Testdrive: The New Mercedes-Benz E 220 D AMG Dynamic ชายกลางค่ายตราดาว…เนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว

ซีดานหรูรุ่นกลาง มาพร้อมรูปลักษณ์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน จัดเต็มเรื่องเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อความสะดวกสบายอาทิระบบ Active Light System โดยมีไฟแอลอีดี 84 ดวง ควบคุมการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์    ระบบ Amblient Light เลือกสีสันภายในห้องโดยสารมากถึง 64 เฉดสี และฟังค์ชั่น Active Parking Assist อันชาญฉลาด ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดีเซลและเกียร์ 9G Tronic ที่ใช้ทุนพัฒนากว่าแสนล้านบาท

The New Mercedes-Benz E 220 D AMG Dynamic  การเปลี่ยนแปลงครั้งที่ 10 แห่งยนตรกรรมซีดานขนาดกลางของค่ายดาวสามแฉก มาพร้อมดีไซน์ทันสมัยผสมรวมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อความสะดวกสบาย ภายใต้รหัสบอดี้ W  213 ด้วยมิติตัวรถตามขนาดความยาว 4,923 มม. กว้าง 1,852 มม. และสูง 1,468 มม. ใช้โครงสร้างตัวถังแบบอลูมิเนียมแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ออกแบบฝากระโปรงหน้าให้ยาวขึ้น 55 มม. รวมถึงฐานล้อที่กว้างกว่ารุ่นก่อน ทำให้มีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.82 ม.

รูปลักษณ์ได้รับการออกแบบให้โฉบเฉี่ยว ผสมผสานความหรูหรา มีค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานต่ำเพียง 0.24  เติมเต็มความสปอร์ตด้วยชุดแต่งแอโร่พาร์ทจาก AMG เริ่มจากหน้ากระจังติดตั้งโลโก้ตราดาวสามแฉกขนาดใหญ่ รวมถึงกันชนหน้า-หลัง พร้อมสเกิร์ตรอบคัน บนหลังคาเป็นแบบพาโนรามิคซันรูฟเลื่อน เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า

ด้านหลังออกแบบให้ซุ้มล้อดูกว้างกว่าด้านหน้า โคมไฟท้ายเป็นแบบชิ้นเดียวซึ่งภายในโคมแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่งผลให้ด้านท้ายสง่างาม ทั้งยังดุดันด้วยปลายท่อคู่ขอบโครเมี่ยม รวมถึงฝากระโปรงท้ายติดตั้งระบบไฟฟ้าเปิด-ปิดได้แบบอัตโนมัติ

ของแต่งเสริมหล่อของชายกลางจาก AMG ยังรวมไปถึงล้อลายสปอร์ตขอบ 19 นิ้ว หุ้มด้วยยาง Run Flat 8 คู่หน้าขนาด 245/40 19 ส่วนคู่หลังขนาด 275/35 R19 หากมองทะลุไปยังคาลิปเปอร์เบรกจะมีคำว่า “Mercedes-Benz” ที่เบรกคู่หน้า

อุปกรณ์มาตรฐานซึ่งขาดไม่ได้จนต้องพูดถึง คือ ระบบไฟหน้าแบบ Multi Beam LED ซึ่งติดตั้งหลอดไฟมากถึง 84 ดวง ทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์สั่งการ รวมถึงระบบ Active Light System เพื่อปรับโคมไฟหน้าตามการเลี้ยวของพวงมาลัย และ Cornering Light เพิ่มการส่องสว่างขณะเข้าโค้ง

ภายในออกแบบหรูหรา เบาะนั่งเป็นหนังแท้ตัดเย็บประณีต เบาะคู่หน้าปรับระดับโดยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำที่เก็บรายละเอียดไปถึงทิศทางของกระจกมองข้าง ในส่วนของผู้โดยสารตอนหลังพับได้ทั้งแบบ 1/3 และ 2/3 ติดตั้งม่านบังแดดในส่วนประตูหลังและกระจกหลังใช้ระบบไฟฟ้าคอยอำนวยความสะดวก

ส่งความเย็นกระจายทั่วห้องโดยสารผ่านระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ Thermatic แบบ 2-Zone พร้อมฟังค์ชั่น Air Balance Package ช่วยปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร

เสริมสุนทรีย์แห่งการขับขี่ด้วยไฟห้องโดยสารแบบ Amblient Light มีให้เลือกมากถึง 64 เฉดสี พร้อมขับกล่อมเสียงเพลงจากระบบเครื่องเสียง MB Audio 20 ผ่านลำโพงระดับไฮเอนด์จาก Burmester

พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังค์ชั่นแบบสปอร์ตท้ายตัด ติดตั้งระบบ Touch Pad ด้านซ้ายควบคุมจอ Command บริเวณเหนือคอนโซนกลาง ส่วนด้านขวาควบคุมจอแสดงผลแบบ Wild Screen Cockpit บริเวณแดชบอร์ด รวมถึงมีก้านเปลี่ยนเกียร์แบบแพดเดิลชิพท์

ความโดดเด่นภายในรถคันนี้ คือ จอแสดงผลหลัก Widescreen Display ขนาด 12.3 นิ้ว แบ่งเป็น 2 จอ ในรูปแบบของ TFT-Thin film transistor ความละเอียด 1,920 x 720 พิกเซล ทำหน้าที่ประมวลผล และแจ้งข้อมูลรายละเอียดต่างๆของรถ สามารถเลือกแสดงผลได้ถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ Classic Sport และ Progressive ซึ่งแตกต่างกันในด้านกราฟิก ทั้งนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อระบบ Apple Car Play และ Android Auto มาพร้อมระบบนำทางในตัว และมีช่องเสียบ USB, SD Card, Bluetooth และฟังก์ชั่นสั่งงานด้วยเสียง

The New Mercedes-Benz E 220 D AMG Dynamic  ติดตั้งขุมพลังดีเซลเทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ซึ่งทุ่มทุนไปด้วยงบประมาณกว่าแสนล้านบาท ในรหัส OM 645 ขนาดความจุ 1,950 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้าที่ 3,800 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที

กำลังทั้งหมดถูกส่งผ่านมายังระบบเกียร์แบบใหม่ 9G Tronic พัฒนากลไกภายในจนทำให้ได้ความประหยัดเพิ่มขึ้น 6.5 % ถ้าเทียบกับเกียร์รุ่นเดิม  อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ใช้เวลา 7.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 25.6 กม./ลิตร และคายไอเสีย 102 กรัม/กม.

ระบบช่วงล่าง Agility Control Suspension แบบโช๊คอัพสปริงปรับความหนืดได้ในตัว และทำตัวรถเตี้ยลงมา 15 มม. มาพร้อมกับ 5 โหมดการขับขี่ ได้แก่ Eco Comfort Sport Sport Plus และ Manual

ระบบความปลอดภัยอัดแน่นในสไตล์รถหรู นอกจากถุงลมนิรภัย ซึ่งติดตั้งมาให้ทั้งหมด 9 ใบ กระจายทั่วห้องโดยสาร ยังมีระบบอีกหลายรูปแบบ รวมถึงระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ และที่เป็นทีเด็ดคือ ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ Active Parking Assist อันชาญฉลาด

ทดลองขับชายกลาง

เส้นทางกรุงเทพ-เขาใหญ่

การเดินทางทดลองขับ The New Mercedes-Benz E 220 D AMG Dynamic ทาง บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้จัดเส้นทางทดสอบโดยมีจุดเริ่มต้นจากโรงแรมสุโขทัย ย่านถนนสาทร โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ Atta Resort Khao Yai จ.นครราชสีมา ระยะทางไปกลับร่วม 600 กม. ตามสภาพเส้นทางที่สะท้อนการใช้งานจริงได้อย่างสมบูรณ์

รูปลักษณ์ของ The New Mercedes-Benz E 220 D AMG Dynamic อาจจะให้อารมณ์แตกต่างไปจากรุ่นก่อนที่คงไว้ในรูปแบบของไฟหน้าคู่ แต่มารุ่นที่ 10 ดีไซน์ได้เปลี่ยนไปในรูปแบบคล้ายคลึงกับ ซี คลาสส์ ซึ่งหากดูผิวเผินอาจจะแยกไม่ออกด้วยซ้ำ

อัตลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้มีส่วนช่วยเติมเต็มจากเทคโนโลยีไฟหน้าอัจฉริยะแบบ Multi Beam LED อัดแน่นไปด้วยหลอดไฟแอลอีดีถึง 84 หลอด เมื่อทำงานร่วมกับระบบ Active Light System และ ระบบ Cornering Light ซึ่งรับคำสั่งและประมวลผลจากคอมพิวเตอร์โดยใช้เซนเซอร์ที่ติดตั้งจากด้านหน้าตัวรถ อย่างเช่นในกรณีที่เปิดไฟสูงแล้วมีรถสวนมา ระบบจะตัดการทำงานของไฟบางดวงเพื่อตัดลำแสงที่จะส่องไปยังรถเลนสวน โดยไม่สร้างความบรำคาญหรือบดบังทัศน์วิสัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนน

ห้องโดยสารยังคงความโอ่โถง อลังการงานสร้างกับ Ambient Light ที่เลือกสีสันแห่งความสุนทรีย์ได้ถึง 64 เฉดสี พร้อมขับกล่อมบทเพลงผ่านลำโพง จาก Burmester ให้คุณภาพเสียงชัดเจนสมจริง สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างระบบ Touch Pad ที่พวงมาลัย ใช้งานง่ายแต่ต้องทำความเข้าใจสักนิด ถึงจะเลือกเมนูและสั่งการระบบต่างๆได้ตามใจต้องการ สำหรับ Widescreen Display ขนาด 12.3 นิ้ว แสดงผลด้วยภาพที่คมชัด หากทำความคุ้นชินสักพัก ระบบต่างๆก็สามารถควบคุมได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

เครื่องยนต์และระบบเกียร์ที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า เมอร์เซเดส ใช้ทุนในการพัฒนาไปกว่าแสนล้านบาท แรงม้าทั้ง 194 ตัว และแรงบิด 400 นิวตันเมตร จากเครื่องยนต์ตัวนี้อาจน้อยไปสักนิด แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งาน และที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือเสียงเครื่องยนต์เงียบมาก ต่างจากเครื่องยนต์ดีเซลที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด พูดได้ว่าเงียบจนต้องตั้งใจฟังเสียงว่าเครื่องยนต์รุ่นนี้เป็นดีเซลหรือเบนซินกันแน่

จุดเด่นอีกเรื่องคือระบบเกียร์ 9GTronic พัฒนามาได้อย่างลงตัว การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ที่นุ่มนวล แทบจะไร้รอยต่อคล้ายคลึงกับรูปแบบของเกียร์ซีวีที ทั้งหมดถูกควบคุมโดยระบบ Agility Control โดยเลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 5 รูปแบบ ถ้าอยากขับสบายๆและประหยัดต้องเป็นโหมด Eco ช่วยให้ทั้งเครื่องยนต์ เกียร์ และพวงมาลัย ทำงานอย่างราบรื่น ซึ่งถ้าอยากซ่าต้องปรับไปโหมด Sport Plus ระบบจะเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์และเกียร์ อย่างเต็มประสิทธิภาพ รอบเครื่องถูกสั่งการให้มารอการเติมคันเร่งเพื่อทะยานอย่างห้าวหานในทุกรอบความเร็ว

นอกจากการปรับโหมดการใช้งาน ยังมีแยกย่อยในส่วนของระบบ Dynamic Steering ได้ 2 รูปแบบ คือ Comfort และ Sport ซึ่งจะปรับน้ำหนักของพวงมาลัยตามการปรับโหมด Comfort จะให้ความสะดวกสบาย น้ำหนักพวงมาลัยค่อนข้างเบา แต่ถ้าเลือกโหมด Sport พวงมาลัยจะให้ความรู้สึกกระชับ มีระยะฟรีน้อย ทั้งนี้เพื่อรองรับการใช้งานที่ดุดันเรียกได้ว่าซิ่งได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

ทีเด็ดสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีอัจฉริยะทำให้ The New Mercedes-Benz E 220 D AMG Dynamic มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นั่นคือ ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ พร้อมเซ็นเซอร์ช่วยจอด ผมขอเรียกสั้นๆว่า”ระบบกุมารทอง” ฟังค์ชั่นนี้ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายเพียงกดปุ่มเปิดการทำงานบริเวณคอนโซลกลาง ระบบช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องบังคับควบคุมทิศทางรวมถึงเบรคและเข้าเกียร์แต่อย่างใด โดยระบบจะประมวลผลผ่านเซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอดและกล้องแสดงภาพรอบทิศทางซึ่งสามารถรับชมภาพได้ทุกมุมมอง ทั้งจอดขนาน และจอดเข้าซอง เมื่อเซนเซอร์ตรวจ พบพื้นที่ว่าง ผู้ขับขี่เพียงแค่เข้าเกียร์ถอยหลังเพียงครั้งเดียว ที่เหลือปล่อยหน้าที่ให้ระบบจัดการ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยนำรถออกจากที่จอดแบบอัตโนมัติได้อีกด้วย

The New Mercedes-Benz E 220 D AMG Dynamic ถือเป็นคำตอบให้กับผู้ที่ต้องการความหรูหรา สะดวกสบาย มาพร้อมกับฟังค์ชั่นการใช้งานแบบจัดเต็ม ทั้งรูปลักษณ์ความสง่างาม แต่ถูกลบภาพของไฟ 2 ดวง สัญลักษณ์ประจำรถรุ่นนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย ภายในห้องโดยสารอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะในรูปแบบต่างๆซึ่งเติมเต็มสำหรับสุนทรีย์แห่งการขับขี่และให้ความเพลิดเพลินกับผู้โดยสาร ในด้านของสมรรถนะถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งาน แต่สำหรับผม ระบบช่วงล่างอาจจะนุ่มนวลไปสักนิดเมื่อต้องใช้ความเร็วสูง ในมุมกลับกัน ความสะดวกสบายเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ให้กับผู้บริหารสมัยใหม่ รวมถึงทาร์เก็ตกรุ๊ปซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ค่ายตราดาวไม่ได้ชี้ชัดไปในส่วนของวัยมัน

Please follow and like us: