอเรชั่นที่ 2 โดยมีต้นทางจากการสั่งสมประสบการณ์กว่า 70 ปี ในการสร้างรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2490 จากรถยนต์รุ่น ทามา (Tama) ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก

Nissan Leaf

จากนั้น Nissan Leaf รุ่นแรกก็ปรากฏตัวสู่สาธารณชนโลกไปในปี 2553 จวบจนพัฒนาต่อยอดสู่เจนเนอเรชั่นที่ 2 ในปี 2560 จนเป็นกระแสแรงพร้อมเสียงตอบรับในรูปแบบของยอดจำหน่ายสะสมกว่า 400,000 คัน และมีรางวัลการันตีจากทั่วโลกมากกว่า 120 รางวัล

Nissan Leaf

Nissan Leaf มอบความเรียบง่ายแต่น่าอัศจรรย์ สามารถขับได้ไกลมากยิ่งขึ้น พร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดีไซน์ที่ปราดเปรียว มั่นใจและตื่นเต้นมากขึ้นด้วยเทคโนโลยี นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility) ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายของนิสสันในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขับขี่ยานยนต์ รวมถึงการทำให้ยานยนต์เป็นพลังขับเคลื่อน และเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตของคนในสังคม” คำจำกัดความจาก บริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่มีต่อรถพลังไฟฟ้ารุ่นนี้ ลองมาดูข้อมูลของรถกันว่าจะเป็นจริงหรือไม่

Nissan Leaf

รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว เทคโนโลยี
เริ่มต้นกับข้อมูลของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคันนี้กันก่อน Nissan Leaf เจนเนอเรชั่นที่ 2 ได้แรงบันดาลใจจากรถต้นแบบ IDS Concept ที่นำเสนอเป็นครั้งแรกในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ 2015 ตามปรัชญาของการออกแบบที่ต้องการแสดงถึงเส้นสายที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความโฉบเฉี่ยวของการเล่นแสงเงา เส้นสายหลักในแนวนอน กันชน และตัวถังช่วงล่างเน้นย้ำให้เห็นถึงจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้สัมผัสได้ถึงการขับขี่ที่สนุกสนาน และคล่องตัว

Nissan Leaf
ขนาดมิติตัวถังมากับความยาว 4,480 มม. กว้าง 1,790 มม. และสูง 1,540 มม. และในส่วนของความสูงพื้นรถนั้นอยู่ที่ 150 มม. ในส่วนของกระจังหน้าแบบ V-Motion เสริมความโดดเด่นด้วยลวดลายตาข่ายสีน้ำเงินสว่างแบบสามมิติ มากับสีแบบทูโทนภายใต้ตัวถังสีขาว Brilliant White Pearl และด้านบนหลังคาสีดำ Super Black

Nissan Leaf

Nissan Leaf

Nissan Leaf

โคมไฟรูปทรงบูมเมอแรง ติดตั้งไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์แบบคู่ รองรับการทำงานทั้งไฟต่ำ และไฟสูง ซึ่งเพิ่มวิสัยทัศน์ในการมองเห็น และเพิ่มความปลอดภัยด้วยการเพิ่มระยะการส่องสว่าง ทั้งยังมีชุดไฟท้ายและสปอยเลอร์ที่โดดเด่นทำให้ผู้คนที่พบเห็นสามารถจดจำลีฟรุ่นใหม่ได้จากระยะไกล ออกแบบใต้ท้องรถ และกันชนท้ายที่มีลักษณะคล้ายดิฟฟิวเซอร์ (Diffuser) ช่วยทำให้ลดแรงต้านอากาศ และอากาศที่ยกตัวรถ ช่วยให้รถมีความมั่นคง ทำให้รถยนต์พลังไฟฟ้าคันนี้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านทานของอากาศ (drag coefficient) เพียง 0.28

Nissan Leaf

Nissan Leaf

ช่องเสียบสายชาร์จไฟบริเวณด้านหน้ารถออกแบบใหม่เพื่อให้มีความสะดวกในการใช้งาน โดยมี 2 ช่องชาร์จไฟซึ่งสามารถเสียบสายชาร์จโดยไม่ต้องก้มตัวลงมาเหมือนรุ่นก่อน รองรับการอัดประจุไฟฟ้าจากอุปกรณ์ชาร์จไฟที่มากับตัวรถและในรูปแบบของสายชาร์จ Wall Box

Nissan Leaf

ห้องโดยสารกว้างขวาง ครบครันด้วยอุปกรณ์ทันสมัย

Nissan Leaf มีห้องโดยสารกว้างขวาง ยึดหลักการออกแบบของ Nissan Gliding Wing ออกแบบให้หน้าจอและรูปแบบของไฟแสดงข้อมูลดูได้เรียบง่าย มองเห็นได้ชัดเจน บริเวณเบาะนั่ง ด้านข้างประตู ที่วางแขน และพวงมาลัยเย็บตะเข็บด้วยสีฟ้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งการใช้โทนสีน้ำเงินกับปุ่มสตาร์ต และเกียร์ที่ให้ความรู้สึกถึงเทคโนโลยีล้ำสมัย

Nissan Leaf

Nissan Leaf

Nissan Leaf

หน้าจอแสดงข้อมูลออกแบบให้มีการผสมผสานระหว่างมาตรวัดความเร็วแบบอนาล็อกกับหน้าจอแสดงผลแบบ multi-information เป็นจอสีแบบ Thin-film Transistor (TFT) ขนาด 7 นิ้ว สามารถเลือกแสดงข้อมูลตามที่ต้องการ ตรงกลางของหน้าจอมีการแสดงผลแบบ Flush-surface สะดวกต่อการเลือกระบบความบันเทิง ทั้งยังแสดงให้เห็นการทำงานของเทคโนโลยี Safety Shield ซึ่งแสดงระดับการชาร์จไฟ และพลังงานที่เหลืออยู่ รวมถึงระบบเสียง และข้อมูลระบบนำทาง

Nissan Leaf

แม้ว่า Nissan Leaf จะมีความจุพลังงานของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพิ่มขึ้น แต่ยังคงใช้แบตเตอรี่ขนาดเดิมดังนั้นห้องโดยสารจึงรองรับผู้โดยสาร 5 คนได้อย่างสบาย พื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านหลังยังสามารถเก็บกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 2 ใบ หรือกระเป๋าเดินทางขนาดกลาง หรือกระเป๋าสัมภาระได้ถึง 3 ใบ

Nissan Leaf

Nissan Intelligent Mobility ผนึก 3 เทคโนโลยีอัจฉริยะ

ในส่วนของจุดด่นจาก Nissan Intelligent Mobility ประกอบด้วย 3 เทคโนโลยีอัจฉริยะได้แก่ เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Driving) เทคโนโลยีพลังการขับเคลื่อนอัจฉริยะ (Intelligent Power) และเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Intelligent Integration)

Nissan Leaf

เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Driving)

e-Pedal  จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการออกตัว เร่งความเร็ว ชลอความเร็ว หยุดนิ่งและควบคุมตัวรถให้อยู่กับที่ด้วยการใช้แป้นคันเร่งอย่างเดียว หลังจากเปิดการใช้งาน เพียงยกเท้าออกจากคันเร่ง ตัวรถจะลดความเร็วจนหยุดนิ่ง โดยไม่จำเป็นต้องแตะแป้นเบรก ด้วยอัตราการชะลอความเร็วที่สูงถึง 0.2G

Nissan Leaf

ระบบเกียร์ไฟฟ้า Electric Shift สามารถปรับสไตล์การขับขี่ได้ในทุกสถานการณ์ แบ่งการทำงานออกได้เป็น 4 โหมดได้แก่
-D Mode ใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดทำให้ได้อัตราเร่งที่รวดเร็ว
-B Mode มีการเพิ่มพลังงานจากการเบรก ให้แรงเบรกประสิทธิภาพสูงและเพิ่มระยะทางในการวิ่ง
-D+Eco ใช้พลังงานจากมอเตอรืแต่ช่วยให้ประหยัดได้ถึง 10% ซึ่งทำให้เพิ่มระยะทาง
-B+Eco ตัดระบบที่ใช้พลังงาน และฟื้นฟูพลังงานจากการเบรกทำให้ประหยัดพลังงานได้ถึง 30%

Nissan Leaf
เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยขั้นสูงซึ่งเป็นตัวช่วยการขับขี่ยังมี เทคโนโลยีเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning: FCW) เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉิน (Forward Emergency Braking: FEB) กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor: IAVM) พร้อมเทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน (Moving Object Detection: MOD) เทคโนโลยีช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง (Active Trace Control: ATC) และเทคโนโลยีช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Alert: DAA)

Nissan Leaf

เทคโนโลยีพลังการขับเคลื่อนอัจฉริยะ (Intelligent Power)

พลังแห่งการขับเคลื่อนใน Nissan Leaf คือระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (e-powertrain) ส่งกำลังที่ 110 กิโลวัตต์ (150 แรงม้า) สูงกว่ารุ่นก่อนถึง 38 % มากับแรงบิด 320 นิวตันเมตร เพิ่มขึ้นจากเดิม 26 % อัตราเร่งจาก 0-100 กม/ชม ใช้เวลา 7.9 วินาที

Nissan Leaf

ชุดแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนแบบใหม่ขนาด 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) จะช่วยทำให้เมื่อชาร์จไฟเต็ม 100 % สามารถขับขี่ได้ระยะทางที่มากขึ้น ตามมาตรฐานการวัดค่าไอเสียและอัตราสิ้นเปลือง NEDC (New European Driving Cycle) สามารถทำได้ระยะทางถึง 311 กิโลเมตร

Nissan Leaf

เทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Intelligent Integration)
ระบบ Vehicle-to-grid ของแบตเตอรี่ของนิสสัน ลีฟ ใหม่ สามารถสะสมพลังงานให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จากพลังงานส่วนเกินในเวลากลางวัน เพื่อนำกระแสไฟฟ้ามาใช้งานภายในบ้านช่วงกลางคืน การเชื่อมต่ออัจฉริยะของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะเปลี่ยนภูมิทัศน์ด้านพลังงานอย่างสิ้นเชิง ทำให้ได้รับประโยชน์ต่างๆ จากบริษัทพลังงานที่ต้องการสร้างโครงข่ายไฟฟ้าที่มีความเสถียร เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งสามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ในช่วงเวลากลางคืนที่มีอัตราค่าไฟฟ้าต่ำสุดในบางประเทศ เพื่อนำมาใช้ในช่วงกลางวันเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน

Nissan Leaf

โครงสร้าง และระบบกันสะเทือน
ทีมวิศวกรของนิสสันพัฒนาโครงสร้างใหม่ และปรับเซทพวงมาลัยไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพมากขึ้นเนื่องมาจากการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ใหม่ ระบบควบคุมทำงานเชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์วัดองศาการเลี้ยวของพวงมาลัย และระบบกันสะเทือนแบบทอร์สชั่น บาร์ (Torsion Bar) ที่มีอัตราการยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์

Nissan Leaf

นอกจากนี้ชุดยางซับแรงกระแทกใช้วัสดุยูรีเธนสำหรับระบบกันสะเทือนหลัง ถูกแทนที่ด้วยวัสดุใหม่ที่ผลิตจากยางซึ่งช่วยลดแรงกระแทก และแรงสั่นสะเทือน เมื่อต้องขับขี่บนสภาพถนนที่ขรุขระ มาพร้อมเทคโนโลยีควบคุมการขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Ride Control) เพื่อช่วยให้มอเตอร์ไฟฟ้ามีการทำงานที่แม่นยำมากขึ้นในการสร้างแรงบิดที่เหมาะสมเมื่อเข้าโค้ง

Nissan Leaf

รายละเอียดและวิธีการชาร์จไฟ

ชาร์จจากไฟบ้านปกติ (standard outlet charging) เช่นเดียวกับการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จสมาร์ทโฟน ซึ่ง 80-90 เปอร์เซ็นต์ของเจ้าของรถนิสสัน ลีฟ ส่วนใหญ่ เลือกที่จะชาร์จรถยนต์ที่บ้านโดยใช้เคเบิลอเนกประสงค์ (EVSE cable) ที่มาพร้อมกับรถยนต์ โดยส่วนมากเป็นการชาร์จแบบข้ามคืน ใช้เวลาชาร์จประมาณ 12-16 ชั่วโมง

ชาร์จจากเครื่องชาร์จไฟฟ้า (wall box charging) จากที่บ้าน ที่ทำงาน หรือในที่ๆ อื่นๆ ที่มีการติดตั้ง ซึ่งจะสามารถชาร์จไฟฟ้าให้เต็มได้ภายในระยะเวลา 6-8 ชั่วโมง

การชาร์จแบบด่วนหรือที่เรียกว่า (Quick Charge) เป็นการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง โดยใช้เวลาชาร์จเพียงแค่ 40-60 นาทีเพื่อชาร์จให้แบตเตอรี่มีความจุที่ 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนใหญ่มักมีติดตั้งในพื้นที่ที่ชาร์จสะดวก เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือที่สาธารณะต่างๆ

Nissan Leaf

ค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟ

ทางบริษัทผู้ผลิตได้เคลมไว้ว่า Nissan Leaf จะสามารถชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ด้วย 3 วิธีหลักดังที่กล่าวไว้ข้างต้น และค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 50 สต.ต่อ 1 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับรถยนต์ในกลุ่มอีโค่คาร์ซึ่งใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน จะอยู่ที่กิโลเมตรละ 1.80-2.30 สต. ซึ่งค่าไฟฟ้าเมื่อเทียบกับราคาน้ำมัน ก็ยังประหยัดกว่าถึง 3 เท่าตัว

Nissan leaf

การลุยน้ำ
ปัญหาคาใจของรถยนต์พลังไฟฟ้านั่นคือเรื่องของการลุยน้ำ สำหรับเรื่องนี้ทาง บ. นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้เคลมความสูงของระดับน้ำในขณะที่ใช้รถยนต์พลังไฟฟ้าขับผ่านช่วงที่มีน้ำท่วมขังได้สูงถึง 40 ซม.

Nissan Leaf

แบตเตอรี่อยู่ทนหรือไม่

จะได้รับการประกันคุณภาพรถยนต์เป็นเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมการรับประกันระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และรับประกันการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่เป็นเวลา 8 ปีหรือ 160,000 กิโลเมตรและมีศูนย์บริการของผู้จำหน่ายฯ ของนิสสัน ที่ผ่านการรับรองจำนวน 32 แห่งทั่วประเทศที่สามารถนำเสนอข้อมูล รวมถึงความพร้อมบริการหลังการขาย โดยช่างเทคนิคที่มีความชำนาญการ

Nissan leaf
สัมผัสแรกกับ Nissan Leaf ใจกลางกรุง

สัมผัสแรกกับ Nissan Leaf เกิดขึ้นใจกลางกรุงเทพมหานครกับการรวมตัวของสื่อมวลชนหลักร้อยที่เข้าร่วมทดสอบสมรรถนะบริเวณ จีแลนด์ พระราม 9 นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการออกแบบของนิสสัน ลีฟ ใหม่ ระบบขับเคลื่อนของรถยนต์ไฟฟ้า และรูปแบบการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 3 แบบ ภายใต้โซนกิจกรรม ‘rEVolution education’ ได้จัดขึ้นในรูปแบบการจัดสรรพื้นที่แบ่งเป็น 4 โซน ประกอบด้วย นิสสัน ลีฟ Simply Amazing นิสสัน อิเล็คทริค คาเฟ่ บูธถ่ายภาพ นิสสัน อิเล็คทริค และสถานีชาร์จนิสสัน ลีฟ

Nissan Leaf Nissan Leaf

เริ่มการทดสอบในรูปแบบจิมคาน่าที่ไม่เหมือนใคร

หลังจากทำความเข้าใจกับ Nissan Leaf ก็ถึงเวลาที่ได้สัมผัสกันอย่างจริงจังซึ่งการทดสอบในครั้งนี้จะใช้การเดินทางรอบกรุงเทพมหานคร บนระยะทางกว่า 140 กม. และการทดสอบแรกซึ่งถือเป็นการวอร์มอัพกับเทคโนโลยี e-Pedal ในรูปแบบของการขับขี่สไตล์จิมคาน่าที่ไม่เหมือนใครเนื่องจากห้ามใช้แป้นเบรคตลอดการขับขี่

Nissan Leaf

รูปแบบเส้นทางไม่มีอะไรยากเพราะมีกรวยจราจรกำหนดเส้นทางไว้อย่างชัดเจน แต่ความยากอยู่ที่กติกาซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามใช้แป้นเบรค หากเผลอไปเหยียบก็จะโดนตัด 5 คะแนน

Nissan Leaf

การใช้งาน e-Pedal ไม่ยากและเหมือนกับที่อธิบายไว้เนื่องจากเมื่อไหร่ก็ตามที่ใช้งานโหมดนี้ และหากยกคันเร่ง จะเกิดการหน่วงจากระบบจนทำให้รถหยุดสนิทแม้จะไม่ได้เหยียบเบรกก็ตาม ปลายทางของการทดสอบจะมีพื้นที่ให้รถหยุดสนิทซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับจุดสตาร์ท หากกะเกณฑ์ไม่ดี รถหยุดนอกพื้นที่ก็จะโดนตัดคะแนน หากใครขับได้เวลาดีและโดนตัดคะแนนน้อยที่สุด ก็จะได้รางวัลติดมือกลับบ้าน แต่ทั้งนี้ต้องไปรวบรวมกับคะแนนกิจกรรมคล้ายคลึงกับแรลลี่ โดยขับขี่ไปยังจุดเช็คอินตามสถานที่ต่างทั่วกรุงเทพมหานคร

Nissan Leaf

5 สถานที่ บนระยะทางกว่า 140 กม.ด้วยสภาพจราจรที่หลากหลาย

เริ่มต้นด้วยโจทย์ที่ต้องพารถ Nissan Leaf ไปเช็คอินตามจุดหมายทั้ง 5 สถานที่ให้ครบแล้วเอาหลักฐานมารวมกับคะแนนจิมคาน่าเพื่อค้นหาผู้ชนะ

จุดหมายแรกมุ่งสู่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม หลังจากตรวจเช็คสภาพแบตเตอรี่ที่แสดงค่าว่ามีพลังงานเต็ม 100 % แน่นอนว่าการเคลมจากบริษัทผู้ผลิตที่แจ้งไว้ว่าสามารถขับขี่ได้ในระยะทาง 311 กม. แต่ด้วยสภาพการจราจรที่แออัดใจกลางเมืองเป็นตัวแปรอย่างดีที่จะทำให้ระยะทางนั้นถูกลดทอนลง

บนเส้นทางจากพระราม 9 มุ่งหน้าไปยังนครไชยศรีกับจุดเช็คอินที่ร้าน Riva Floating โดยทีมงานได้ใช้สมาร์ทโฟนเชื่อมต่อกับตัวรถโดยผ่านแอพลิเคชั่นนำทาง เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวหลง

Nissan Leaf

การเดินทางยังคงใช้โหมดขับขี่แบบ e-Pedal ให้ได้การประหยัดพลังงานให้ได้มากที่สุด บางช่วงของการขับขี่นั้นได้ลองอัตราเร่ง มอเตอร์ไฟฟ้าตอบสนองต่อการใช้คันเร่งได้ดีและถือเป็นข้อได้เปรียบรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เนื่องจากไม่ต้องรอรอบ รถพุ่งทะยานตามการใช้คันเร่ง แต่เมื่อไหร่ที่ถอนคันเร่ง ระบบก็จะช่วยชลอความเร็วจนทำให้หัวทิ่มได้เหมือนกัน และอีกหนึ่งประเด็นคือเรื่องของการเก็บเสียง เสียงลมที่เร็ดรอดมาในห้องโดยสารนั้นน้อยมาก และในขณะขับขี่ก็จะได้ยินเสียงยางที่เบียดกับพื้นถนนแทนเสียงจากเครื่องยนต์

Nissan Leaf

แต่การใช้งานของโหมดขับขี่แบบ e-Pedal นั้นอาจต้องปรับตัวกับเรื่องนำหนักเบรก เพราะเบรคจะมีน้ำหนักที่สู้เท้ามากขึ้นหรือที่เรียกว่าเบรคแข็ง ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือการหน่วงนั้นมีระยะกระชั้นชิดมากเกินไปจนต้องใช้การหยุดรถด้วยเบรค จะต้องใช้น้ำหนักเท้าที่เพิ่มขึ้นอีกพอสมควร

Nissan Leaf

สภาพการจราจรทีแออัดกับตัวช่วยการขับขี่ที่จำเป็น

เสร็จสิ้นจากจุดเช็คอินแรก ต่อมาคือ “ช่างชุ่ย” ระยะทางห่างจากจุดแรกประมาณ 20 กม. ช่วงนี้ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง แต่หลังจากนี้ สถานที่ที่ต้องไปต่ออยู่ใจกลางเมืองย่านเจริญกรุง สยามสแควร์ และดินแดง สภาพจราจรในเมืองช่วงเวลาเลิกเรียนคงไม่ต้องพูดถึงว่าสาหัสขนาดไหน

Nissan Leaf

Nissan Leaf

นอกจาก e-Pedal ยังมีเทคโนโลยีเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning: FCW) เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉิน (Forward Emergency Braking: FEB) เพราะหากระยะกระชั้นชิดมากเกินไปจนการหน่วงจากระบบทำงานได้ไม่เต็มที่ ทั้ง 2 เทคโนโลยีนี้จะเข้ามาทำหน้าที่ช่วยเติมเต็มการหยุดรถได้อย่างปลอดภัย โดยมีเสียงเตือนให้หยุดรถก่อนที่เบรกฉุกเฉินจะเข้ามาช่วย ซึ่งจะทำงานในย่านความเร็วที่ 10-60 กม./ชม.เท่านั้น

Nissan Leaf

สถานีสุดท้ายที่ต้องเชคอินอยู่ที่บนชั้นดาดฟ้าห้างฟอร์จูน ย่านดินแดง การเดินทางกว่า 5 ชม.ทำให้คุ้นเคยกับ e-pedal ไม่มากก็น้อย ที่นี่ยังมีแบบทดสอบสุดท้ายก่อนกลับสู่เส้นชัย โดยยังคงอยู่ในเรื่องของการหยุดรถ ในรูปแบบของการกะระยะให้จอดสนิทในพื้นที่ที่กำหนดไว้ โดยมีเส้นแบ่งระยะเพื่อเป็นคะแนน

์Nissan Leaf

บทสรุปของการทดสอบ Nissan Leaf

1 วันเต็มๆกับการทดสอบสมรรถนะ Nissan Leaf ในครั้งนี้ไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมถึงมีกระแสตอบรับที่ดีจากผุ้ใช้รถยนต์ทั่วโลก เพราะพลังงานทดแทนในรูปแบบของมอเตอร์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีกว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปแน่นอนระยะทางในการใช้งานกว่า 140 กม. กับพลังงานที่ยังเหลือกว่า 30% ย่อมเป็นตัวเลขที่การันตีได้ว่า หากใช้งานในชีวิตประจำวันการชาร์จไฟหนึ่งครั้งอาจทำให้คุณขับขี่ได้เกือบ 1 อาทิตย์ ถ้ามีการวางแผนเส้นทางที่ดีพร้อม

Nissan Leaf

ในด้านของการอัดประจุ นอกจากชาร์จไฟหลังจากเลิกงาน สถานีอัดประจุที่กำลังผุดขึ้นทั่วทุกมุมเมืองจะส่งผลให้รถยนต์พลังไฟฟ้าใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น ประเด็นต่อมาคือเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย Head Unit ที่ใช้ควบคุมความบันเทิง รวมถึงแสดงภาพของระบบ Aroud View Monitor ควรจะเป็นแบบทัชกรีนเพื่อง่ายต่อการใช้งาน

Nissan Leaf

e-Pedal ถือเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในด้านของการประหยัดอย่างแท้จริง แต่หากเปิดใช้งานควรอยู่ในสถานะการขับขี่เพียงผู้เดียว เพราะผู้โดยสารที่ร่วมเดินทางอาจจะเกิดอาการเมารถ เนื่องจากเมื่อไหร่ที่ถอนคันเร่ง ตัวรถจะมีอาการหน้าทิ่ม แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ใช้โหมด D แล้วต้องการเร่งแซง รับรองว่าประเด็นนี้ไม่ผิดหวังแน่นอน

Nissan Leaf

หลังจากออกเดินทางที่ชาร์จพลังไฟมาเต็ม 100 % ระยะทางที่ใช้จนกลับมายังจุดสิ้นสุดการเดินทาง ตัวเลขแสดงที่หน้าจอไว้ที่ประมาณ 150 กม. เหลือพลังงานไฟฟ้าอีกประมาณกว่า 30 % และระยะทางที่เหลือให้ใช้ต่อได้อีกกว่า 100 กม. ถือว่าเป็นสัมผัสแรกกับ Nissan Leaf รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแท้ 100 % ที่ใช้งานได้จริงและประหยัดพลังงาน จึงทำให้การขนานนามว่าเป็นรถยนต์พลังไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลกนั้นเป็นไปได้อย่างแน่นอน

Nissan Leaf

ข้อมูลทางเทคนิค: Nissan Leaf
มอเตอร์ไฟฟ้า: ชื่อรุ่น EM57
กำลังขับสูงสุด(แรงม้า ที่ รอบ/นาที): 150 แรงม้า/3283-9795
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร ที่รอบ/นาที): 320 /0~3283 rpm
ชนิดแบตเตอรี่: แบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออนความจุ 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง
ระบบส่งกำลัง: Single Speed Gear Reduction
ระบบขับเคลื่อน: ล้อหน้า
ระบบกันสะเทือน(หน้า/หลัง): หน้า แมคเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง หลัง ทอร์ชั่นบีม คอยล์สปริง
เบรก(หน้า/หลัง): ดิสก์/ดิสก์
ยาว/กว้าง/สูง(มม.): 4,480×1,790 x1,540 มม
ความสูงจากพื้นรถ(มม.): 150
ราคา (บาท): 1,999,000
ตัวแทนจำหน่าย: บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

Nissan Leaf

คู่แข่งในตลาด

MG ZS EV


MG ZS EV คอมแพคเอสยูวีที่หยิบยกเครื่องยนต์สันดาปออก พร้อมแทนที่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุดได้ถึง 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร แบตเตอรี่เป็นแบบ Lithium-ion ความจุ 44.5 kWh ทำความเร็ว0-100 กม./ชม.ในเวลาแค่ 8.5 วินาที ชาร์จไฟเต็ม 100% ทำระยะทางได้ 337 กิโลเมตร (เคลมจากบริษัทผู้ผลิต) ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 1.19 ล้านบาท

Hyundai Kona SE


Hyundai Kona SE รถอเนกประสงค์พลังไฟฟ้า 100% ใช้แบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออนโพลิเมอร์ ความจุ 39.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 395 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 9.7 วินาที ชาร์จไฟเต็ม 100% สามารถใช้งานได้ระยะทาง 312 กิโลเมตร ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 1,849,000 บาท

Please follow and like us: