เกิดขึ้นครั้งแรกในยุคปลาย 60 กับ Skyline 2000 GT-R

      ในปี 1966 หลังจากที่ Prince Automobile ได้ควบรวมกับ Nissan Motor จึงมีโครงการที่จะผลิตรถประเภท Gran Turismo Racer ที่ใช้อักษรย่อว่า GT-R และ Gran Turismo Berlinetta ที่ใช้อักษรย่อว่า GT-B ออกมาในนามของ Nissan แน่นอนว่าเจ้ารถรุ่นนี้จะได้นำเอาเทคโนโลยีเครื่องยนต์จากสนามแข่งมาใช้  และในปี 1968 ของรถ Hi Per. ต้นแบบก็ออกมาอวดโฉมในงาน Tokyo Motor Show แต่ทุกคนต้องตลึงงัน เพราะมันเป็นรถแบบ Sedan 4 ประตู ที่ดูจะแสนธรรมดา แต่ดุกว่าด้วยขุมพลังที่พัฒนามาจากบล็อก GR-8 ที่วางอยู่ในตัวแข่ง Nissan R380 เป็นบล็อกใหม่ที่ Prince พัฒนาเพื่อรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ และให้ชื่อรหัสว่า S20 เป็นเครื่องยนต์แบบ 6 สูบ DOHC 24 Valve ขนาด 2.0 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงด้วยคาร์บิวเรเตอร์ของ SOLEX Mikuni แบบดูดด้านข้างท่อคู่จำนวน 2 ตัว รหัส PHH 40 mm. ใช้ระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ให้กำลังม้า 160 ตัว แรงเอาเรื่องทีเดียว และบอกได้ว่านี่เป็นเครื่องยนต์สายการผลิตตัวแรกของโลกที่ใช้ฝาสูบแบบ DOHC 4 วาล์ว/สูบ

      ไม่สงสัยเลยในดีกรีความแรงของเครื่องยนต์ แต่สงสัยในรูปร่างหน้าตาของต้นแบบการผลิตของรถรุ่นนี้ ที่มันมาแนวจ่ายกับข้าว เป็นรถ 4 ประตู หรือเป็นความเข้าใจผิดในความหมายของคำว่า Gran Turismo ของทาง Nissan และ Shinichio Sakurai ที่ตีความหมายคำว่า Gran Turismo คือตัวรถจะออกแนวท่องเที่ยว ก็เลยออกแบบซะ! ตอบโจทย์ได้เต็มที่ และให้ความหมายของ Racer คือความแรงของเครื่องยนต์  แล้วในปี 1969 รถตัวนี้ก็ถูกผลิตออกมาในนามของ Nissan  Skyline 2000 GT-R และในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 1969 ก็ออกสู่ตลาด เจ้าเส้นขอบฟ้า GT-R เปิดตัวครั้งแรกด้วยความเป็นรถ 4 ประตูก่อน จำนวนการผลิตตั้งแต่ปี 1969-1970 คือ 832 คัน 1 ปี ในยุคนั้นถือว่าได้รับการตอบรับดีเอาการทีเดียวเจ้า Nissan Skyline 2000 GT-R 4 Doors ตัวนี้ใช้รหัส PGC 10

       

      ในปี 1971 Shinichio Sakurai ได้ออกแบบเจ้า Skyline 2000 GT-R ที่ดูจะมีความเป็น GT-R มากขึ้นด้วยรูปโฉมของรถ Coupe 2 ประตู ทีแรกก็มีการถกเถียงกันว่าเจ้า Skyline Coupe นี้จะใช้รหัสตามหลังว่า GT-B คือ Gran Turismo Berlinetta แต่ชื่อของ GT-R มันติดปากไปแล้ว และเจ้า GT-R 4 Doors ก็ปิดสายการผลิตไปแล้วด้วย เจ้า Skyline Coupe ตัวนี้ก็เลยเสียบแทนในทันทีในชื่อรุ่นว่า Skyline 2000 GT-R Coupe ในยุคนั้นมันหล่อสะเหลือเกิน ภายในก็ปรับเบาะนั่งใหม่ให้คู่หน้าเป็น แนว Bucket Seat หน่อยๆ รวมถึงเบาะนั่งหลังที่เป็นเบาะลึกให้นั่งกันได้ 4 ที่นั่งจริงๆ มีการใส่มาตรวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์เจ้าไปด้วย ว้าว…มันช่างเด็ดสะเหลือเกิน จะเพิ่มความเป็น GT-R ด้วยพวงมาลัยเชื้อเลือดอิตาลี NARDI มาจากโรงงานเลย แต่ล้อที่ให้มาจากโรงงานยังเป็นล้อเหล็กปั้มขึ้นรูป รหัสที่ใช้คือ KPGC10 ตัว K ข้างหน้าน่าจะเป็นความหมายคือ Koupe ในภาษาเยอรมัน เจ้า Skyline 2000 GT-R Coupe ผลิตออกมาทั้งหมด 1,197 คัน ตั้งแต่ปี 1971–1972 แล้วก็ปิดสายการผลิตลง

       

      Nissan Skyline 2000 GT-R Gen. 2 การดับลงของเส้นของฟ้า ถึงกับใจหาย

      ในปี 1973 เป็นช่วงยุคแห่งความปั่นป่วนด้านพลังงาน และมีสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำไปทั้งโลก และทางสหรัฐก็เริ่มกีดกันทางการค้า เพราะรถจากแดนอาทิตย์อุทัยเริ่มทำตลาดในสหรัฐได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเจ้า Datsun 240Z และมีการบีบเรื่องของเครื่องยนต์ที่ควรจะผลิตมลพิษต่ำในยุโรป แน่นอนเจ้า S20 ตัวนี้ก็ซดน้ำมันแบบไม่ลืมหูลืมตา และพ่นพิษสู่อากาศไม่น้อย

      เมื่อ Skyline C10 ปิดสายการผลิตลง Shinichio ก็ออกแบบ Skyline ตัวใหม่ C110 ออกมาในปี 1971 เรียบร้อยแล้ว แน่นอนเจ้า Skyline GT-R ตัวใหม่ก็ต้องกำเนิดตามออกมาอย่างแน่นอน และในปี 1972 ในงาน Tokyo Motor Show เจ้าเส้นขอบฟ้าตัวแรงก็ออกโชว์ตัวพร้อมๆ กับพี่น้อง C110 มันคือ Skyline 2000 GT-R Hardtop มันเป็นรถทรง Coupe Fastback Hardtop ที่ท้ายรถลาดเทองศาเดียวกับกระจกบังลมด้านหลัง ดุดันขึ้น บึกบึนขึ้น เป็นตัวแทน เป็นพระเอกในภาพยนตร์โฆษณา Nissan Skyline C110 ที่มีชื่อว่า KEN & MARY ที่มีเพลงประกอบภาพยนตร์โฆษณาที่ติดหูชาวญี่ปุ่นในยุคนั้นเป็นอย่างมาก และมันได้สมยานามในแดนอาทิตย์อุทัยว่า “KENMARI”

      Nissan Skyline 2000 GT-R HT ตัวนี้มีขุมพลังเป็นบล็อก S20 เช่นเดิม ความแรงไม่ได้แรงขึ้นหรือลดลงแต่อย่างใด ภายนอกที่ดูดุดัน และบึกบึนขึ้น ในส่วนภายในก็ดูหรูหลาขึ้น
คอนโซลหน้าเริ่มมีดีไซน์ไปทางอเมริกันสไตล์มากขึ้น แต่ก็แฝงความเป็นเบาะอยู่เต็มตัว เบาะยังคงเป็น Bucket Seat ร่วมถึงเบาะด้านหลังแบบอ่างรับตูด พวงมาลัยใส่ NARDI เช่นเดิม

      สำหรับ Nissan Skyline 2000 GT-R HT ตัวนี้จะมีแต่รถ 2 ประตู Hardtop Fastback Coupe เท่านั้น ใช้รหัสว่า KPGC110 มี Edition ให้เลือกคือรถ Base พื้นฐานที่ใช้ล้อกระทะเหล็กปั้มขึ้นรูป และรุ่น Top ที่ใส่ล้ออัลลอยด์ ของ Manarey มาด้วย ทั้งตัว Base และ Top จะใส่ Over Fender แบบฉีดขึ้นรูปจากพลาสติก ABS มาจากโรงงานทั้ง 4 ล้อ ต่างจากรุ่น KPGC10 ที่เอาเฉพาะด้านหลังมาให้เป็นที่น่าเสียดายที่บล็อก S20 ที่เคยใช้อยู่ใน PGC10 และ KPGC10 ยังรวมไปถึง Nissan Fairledy Z 432 ที่ก็แจมเครื่องบล็อกนี้ไปไม่น้อย ร่วมถึงสภาพเศรษฐกิจโลกในยุคนั้นทำให้เจ้า Skyline 2000 GT-R HT “KENMARI” มีเหตุให้สะดุดผลิตออกมาทั้งหมดเพียง
197 คันเท่านั้น มันจึงเป็น Skyline GT-R ที่ผลิตออกมาน้อยที่สุด และแล้วโครงการ Skyline GT-R ก็ปิดฉากลงไปพร้อมกับเจ้า KPGC110 เจ้า Skyline 2000GT-R HT “KENMARI”

      เมื่อข่าวการปิดฉาก Skyline GT-R แพร่สะพัดออกไป หลายคนใจหาย และมองว่านี่คงถึงยุคที่ Nissan และ Datsun ผลิตรถเอาใจตลาดโลกมากกว่าตลาดในบ้านตนเอง และยิ่งตอกย้ำเมื่อ Skyline C210 ออกมา GT-R ก็หายไปจากสายการผลิตของ Skyline มันถูกแทนที่ด้วย Skyline 2000 GT-EX ที่เป็นบล็อกL20 6 สูบ Turbo หรือจะข้ามมาถึง Skyline R20 ในตัว 2000 RS Turbo ที่ใช้บล็อก FJ20ET ที่เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ DOHC 16 Valve Turbo ที่แรงกว่า S20 เป็นไหนๆ แต่ก็ไม่สามารถใช้ความเป็น RS มาแทนความหมายของ GT-R ได้ จนถึง Skyline R31 ในตัว Skyline 2000 GTS-R ที่ Nissan เริ่มคิดถึง GT-R อยู่เนืองๆ แล้ว คำว่า GTS-R ก็ยังแทนที่ไม่ได้อยู่ดี ทั้งๆ ที่บล็อก RB20DETT-R มีรากฐานความคิดมาจาก S20 เต็มๆ และแรงกว่าเป็นไหนๆ ตลอด 16 ปี ที่ Skyline GT-R ดับลง ไม่มีอักษรย่อต่อท้ายอะไรแทนที่ GT-R หลังคำว่า Skyline ได้เลย จนในปี 1989..!

      Please follow and like us: