“Subaru the All-New Impreza” ซีดานขับสี่มาตรฐานใหม่กับการทดสอบในต่างแดน พ่วงข่าวเซอร์ไพรส์ให้แฟนคลับค่ายดาวลูกไก่ที่ตั้งตารอ

เมื่อรถธงสายพันธุ์แรงแห่งค่ายดาวลูกไก่ ถูกวางตำแหน่งใหม่เพื่อเปิดตลาดให้กว้างและกลุ่มผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย Subaru Global Platform จึงเป็นอาวุธลับล่าสุดที่ Fuji Heavy Industry (FHI) นำมาประเดิมไว้ใน Subaru the All-New Impreza จนกลับมาสร้างชื่ออีกครั้งด้วยการคว้ารางวัล Japan Car of The Year 2016 ไปครองได้สำเร็จ มอเตอร์ อิมเมจ บริษัทลูกข่ายในเครือ Tan Chong International Limited (TCIL) องค์กรที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการจำหน่ายและผลิตรถยนต์ Subaru ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีฐานที่ตั้งในประเทศสิงคโปร์ จึงนำ All-New Impreza ไปเปิดตลาดเป็นประเทศแรกในงาน Singapore Motor Show 2017 พร้อมกับเชิญสื่อมวลชนจาก 9 ชาติ เข้าร่วมสัมผัสและทดสอบสมรรถนะ

รายละเอียดต่างๆรวมถึงบททดสอบรถยนต์เจ้าของรางวัล Japan Car of The Year 2016 คันนี้ จะเป็นเช่นไร ปิดท้ายด้วยเรื่องราวที่อาจจะเรียกว่าเซอร์ไพร์สสำหรับสาวกดาวลูกไก่ในเมืองไทยก็ว่าได้…ติดตามกันเลยครับ

สำหรับการปรับโฉมของ Subaru the All-New Impreza ถือเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 5 ที่แนะนำสู่ตลาดโลก โดยแบ่งออกเป็น 2 รุ่น คือ 2.0 i-S และ 1.6 i-S และเป็นรถรุ่นแรกซึ่งพัฒนาและผลิตภายใต้โครงสร้างพื้นฐานใหม่ Subaru Global Platform จนทำให้สามารถคว้ารางวัล 2016-2017 Japan Car of the Year มาครอง ด้วยการแสดงศักยภาพทั้งระบบความปลอดภัยเชิงรุก และรับ (Active and Passive Safety) ให้เป็นที่ประจักษ์ ตลอดจนคว้ารางวัลสำคัญๆ จากองค์กรที่ได้รับการยอมรับระดับโลกรวมถึง NCAP และ IIHS

แพลทฟอร์มใหม่ที่ว่าทำจากเหล็กซึ่งทนแรงดึงสูง (High-tensile Steel) ช่วยดูดซับแรงประทะเพิ่มขึ้นถึง 40% พร้อมเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวรถ ด้วยการทำจุดศูนย์ถ่วงต่ำลงอีก 5 มิลลิเมตร ประกอบกับระบบช่วงล่างปรับปรุงใหม่ ซึ่งในภาพรวมการที่ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำยิ่งเพิ่มศักยภาพในการหลบหลีกอุปสรรคด้านการขับขี่เฉกเช่นเดียวกับรถสปอร์ตประสิทธิภาพสูง

Subaru the All-New Impreza พัฒนาด้วยปรัชญา DYNAMIC x SOLID สร้างมิติใหม่ทั้งภายในและภายนอกเพื่อเพิ่มสุนทรียะในทุกการขับขี่อย่างสมดุล ซึ่งถือเป็นความเปลี่ยนแปลงด้านการออกแบบในอีกระดับจากซูบารุ

รูปลักษณ์ภายนอกของ Subaru the All-New Impreza กว้างขึ้นกว่าเดิม มีทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และรถตรวจการณ์สไตล์แฮทแบค 5 ประตู นอกจากนี้ยังมีการปรับแต่งใหม่ในส่วนของดีไซน์บังโคลน, กระจังหน้าหกเหลี่ยม และเอกลักษณ์ไฟหน้าในแบบ C-Shape ให้เข้ากันอย่างกลมกลืน

ภายในได้รับการออกแบบใหม่แต่ยังก็ยังคงอารมณ์ความเป็นสปอร์ต ห้องโดยสารกว้างขวาง เติมเต็มความบันเทิงด้วยหน้าจอระบบ Touch screen ขนาด 8 นิ้ว ส่วนในรุ่น 2.0 ติดตั้งจอดิสเพลย์บอกสถานะของอัตราสิ้นเปลืองต่างๆ

ขุมพลังมีให้เลือก 2 ขนาด ในรูปแบบของเครื่องยนต์สูบนอนพร้อมระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงในท่อ (Port Injection Naturally Aspirated Engine) พิกัดความจุ 1.6 ลิตรให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ ส่วนอีกรุ่น พิกัดความจุ 2.0 ลิตร ระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรง (Direct Injection Naturally Aspirated Engine) ให้กำลังสูงสุด 153แรงม้า ที่ 6,000 รอบ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ซีวีทีที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่โดยเฉพาะ

Subaru the All-New Impreza ยังคงใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive) ระบบ Subaru Rear/Side Vehicle Detection (SRVD) ทำงานด้วยกล้องและระบบเซ็นเซอร์ช่วยตรวจจับวัตถุด้านข้างและบริเวณท้ายรถ รวมถึงระบบ Steering Responsive Headlights (SRH) ซึ่งไฟหน้าจะทำงานสัมพันธ์กับทิศทางของพวงมาลัยเพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

สิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานการพัฒนาภายใต้ Subaru Global Platform ที่จะมอบความมั่นใจและประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ โดยจะให้ความนุ่มนวล ลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร และเพิ่มสมรรถนะการควบคุมทิศทางของตัวรถในทุกช่วงความเร็ว ซึ่งมีส่วนทำให้ Subaru the All-New Impreza เข้าไปครองใจผู้บริโภคอย่างไม่ยากเย็นแน่นอน

ต่อจากงานเปิดตัวเป็นการทดลองขับ Subaru the All-New Impreza รวมถึงสัมผัสกับ Subaru Global Platform ในรูปแบบของ 3 สถานีทดสอบ ซึ่งทาง มอเตอร์ อิมเมจ ได้เตรียมไว้ให้ผู้สื่อข่าวทั้ง 9 ชาติ ได้พิสูจน์กันอย่างจุใจ

ทดสอบสมรรถนะการยึดเกาะบนพื้นเปียก

เริ่มแรกโดยการสร้างความคุ้นเคยกับ Subaru the All-New Impreza รูปแบบการจัดวางของสถานีทดสอบนี้ใช้ระยะทางไม่มากนัก ออกจากจุดสตาร์ทเป็นการหักหลบคล้ายกับการเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน จากนั้นก็ต่อด้วยสภาพพื้นผิวที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำ ก่อนไปยังโค้งแคบ และเส้นทางรูปตัวเอส แล้วจึงถึงจุดเบรก

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive) ทำงานได้ดีบนสภาพเส้นทางรูปแบบนี้ และความโดดเด่นของ Subaru Global Platform ส่งต่อมาถึงการควบคุมแม่นยำ ซึ่งโฟกัสได้ถึงระบบช่วงล่างที่ให้การโยนตัวน้อยลง ผลลัพธ์ออกมาจึงเป็นที่น่าพอใจ

สถานีสลาลอมพร้อมกับการเบรกในโค้ง

สถานีนี้ออกแบบให้สะท้อนมายังระบบช่วงล่างโดยใช้ขับขี่แบบสลาลอม จากนั้นจะมีเครื่องหมายบังคับให้เบรคในโค้งเพื่อสัมผัสถึงอาการของระบบเบรก ช่วงล่าง และโครงสร้างของรถ ก่อนจะถึงช่วงสุดท้ายกับสภาพผิวขรุขระ

การขับขี่แบบสลาลอมสัมผัสได้ถึงการโยนตัวของช่วงล่างที่ส่งมายังพวงมาลัย รวมถึงเบาะนั่งที่รู้สึกได้น้อยมาก การเบรคในโค้งอาจทำให้รถเสียอาการเล็กน้อยตามแรงเหวี่ยง แต่ก็ควบคุมกลับสู่ทิศทางได้อย่างไม่ยากเย็นนัก สำหรับสภาพผิวขรุขระ มีการทดลองให้เครื่องยนต์ทำงานในรูปแบบ Engine Speed พร้อมกับปล่อยมือจากพวงมาลัย ผลลัพธ์ที่ได้คือ Subaru the All-New Impreza ยังอยู่ในเส้นตรง ไม่หลุดออกนอกทิศทางและซับแรงกระแทกได้ดีพอสมควร

ทิ้งท้ายกับการขับขี่ในรูปแบบจิมคาน่า

สุดท้ายก่อนจบการทดสอบ ณ จุดนี้ ผู้จัดงานได้รวมทุกอุปสรรคไว้ในพื้นที่จำกัด ทั้ง สลาลอม โค้งแคบ การเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน และเบรกในพื้นที่เฉพาะ โดยมีการจับเวลา

สถานีนี้อาจเกิดอุปสรรคจากระบบขับเคลื่อนเล็กน้อยเนื่องจากเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งมีส่วนทำให้การควบคุมรถในเส้นทางที่จำกัดทำได้ค่อนข้างยาก และความกดดันในเรื่องของเวลาที่เข้ามาเป็นตัวแปร ผู้ขับขี่ต้องเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น แต่ข้อดีคือการที่ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง ทำให้การบังคับควบคุมทำได้ง่ายกว่ารุ่นเดิมอย่างชัดเจน และเวลาที่ได้ถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างดี

กล่าวสรุปมสำหรับ Subaru the All-New Impreza รถยนต์โมเดลแรกที่ใช้โครงสร้างในรูปแบบของ Subaru Global Platform รูปลักษณ์โดยรวมจัดว่ามีความคม และโฉบเฉี่ยวมากกว่ารุ่นเดิม อรรถประโยชน์จากห้องโดยสารพร้อมฟังค์ชั่นต่างๆจัดมาให้ครบครัน โครงสร้างใหม่ซึ่งเป็นต้นทางของรถอีกหลายๆโมเดล เป็นอะไรที่น่าประทับใจ และเห็นด้วยที่รถคันนี้กวาดรางวัลจากองค์กรต่างๆ มาแล้วมากมาย แต่ด้วยการที่ติดกับชื่อของ Impreza ซึ่งหลายคนที่รู้จักพิษสงของรุ่นรุ่นนี้จะนึกถึงซีดานพันธุ์ดุเครื่องยนต์จัดจ้าน ที่ตระเวนคว้าชัยในการแข่งขันรถยนต์รูปแบบต่างๆทั่วโลก

แต่ในยุคปัจจุบัน Subaru the All-New Impreza ถูกดรอปความแรงไว้ด้วยเครื่องยนต์ และระบบเกียร์ ซึ่งจะเหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่าใช้ในการแข่งขัน สำหรับแฟนๆค่ายดาวลูกไก่ คงต้องทำความเข้าใจใหม่ เพราะรถแรงที่เคยรู้จักจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อเรียกรุ่นว่า WRX ซึ่งโมเดลนี้ ยังไม่ถึงเวลาที่ค่ายดาวลูกไก่จะผลิตออกมาสู่สาธารณชน

คำถามบางอย่างในประเด็นที่ว่า Subaru the All-New Impreza จะได้ฤกษ์เข้ามาจำหน่ายในไทยหรือไม่ และเมื่อไหร่ เรามีคำตอบจากบอสใหญ่แห่ง Tan Chong International Limited

เกลน ตัน ผู้บริหารแห่ง Tan Chong International Limited เปิดเผยว่า “สำหรับ Subaru the All-New Impreza อาจไม่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เนื่องจากหลายมูลเหตุทั้งด้านราคา และ ภาษีนำเข้า แต่หากมีกระแสเรียกร้องจากผู้บริโภคชาวไทย อาจนำแผนการจำหน่ายมาตรึกตรองดูอีกครั้งในอนาคต ที่แน่ๆแฟนๆชาวไทยจะได้สัมผัสกับ Subaru Global Platform ซึ่งจะนำมาใช้ในโมเดลของ Subaru XV 2017 โดยจะเข้ามาจำหน่ายในไทยช่วงปลายปีนี้ และราคาจำหน่ายคงไม่หนีไปจากโมเดลปี 2016 แต่อย่างใด”

ในเวลากี่วันหลังจากบอสใหญ่แห่ง Tan Chong International Limited ได้ชี้แจงเรื่องของ “Subaru the All-New Impreza กับการทำตลาดในประเทศไทย” ข่าวดีที่เชื่อถือได้จนเป็นกระแสแรง เมื่อ Fuji Heavy Industry ออกมายืนยันผ่าน www.subaru-global.com ถึงแผนการตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ ตันจง ซูบารุ ออโตโมทีฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่ง Tan Chong International Limited จะถือหุ้น 74.9% และ FHI ถือหุ้น 25.1% โดยใช้เม็ดเงินลงทุนประมาณ 5 พันล้านบาท พร้อมเริ่มต้นผลิตในปี 2019

อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่รอชมตัวจริงของ Subaru the All-New Impreza คงต้องตั้งตารอกันอีกนิดและลุ้นอีกหน่อยว่า โรงงานที่จะสร้างในเมืองไทย จะเริ่มเดินสายพานการผลิตสำหรับรถยนต์เจ้าของรางวัล Japan Car of the Year 2016 หรือไม่ ที่แน่ๆโดยไม่ต้องลุ้น Subaru XV 2017 ปลายปีนี้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยชัวร์

Please follow and like us: