(มีคลิปวีดีโอ) Testdrive Nissan Kicks e-Power ขับทางไกลครั้งแรก ผลดีเกินคาด

Nissan Kicks e-Power รถยนต์พลังไฟฟ้าที่ไม่ต้องเสียบปลั๊ก มาพร้อมเทคโนโลยี One Pedel พัฒนาใหม่ รวมถึงอัดแน่นไปด้วยตัวช่วยการขับขี่จาก Nissan Intelligent Mobility ที่ใส่เต็มแบบไม่มีกั๊ก โดยการทดสอบในครั้งนี้ใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี ระยะทางรวม 300 กม. ผลที่ว่าดีเกินคาดจะเป็นเช่นไร ติดตามได้เลยครับ

การสัมผัสในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 หลังจากได้รีวิวช่วงเปิดตัว (สามารถคลิ๊กเพื่อรับชม) และทดลองขับในสถานที่ปิด (สามารถคลิ๊กเพื่อรับชม) แต่ครั้งนี้ถือเป็นการทดลองขับทางไกลครั้งแรก

Nissan Kicks 1

หลายคนที่ติดตามเทคโนโลยีรถไฟฟ้ารุ่นล่าสุดของค่ายนิสสัน คงทราบข่าวเป็นอย่างดีถึงโรคเลื่อนซึ่งเป็นผลกระทบมาจากพิษโควิด-19 จนทำให้การเปิดตัวจากต้นปีเป็นช่วงเดือนเมษายน หนำซ้ำยังเลื่อนการส่งมอบให้กับลุกค้าลอตแรกรวมเกือบ 4 เดือนเต็ม สาเหตุจากชิ้นส่วนกันฝุ่นใต้ท้องรถที่ไม่ได้คุณภาพ จนเป็นต้นเหตุให้ชะลอการส่งมอบไปถึงประเทศญี่ปุ่น แต่แล้วทุกอย่างก็กลับสุ่สภาวะปกติ และเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าทั่วโลกได้ในเวลาถัดมา

Nissan Kicks 2

การกระตุ้นยอดจำหน่ายให้กับรถรุ่นนี้ และเป็นรถที่ใช้ในการทดสอบซึ่งมาพร้อมกับชุดแต่งรูปลักษณ์สปอร์ตในรุ่น Premier Edition ที่มาทั้งสีตัวรถ หลังคาทูโทน สเกิร์ตหน้า หลัง และข้าง รวมถึงสปอยเลอร์หลังสีดำเงา เช่นเดียวกับล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว พร้อมสัญลักษณ์ Premier Edition บริเวณเสากลางตัวรถ คิ้วบันไดสแตนเลสและที่คอนโซลกลาง แป้นวางเท้าทรงสปอร์ต โดยชุดแต่งพิเศษนี้มีให้สำหรับ สีขาว สตอร์ม ไวท์ และสีส้ม โมนาร์ช ในราคา 1,099,000 บาท เพิ่มจากรุ่นท๊อพ (VL) ประมาณ 50,000 บาท

Nissan Kicks 3

Nissan Kicks 4

Nissan Kicks 6

ภายในตกแต่งสีฉูดฉาดด้วยคอนโซลสีดำพร้อมเบาะนั่งหนังทูโทนสีส้มดำ ทำให้ดูสปอร์ตและทันสมัยมากขึ้น สำหรับความใหญ่โตภายในห้องโดยสาร อาจจะเล็กไปนิดเมื่อเทียบกับคู่แข่งทั้ง Mazda CX-30 แต่ก็ใหญ่กว่า Toyota CHR

Nissan Kicks 6

พวงมาลัยเป็นแบบ D-Shape จับถนัดมือและให้การบังคับควบคุมที่ค่อนข้างแม่นยำ และมีสวิตช์ควบคุมและสั่งการระบบต่างๆของ Nissan Intelligent Mobility ที่บอกได้ว่า นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ค่อนข้างใจป้ำ จัดเต็มกับตัวช่วยการขับขี่ อาทิ เทคโนโลยีควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ, เทคโนโลยีเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ, เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ, เทคโนโลยีช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ, เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา,เทคโนโลยีกล้องมองหลังอัจฉริยะทำงานร่วมกับ เทคโนโลยีเตือนรถในทางสวนขณะถอยรถ,เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง และเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection – MOD)

Nissan Kicks 7

ชุดหน้าจอ TFT Digital Meter ขนาด 7 นิ้วถูกหยิบยกมาจาก Nissan Almera ซึ่งให้ภาพคมชัด และแสดงสถานการณ์ทำงานของระบบไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อน นอกจากนี้ยังแสดงข้อมูลการขับขี่ รวมถึงการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แสดงมาตรวัดอุณหภูมิภายนอก มาตรวัดความเร็ว ระบบการขับขี่และการควบคุม รวมถึงข้อมูลและความบันเทิงขณะขับขี่

Nissan Kicks 8

คอนโซลกลางมีจอทัชสกรีนที่ใหญ่สุดในแซกเมนต์ขนาด 8 นิ้ว ควบคุมการทำงานในภาคบันเทิง และสามารถเชื่อมต่อได้กับระบบ Apple Carplay ซึ่งยังไม่สามารถทำงานร่วมกับ Android Auto ได้ ซึ่งในอนาคตอันใกล้อาจจะใช้งานร่วมกันได้ทั้ง 2 ระบบ

Nissan Kicks 9

บริเวณคอนโซลเกียร์จะมีปุ่มควบคุมการทำงานของโหมดขับขี่ซึ่งประกอบด้วย 4 รุปแบบคือ Normal mode, S (Smart) mode, ECO mode และ EV mode รวมถึงปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์

Nissan Kicks 10

คันเกียร์ด้ามเล็กใช้ไฟฟ้าสั่งการ และใกล้กันคือ Auto Brake Hold และ เบรกมือแบบไฟฟ้า

Nissan Kicks 11

เทคโนโลยี e-Power มาจากเครื่องยนต์ HR12DE ขนาด 1.2 ลิตร แถวเรียงแบบ DOHC (Double Overhead Camshaft) 12 วาล์ว 3 สูบ รับภาระในการสร้างพลังงาน ก่อนจะส่งไปยังเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) ซึ่งคอยควบคุมพลังงาน ก่อนถูกส่งไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ EM57 ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตรที่ใช้ในการขับเคลื่อน หรือเข้าสู่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) จำนวน 4 โมดูลที่เก็บไว้บริเวณใต้เบาะนั่งคู่หน้า และได้เคลมอัตราสิ้นเปลืองไว้ที่ 23.8 กม./ลิตร

Nissan Kicks 12

ระบบช่วงล่างหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม ซึ่งทั้งหน้าและหลังมีการติดตั้งเหล็กกันโคลงมาให้เสร็จสรรพ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ เทคโนโลยีช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ และเทคโนโลยีช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง

การทดสอบในครั้งนี้ที่จั่วหัวไว้ว่าเป็นการขับทางไกลและผลดีเกินคาดเกิดจากหลายปัจจัยที่สัมผัสได้ มาเริ่มกันที่การใช้งานในเมืองก่อนไปถึงการใช้งานนอกเมืองเพื่อไปยังปลายทางที่จังหวัดกาญจนบุรี

Nissan Kicks 14

เริ่มจากการทำงานของระบบ One-Pedel เป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก e-Pedel เดิมที่อยู่ใน Nissan Leaf ไม่ว่าจะเป็นโหมด Eco, Sport หรือ EV จะมีแรงเฉื่อยเมื่อคุณถอนเท้าออกจากคันเร่ง แต่ไม่ถึงกับหัวทิ่มเหมือนแบบเดิม ยกเว้น Normal ทีทำงานคล้ายกับเครื่องยนต์สันดาป เมื่อถอนเท้าออกจากคันเร่ง จะไม่มีแรงเฉื่อยและรถจะไหลไปตามความเร็ว

Nissan Kicks 15

การทำงานของ EV โหมดจะมีข้อจำกัดอยู่พอสมควร เนื่องจากต้องมีกำลังจากแบตเตอรี่เพียงพอ และกำลังจากแบตเตอรี่จะถูกล๊อคไว้ต่ำสุดไม่เกิน 40 % และสูงสุดไม่เกิน 90% เพื่อรักาอายุการใช้งานของแบตเตอรี่นั่นเอง

Nissan Kicks 16

EV Mode ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวและสามารถทำได้ในระยะทางไม่เกิน 3 กม. ซึ่งระยะทางอาจจะลดลงเมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้น และสามารถรีชาร์จพลังกลับมาที่แบตเตอรี่ให้เต็ม 90% ในเวลาไม่เกิน 10 นาที ส่วนความเร็วสูงสุดที่สามารถใช้ในโหมดนี้คือไม่เกิน 100 กม./ชม.ก่อนที่เครื่องยนต์จะกลับมาสตาร์ทใหม่อีกครั้งเพื่อเติมกำลังไฟกลับไปยังแบตเตอรี่

Nissan Kicks 17

ในส่วนของ Eco Mode จะเป็นทางเลือกที่เหมาะกับความประหยัด เพราะจะช่วยให้การรีชาร์จกำลังไฟกลับไปสู่แบตเตอรี่ได้เร็วขึ้นจากแรงเฉื่อยในกรณีถอนเท้าออกจากคันเร่ง แต่ถ้ารีบเร่ง Sport จะตอบโจทย์ได้ทันทีและปล่อยกำลังมาเต็มโดยที่ไม่ต้องรอรอบเหมือนเครื่องยนต์สันดาป และสำหรับแรงเฉื่อยที่เกิดขึ้น ยังทำหน้าที่แทนเบรกได้อีกด้วยเพราะสามารถทำงานจนรถหยุดสนิท

Nissan Kicks 18

เทคโนโลยีของ Nissan Intelligent Mobility กับการใช้งานในเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นคือ เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW) เพราะทันทีที่เปิดไฟเลี้ยวระบบจะส่งเสียงสัญญาณพร้อมไฟกระพริบเตือนให้รู้ล่วงหน้าว่าขณะนั้นกำลังมีรถคันอื่นอยู่ในช่องทางขับขี่ด้านข้างซึ่งผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็น และ เทคโนโลยีเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning – IFCW) จะส่งสัญญาณเสียงพร้อมสัญลักษณ์เตือนบนหน้าปัด หากพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้า เมื่อระบบทำงานร่วมกับเทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking – IEB) ซึ่งช่วยวิเคราะห์ระยะห่างและความเร็วของรถยนต์ด้านหน้า เพื่อชะลอความเร็วและหยุดรถเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดจากอุบัติเหตุ

Nissan Kicks 24

ส่วนการขับขี่นอกเมือง เส้นทางที่ใช้จากกทม.มุ่งสู่ราชบุรี ลัดเลาะตะเข็บชายแดนช่วงสวนผึ้งก่อนตัดเข้ากาญจนบุรียังคงต้องยกให้ One-Pedel เป็นพระเอก เส้นทางทั้งเนินชัน โค้งคดเคี้ยว ต้องบอกไว้ว่า Nissan Kicks e-Power นั้นเป็นรถที่ขับสนุก เพราะไม่ต้องรอบรอบเหมือนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป แถมในกรณีลงเนินยิ่งเป็นตัวช่วยในการรีชาร์จพลังกลับไปที่แบตเตอรี่ได้เร็วยิ่งขึ้น

Nissan Kicks 22

ช่วงขับขี่นอกเมืองนั้น สายตาไม่ได้มองถนนเพียงอย่างเดียว เพราะหมั่นมองพลังงานแบตเตอรี่ ถ้าเต็มเมื่อไหร่ก็เป็นอันสับไปที่ EV Mode ตัดสลับกันไปตลอดจนถึงปลายทาง

Nissan Kicks 25

การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารสอบผ่านฉลุย โครงสร้างแบบ Zone Body ถูกออกแบบให้มีการรับแรงสั่นสะเทือนได้ดีและมีการติดตั้งวัสดุซับเสียงในทุกมิติ รวมถึงกระจกหน้าแบบ Acoustic Glass ช่วยเก็บเสียงที่เร็ดรอดเข้าห้องโดยสาร ทำให้ได้ห้องโดยสารที่เงียบ

การยึดเกาะถนนให้ประสิทธิภาพสูงจากเหล็กกันโคลงที่มีทั้งด้านหน้าและหลัง แถมด้วยระบบ Intelligent Trace Control ที่ช่วยลดความเร็วของล้อฝั่งในโค้งให้เหมาะสมและในส่วนของสภาพเส้นทางที่มีเนินชัน Hill Start Assisst เป็นอีกหนึ่งตัวช่วย เพราะจะทำหน้าที่เบรกรถค้างไว้เพิ่มอีก 3 วินาที เพื่อกันไม่ให้รถไหล แต่ทั้งนี้ Auto Brake Hold ทำงานได้ดีกว่าเพราะเบรคค้างได้นานถึง 15 นาทีเลยทีเดียว

Nissan Kicks 27

บทสรุปของการทดสอบทางไกลถือว่าตัวเลขประหยัดเชื้อเพลิงเมื่อถึงปลายทางเป็นที่น่าพึงพอใจ ระยะทาง 300 กม. จากกทม.-กาญจนบุรี อยู่ที่ 19.5 กม./ลิตร ซึ่งจริงๆแล้ว การใช้งานในเมืองเพียงอย่างเดียวจะประหยัดกว่า ส่วนที่ว่าการใช้งาน Nissan Kicks e-Power อย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด นั่นคือต้องปรับพฤติกรรมการใช้งานให้สนิทสนมกับระบบ E-Power และ One Pedel ให้ได้เร็ว คุณก็จะได้มาซึ่งความประหยัด ส่วนฟีเจอร์ต่างๆที่ติดตั้งมาให้ เพียงเท่านี้ก็แน่นคันมากกว่าคู่แข่งในเซกเมนตืเดียวกันแต่หากมี Kick Sensor สำหรับเปิดฝาท้ายด้วยล่ะก็ ทุกอย่างจะเพอร์เฟคครับ

Nissan Kicks 28

Nissan Kicks 30

Please follow and like us: