Subaru Forester (รุ่นประกอบในประเทศ) เติมเต็มความปลอดภัยกับระบบ Eyesight ปรับราคาเพิ่ม 7 หมื่นบาท…คุ้มไหม

Subaru Forester รถเอสยูวีรุ่นแรกของค่ายดาวลูกไก่ที่ได้รับการประกอบในไทย โดยการร่วมลงทุนจากกลุ่ม ตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งมีการเติมเต็มในหลายๆส่วนโดยรุ่นท๊อพอย่าง Subaru Forester2.0i-S มากับระบบ Eyesight สุดยอดเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย รวมถึงโครงสร้างตัวถังใหม่ Subaru Global Platform และ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive) ที่ทำงานร่วมกับ X-Mode ทั้งหมดเป็นความโดดเด่นที่ปรับราคาเพิ่มขึ้นจากเดิม 70,000 บาท จะมีความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด…หาคำตอบกันได้เลยครับ

Subaru Forester 1

Subaru Forester (รุ่นประกอบในประเทศ) ถือเป็นการพัฒนารุ่นที่ 5 ซึ่งมากับขนาดมิติความยาว 4,625 มิลลิเมตร กว้าง 1,815 มิลลิเมตร สูง 1,730 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,670 มิลลิเมตร ถ้าหากเทียบกับเจนเนอเรชั่นที่ 4 จะมีความยาวกว่า 30 มม. กว้างกว่า 20 มม. และเตี้ยลง 5 มม. ซึ่งอยู่ภายใต้โครงสร้างตัวถังใหม่นั่นคือ Subaru Global Platform ที่มีจุดเด่นในการให้ความยืดหยุ่น แข็งแรง และน้ำหนักเบา รวมถึงซับแรงสั่นสะเทือน

Subaru Forester 2

รูปลักษณ์โดยรวมถือว่ามีการปรับปรุงในรรูปแบบ Big MinorChange โดยชุดไฟระบบ LED จะเข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งไฟหน้า ไฟกลางวัน และ ไฟตัดหมอก ซึ่งไฟหน้าจะมีการปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ รวมถึงมีระบบน้ำฉีดล้างโคมไฟ

Subaru Forester 3

ในขณะที่ความแตกต่างในส่วนของ Subaru Forester2.0i-S Eyesight จะได้รับการติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว และมีซันรูฟติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

Subaru Forester 4

Subaru Forester ได้รับการปรับแต่งมุมมองด้านท้ายรถให้มีความโดดเด่นจากโคมไฟท้ายรูปตัว C และฝาท้ายสามารถเปิด-ปิด ได้ถึง 3 รุปแบบ ทั้งที่บาน จากรีโมทคอนโทรล และสวิตช์ควบคุมในห้องโดยสาร

Subaru Forester 5

ภายในกว้างขวางอัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์ครบครัน โดดเด่นด้วยการออกแบบเพดานสูงให้ความรู้สึกโล่งสบาย เปลี่ยนกระจกรอบคันให้หนาขึ้นพร้อมติดตั้งวัสดุซับเสียงทั่วห้องโดยสาร เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้ คู่หน้าปรับระดับได้ด้วยไฟฟ้า ส่วนเบาะหลังสามารถพับได้แบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นทีในการบรรทุกสัมภาระ

Subaru Forester 6

ชุดคอนโซลกลางดีไซน์สวยงามด้วยวัสดุสีดำเงาและสีเงิน รวมถึงแผงข้าง และกรอบช่องแอร์ ในส่วนคอนโซลเกียร์ตกแต่งสีดำเงาขลิบขอบสีโครเมียมพร้อมสวิตช์สั่งการเปิด-ปิดระบบ X Mode และอีกหนึ่งตัวช่วยที่ถือว่าเป็นระบบใหม่ของ Subaru อย่าง ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง (Auto Vehicle Hold) จะทำการลอคเบรกค้างไว้ให้ 3 นาที และถ้าไม่มีการใช้คันเร่ง ระบบจะตัดการทำงานมาที่เบรกมือไฟฟ้า ซึ่งหลายๆยี่ห้อเรียกระบบนี้ว่า Auto Brake Hold นั่นเอง

Subaru Forester 7

พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังค์ชั่นปรับได้ 4 ทิศทาง ติดตั้งสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง การรับสายโทรศัพท์ ครูสคอนโทรล และสวิตช์สั่งการระบบข้อมูลการขับขี่ ชุดแดชบอร์ดเป็นมาตรวัดทรงกลม ออกแบบเรียบหรู ระบบปรับอากาศเป็นแบบแยกส่วนสามารถปรับอุณหภูมิได้ทั้งฝั่งซ้าย และ ขวา

Subaru Forester 8

หน้าจอทัชสกรีนบริเวณคอนโซลกลางขนาด 8 นิ้ว รวมถึงทำหน้าที่ควบคุมระบบนำทางด้วยการแสดงภาพจากกล้องมองหลังแบบมีเส้นกะระยะ ด้านบนของจอคอนโซลกลางยังมีหน้าจอ Multi Information Display ที่บอกสถานะของรถ ดูความลาดชันของพื้นที่ และแสดงการทำงานของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเมื่อใช้งานระบบ X-Mode

Subaru Forester 9

ขุมพลังใช้เป็นแบบเครื่องยนต์เบนซินสูบนอนในชื่อ Subaru Boxer ขนาดความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 196 นิวตันเมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ LINEARTRONIC CVT แบบพิเศษที่ใช้สายพานโซ่แทนยาง พร้อมโหมด Manual ที่หากทำงานร่วมกับ Paddle Shift จะปรับระบบส่งกำลังได้ถึง 7 จังหวะ

Subaru Forester 10

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเป็นแบบ Full Time Symmetrical AWD จะทำการสั่งงานให้เป็นระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ หน้า หรือ ขับเคลื่อนสี่ล้อตามสถานการณ์และสภาพพื้นผิวถนน โดยมีการเสริมตัวช่วย X MODE และระบบควบคุมการลงทางลาดชันเพื่อใช้ในสถานการณ์คับขัน รองรับด้วยระบบช่วงล่างหน้าแบบอิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นอิสระ ปีกนก 2 ชั้น พร้อมเหล็กกันโคลง

มาถึงเทคโนโลยีความด้านความปลอดภัยหรือที่เรียกกันว่า EyeSight Driver Assist ซึ่งได้รับการติดตั้งใน Subaru Forester เป็นครั้งแรก โดยมีผลวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นที่ชี้ชัดว่าหลังจากติดตั้งเทคโนโลยีนี้ทำให้อุบัติเหตุลดลงถึง 61% เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ไม่มีการติดตั้ง ซึ่งระบบ EyeSight เปรียบเสมือนดวงตาคู่ที่สองสำหรับการมองเห็นบนท้องถนน โดยการทำงานของกล้องทั้ง 2 ตัวทำหน้าที่จับภาพสีสามมิติที่มีความละเอียดใกล้เคียงกับสายนตามนุษย์

Subaru Forester 11

ความโดดเด่นของเทคโนโลยีความปลอดภัย EyeSight Driver Assist ประกอบไป 7 ตัวช่วยสำคัญได้แก่

ระบบเบรกอัตโนมัติก่อนการชน (pre-collision braking)

ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน (pre-collision throttle management)

ระบบปรับความเร็วรถอัตโนมัติ (adaptive cruise control)

ระบบเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่ (lead vehicle start alert)

ระบบเตือนเมื่อออกจากเลนและเมื่อขับรถส่าย (lane departure and lane sway warning)

ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง (Auto Vehicle Hold)

ระบบตรวจจับยานพาหนะด้านหลัง (SVRD) จะแจ้งเตือนคนขับด้วยฟังก์ชั่นหลัก 3 อย่าง ได้แก่ การแจ้งเตือนในจุดบอด,การช่วยเปลี่ยนเลน และแจ้งเตือนเมื่อการจราจรข้างหลังเคลื่อนที่

สำหรับการพิสูจน์ระบบ EyeSight Driver Assist ได้จัดขึ้นในกิจกรรม Ultimate Test Drive เพื่อเป็นการทดสอบสมรรถนะของ Subaru Forester2.0iS-Eyesight โดยเฉพาะ ซึ่งใช้พื้นที่ของสนามปทุมธานีสปีดเวย์ โดยแบ่งออกเป็น 3 สถานีทดสอบ

Subaru Forester 13

สัมผัสแรกกับเทคโนโลยีความปลอดภัย EyeSight
เริ่มต้นกับการทดลองระบบเบรกอัตโนมัติก่อนการชน (Pre-Collision Braking) โดยเป็นการทำงานของกล้องสเตอริโอ ในการตรวจจับวัตถุด้านหน้า หากระบบประมวลผลว่ามีอัตราเสี่ยงต่อการชน จะส่งเสียงเตือนและไฟกระพริบมาที่หน้าปัด และหากไม่มีการตอบสนองต่อการหยุดรถ ระบบจะตัดกำลังเครื่องยนต์พร้อมกับทำการหยุดรถอัตโนมัติ โดยเริ่มทำงานตั้งแต่ความเร็ว 0 – 200 กม./ชม. แต่จะมีประสิทธิภาพสูงสูดที่ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม.

Subaru Forester 14

ต่อด้วยระบบ (Adaptive Cruise Control) อันที่จริงแล้วฟังค์ชั่นนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ของตัวช่วยการขับขี่ เนื่องจากรถยนต์หลายๆค่ายทั้งฝั่งยุโรปก็ดี หรือแม้แต่รถญี่ปุ่นก็ตาม ต่างติดตั้งฟังค์ชั่นนี้ไว้หลากหลายยี่ห้อ แต่การทำงานของระบบนี้ในรถ Subaru Forester จะมีการปรับตั้งระยะห่างจากรถคันหน้า และมีการติดตามต่อเนื่องแม้รถคันหน้าจะหยุด หรือมีรถคันอื่นมาแทรกกลาง และในกรณีที่คันหน้าหยุดสลับคลื่อนตัวในระยะเวลาไม่เกิน 2 วินาที ระบบก็จะทำการสั่งให้เครื่องยนต์ออกตัวสและรักษาความเร็วตามรถคันหน้าโดยที่ไม่ต้องเหยียบเบรคหรือคันเร่ง

Subaru Forester 15

ทดลองระบบขับเคลื่อน X-Mode บนเส้นทางที่เปียก ลื่น
สถานีนี้ใช้เส้นทางรูปวงกลม และมีการราดน้ำให้เปียก เพื่อให้รถเกิดอาการลื่นไถล ซึ่งนอกจากระบบ X-Mode จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ เทคโนโลยี Subaru Global Phatform ที่แข็งแกร่ง แต่น้ำหนักเบา และให้การซับแรงสั่นสะเทือนมายังพวงมาลัย ทำให้การควบคุมรถทำได้ง่ายดาย

Subaru Forester 16

และในส่วนของระบบ X-Mode นั้นจะควบคุมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยเพิ่มการถ่ายเทกำลังที่เพลาล้อหน้าและล้อหลังซึ่งมีลิมิเต็ดสลิฟทำงานด้วยระบบไฟฟ้า รวมถึงควบคุมระบบ VDC หรือ Vehicle Dynamic Control เมื่อล้อฝั่งใดมีการหมุนฟรีระบบจะสั่งการให้เบรกทำงานที่ล้อนั้นทันที จึงทำให้การควบคุมและแก้อาการของรถทำได้ง่ายยิ่งขึ้น

Subaru Forester 17

การหักหลบฉุกเฉินมาพร้อมกับตัวช่วยที่ทำให้ควบคุมรถได้ง่าย

เสร็จจากเส้นทางวงกลมที่เปียกและลื่น สถานีต่อไปจะเป็นการหักหลบฉุกเฉินและการควบคุมรถในรูปแบบสลาลอม ซึ่งจะเป็นเส้นทางที่ใช้เพื่อสะท้อนการควบคุมรถที่ง่ายดาย รวมถึงอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ถือเป็นตัวช่วยก่อนเกิดการชนนั่นคือ ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน (Pre-Collision Throttle Management)

Subaru Forester 18

การขับขี่แบบหักหลบฉุกเฉินจะทำให้ระบบนี้เข้ามามีบทบาทในการตัดกำลังเครื่องยนต์อัตโนมัติ ซึ่งถ้ายังไม่มีการหยุดรถ ระบบจะทำหน้าที่ตัดกำลังเครื่องยนต์ประมาณ 2-3 วินาที เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นและอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นก็จะเบาความรุนแรงลงได้

Subaru Forester 19

สลาลอมรูปแบบใหม่ ใช้บอลแทนไพล่อน

การขับขี่ในรูปแบบสลาลอมจะเป็นอีกหนึ่งสถานีที่ทั้ง Subaru Global Phatform และ X-Mode จะทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อรักษาเสถียรภาพของตัวรถและถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อต่างๆด้วยความพอดี ทำให้การควบคุมรถนั้นทำได้ง่ายยิ่งขึ้น

Subaru Forester 20

Subaru Forester 21

บทสรุปของการทดสอบ Subaru Forester2.0i-S EyeSight

นับว่าเป็นรถเอสยูวีที่ให้การควบคุมที่ดีโดยมีทีเด็ดมากจากการเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ได้รับการออกแบบโครงสร้างตัวถังจาก Subaru Global Phatform ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเป็นแบบ Full Time Symmetrical AWD และมี X-Mode มาช่วยเสริม ทำให้การควบคุมรถทำได้ง่ายดายและโดดเด่นด้านสมรรถนะการยึดเกาะ

Subaru Forester 22

สำหรับ EyeSight อาจจะมีข้อได้เปรียบกว่าคู่แข่งในหลายมิติ เช่น เริ่มต้นทำงานตั้งแต่ 0-200 กม./ชม. ซึ่งถ้าหากใช้ในสภาพการจราจรที่แออัด จะมีประโยชน์และช่วยลดอุบัติเหตุตามที่ญี่ปุ่นได้ทำผลวิจัย แต่ด้วยสัญชาตญาณของผุ้ขับขี่ หากไม่เผลอและมีสมาธิกับการขับขี่อยู่ตลอดเวลานั้นก็จะช่วยให้การหยุดรถกะทันหันทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่ในยุคที่สมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตประจำวัน จนอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ระบบนี้จะเข้ามาช่วยให้การสูญเสียนั้นอ่าจไม่เกิดขึ้นหรืออาจจะเปลี่ยนจากหนักกลายเป็นเบาก็เป็นได้ และที่สำคัญ หากระบบเข้ามาช่วยเหลือเพียง 3 ครั้งต่อการสตาร์ทเครื่องยนต์ 1 ครั้ง หลังจากนี้ต้องรีเซ็ทด้วยการสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้ง ระบบถึงจะกลับมาทำงานตามปกติ

Subaru Forester 24

ด้านราคาที่ปรับขึ้นจากเดิม Subaru Forester2.0i-S ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 1.38 ล้านบาท ปรับราคามาเป็น 1.45 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลต่างกับสนนราคาของระบบ EyeSight เพียง 70,000 บาท กับการรักษาชีวิตและทรัพย์สิน ต้องบอกว่าสุดคุ้มครับ

ข้อมูลเทคนิค Subaru Forester2.0i-S EyeSight
เครื่องยนต์: เบนซินแบบ 4 สูบนอน
ความจุกระบอกสูบ (ซี.ซี.): 1,995
กำลังสูงสุด (แรงม้า ที่ รอบ/นาที): 156/6,000
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร ที่รอบ/นาที): 196 /4,000
ระบบส่งกำลัง: อัตโนมัติแปรผันต่อเนื่อง Lineartronic พร้อมแพดเดิลชิฟท์
ระบบขับเคลื่อน: 4 ล้อ
เบรก (หน้า/หลัง): ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน
ระบบกันสะเทือน (หน้า/หลัง): อิสระแม็กเฟอร์สันสตรัท/ ดับเบิลวิชโบน
ยาว/กว้าง/สูง (มม.): 4,625/1,815/1,730
ราคา (บาท): 1,450,000
ตัวแทนจำหน่าย: บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด

Please follow and like us: