Testdrive:SuZuki Swift RX II อัพเกรดออฟชั่น และสมรรถนะ แต่จำหน่ายในราคาเดิม

ถึงเวลาที่ค่าย ซูซูกิ จะปรับโฉมให้กับอีโค่คาร์รุ่นธงในสไตล์ไมเนอร์เชนจ์ ซึ่งรถโมเดลนี้กวาดยอดจำหน่ายทั่วโลกไปแล้วกว่า 5 ล้านคัน การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ขนานนามตามชื่อเรียกรุ่น “Suzuki Swift RX II” โดยส่งเข้าสังเวียนรถเล็กกลุ่มอีโค่คาร์ ด้วยการคงราคาจำหน่ายเดิม แต่มีส่วนเพิ่มเติมเพื่อเสริมความสปอร์ตมากขึ้นกว่ารุ่นก่อน สมรรถนะการขับขี่บนระยะทางกว่า 200 กม.จะน่าประทับใจหรือไม่ ติดตามผลการทดสอบได้เลยครับ

Suzuki Swift RX II เป็นการปรับโฉมครั้งที่ 5 หลังจากที่อีโค่คาร์โมเดลนี้ได้กำเนิดในประเทศไทยเมื่อปี 2012 และสามารถกวาดยอดจำหน่ายทั่วโลกไปแล้วกว่า 5 ล้านคัน แต่ในครั้งนี้ คอนเซปต์การตกแต่งคือ “ล้ำ…ที่สไตล์ สุด…กับทุกฟังค์ชั่น” ยังคงเป็นการปรับแต่งไม่มากสักเท่าไหร่ ทั้งนี้ทีมงานซูซูกิได้ให้ข้อมูลชัดเจนว่าเป็นผลจากการสำรวจตามความต้องการของผู้บริโภค

รูปลักษณ์ของ Suzuki Swift RX II ยังถือว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมสักเท่าไหร่นัก ความโดดเด่น สะดุดตา มาในรูปแบบของออฟชั่นที่ถูกติดตั้งเพิ่มเติม อาทิโคมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ HID ปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ ไฟตัดหมอกเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ได้ปรับใหม่มาพร้อมไฟ LED เปิด-ปิดตามการทำงานของไฟหรี่ ด้านบนหลังคามีเสาอากาศในรูปแบบของครีบฉลาม

ล้อแมกลาย 5 ก้านคู่สี Gun Metallic ขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 185/55 R16 ถือเป็นสิ่งชูโรงที่ทำให้ Suzuki Swift RX II ดูสปอร์ต ดุดัน ขึ้นมาทันที แต่หากใครที่ติดตามรถยนต์โมเดลนี้จะสังเกตุได้ว่ารถคันนี้เป็นการผสมผสานระหว่าง Swift RX กับ Swift SEI และทำออกมาได้ค่อนข้างลงตัวทีเดียว

ภายในยังคงสไตล์เดิมๆไว้ครบถ้วน ทั้งลวดลายของเบาะนั่ง แผงข้าง รวมถึงคอนโซลกลาง จะมีก็แต่ระบบเกียร์แพดเดิลชิฟท์ที่ช่วยเพิ่มเติมอรรถรสในการขับขี่ให้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ออฟชั่นอย่างครูสคอนโทรลไม่ได้ถูกตัดออกไปแต่อย่างใด และกลับมีบทบบาทขึ้นมาทันทีสำหรับใช้ในการเดินทางไกลอย่างเช่นการทดสอบสมรรถนะในครั้งนี้

ขุมพลังใช้เป็นเครื่องยนต์รหัส K 12 แบบเบนซิน 4 สูบ ขนาดความจุ ขนาด 1.25 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 118 นิวตันเมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาที จับคู่ด้วยชุดเกียร์แบบ CVT และรองรับน้ำมัน E20 รวมถึงระบบช่วงล่างยังคงใช้ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม

สำหรับการทดสอบในครั้งนี้ทางบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์(ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดเส้นทางทดสอบระยะทางประมาณ 200 กม. จากกรุงเทพ มุ่งสู่ปลายทางที่จ.ระยอง ซึ่งถือเป็นระยะทางที่เหมาะสมสำหรับรถเล็กในกลุ่มอีโค่คาร์อย่าง Suzuki Swift RX II

ถ้าอ้างอิงจากการเป็นเจ้าของ Suzuki Swift หรือรถคันรักที่ผมครอบครองมากว่า 3 ปี ต้องบอกว่ารถคันนี้ถึงแม้รูปร่างหน้าตาจะไม่ได้แปลกไปจากเดิมสักเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปนั่นคือเรื่องของสมรรถนะการยึดเกาะ หลังจากทดลองขับจากทม.มาถึงระยอง ความแตกต่างสำหรับรถที่เป็นเจ้าของ กับรถทดลองขับคันนี้คือการเฟริ์มของระบบช่วงล่าง ทั้งที่เมื่อเทียบสเปคดูแล้วแทบจะไม่มีความแตกต่าง

ความทรงจำเดิมๆในด้านช่วงล่างที่ค่อนข้างนุ่มจนออกแนวย้วย แต่พอได้มาขับ Suzuki Swift RX II ทำให้ลบความทรงจำเดิมออกไปในรูปแบบหนังคนละม้วน ช่วงล่างที่ติดตั้งมากับรถคันนี้เป็นอะไรที่ลงตัวกว่ารุ่นที่ผมใช้อย่างเห็นได้ชัด เดิมทีหากกระโดดคอสะพานจะออกแนวกระเด้งกระดอน จนทำให้ต้องอัพเกรดระบบโช๊คอัพ และสปริงใหม่ แต่พอมาเป็นรุ่นนี้ ความหนึบเป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาให้กับอีโค่คาร์รุ่นล่าสุดจากค่ายซูซูกิได้เป็นอย่างดี และทำให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ

ใครว่ารถเล็กจะเดินทางไกลลำบาก ต้องบอกว่าเป็นการคิดผิด เนื่องจากการทำงานของระบบช่วงล่างที่เปลี่ยนไป ออฟชั่นเสริมอย่างระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติหรือ Cruise Control มีส่วนช่วยให้การเดินทางไกลเป็นไปได้อย่างไม่เหนื่อยล้า และทำงานเริ่มต้นตั้งแต่ความเร็ว 45 กม./ชม.

หากอยากเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ แพดเดิลชิฟท์ที่พวงมาลัย จะทำให้ลืมระบบเกียร์ ซีวีที ไปได้แน่นอน แต่ขั้นตอนการทำงานของแพดเดิลชิฟท์ ของรถค่ายนี้อาจไม่เหมือนกับค่ายคู่แข่ง เพราะระบบฯจะไม่สามารถปรับลดตำแหน่งเกียร์ได้อย่างอิสระ กล่าวคือสมองกลของรถจะประมวลผลความสัมพันธ์ระหว่างเกียร์กับความเร็ว แต่ในกรณีที่จะลดตำแหน่งเกียร์ให้กลายเป็น Engine Brake นั้นไม่สามารถทำได้ สาเหตุมาจากการป้องกันการสึกหรอของทั้งระบบเกียร์และของเหลวที่อยู่ภายในซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับชิ้นส่วนอะไหล่ดังกล่าว

อีกหนึ่งเรื่องที่มีผลต่อการใช้งานของผู้ใช้รถใช้ถนนคือระบบปรับทิศทางแสงตามความสูงของตัวรถ เซนเซอร์ในการตรวจจับจะติดตั้งไว้ใต้ท้องรถใกล้กับท่อไอเสีย หากมีน้ำหนักกดทับทำให้ด้านหน้าของรถเชิดขึ้น เซนเซอร์จะสั่งงานไปที่โปรเจคเตอร์เลนส์ปรับแสงให้อยู่ในตำแหน่งเดิมก่อนที่จะมีน้ำหนักกดทับ เพื่อไม่ให้แสงไฟส่องไปยังรถที่สวนทางมา

สรุปง่ายๆสำหรับ Suzuki Swift RX II ถือว่าเป็นการอัพเกรดออฟชั่นและสมรรถนะที่ดีขึ้นกว่าเดิม และถือว่าเป็นที่สุดของรถโมเดลนี้แน่นอน ความเปลี่ยนแปลงด้านรูปลักษณ์ที่เพิ่มเติมในส่วนของความสปอร์ตทั้งล้อแมกลายใหม่และชุดไฟหน้าแบบแอลอีดี รวมถึงสมรรถนะด้านการยึดเกาะที่ช่วยให้การเดินทางไกลไม่เมื่อยล้า ลบภาพเดิมๆของรถอีโค่คาร์ที่ถูกจัดให้ใช้งานในเมืองเป็นหลัก ทั้งนี้ ซูซูกิ มอเตอร์(ประเทศไทย) ยังยืนยันที่จะจำหน่ายในราคาเดิมเพียง 599,000 ผมพูดได้ว่า Suzuki Swift RX II นั้นมาถึงสุดทาง ซึ่งคุ้มค่าต่อผู้ที่กำลังจะซื้อไปใช้เป็นพาหนะประจำตัวเพราะออฟชั่นทุกอย่างมาครบตามคอนเซปต์ “ล้ำ…ที่สไตล์ สุด…กับทุกฟังค์ชั่น”

ในด้านหลังการขายที่หลายคนยังกล้าๆกลัวๆ อย่าพึ่งไปกังวล เพราะตามหัวเมืองใหญ่ๆทั่วประเทศจะมีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการซึ่งมีคลังอะไหล่ทุกรูปแบบไว้คอยลูกค้า รวมถึงเพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภคด้วยการขยายศูนย์บริการจากปัจจุบัน 103 แห่ง ให้กลายเป็น 120 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้ ทั้งหมดเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิในประเทศไทย ที่เพิ่มความใส่ใจและจริงจังต่อสินค้าและการให้บริการ

เรียบเรียงข้อมูลและทดสอบโดย ณัฐเทพ เผ่าจินดา

Please follow and like us: