TOYOTA SIENTA 1.5 V (ภาพ+คลิป) เอมพีวี 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์ไฟฟ้า ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

      รถครอบครัวรูปลักษณ์ทันสมัย สะดวกสบายไปกับประตูสไลด์ไฟฟ้า ปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยได้หลากหลาย ปลอดภัยด้วยดิสเบรก 4 ล้อ มากับเครื่องยนต์บล็อกใหม่ ถ่ายกำลังผ่านระบบเกียร์ซีวีที พร้อมระบบ Sport Sequential Shift 7 จังหวะ ขึ้นโชว์ตัวทุกโชว์รูมในเวลาไม่ถึงเดือน กวาดยอดจองไปแล้วกว่า 1,500 คัน

      มวยแทนรุ่นล่าสุดซึ่ง โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำมาจำหน่ายหลังจากเริ่มปลดระวาง AVANZA  สั่งตรงมาจากประเทศอินโดนีเซียเพื่อลงสังเวียนรถเอมพีวี 7 ที่นั่ง คู่แข่งตัวจริงของ HONDA FREED,BR-V และ SUZUKI ERTIGA หลังจากเปิดตัวช่วงกลางเดือนสิงหาคม และขึ้นโชว์พร้อมขายทุกโชว์รูมทั่วประเทศไปเมื่อปลายเดือนกันยายน ทำยอดจองไปแล้วกว่า 1,500 คัน ตัวเลขการันตีความคุ้มค่า ในราคาย่อมเยา ถือเป็นการต้อนรับที่ตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้รถชาวไทยได้อย่างร้อนแรง

      ย้อนไปเมื่องานเปิดตัว TOYOTA SIENTA สิ่งแรกที่เห็นหลังจากผ้าคลุมถูกเปิดออก หลายคนอาจมองว่าเป็นรถที่หน้าตาแปลกประหลาด ไม่คุ้นตา แต่สำหรับคนที่ติดตามการพัฒนาในด้านการออกแบบ จะสังเกตได้ว่าเทรนโลกได้มีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา จนกลายเป็นงานดีไซน์ที่ทันสมัยไปพร้อมกับความโค้งมนของเส้นสาย และแน่นอนว่าการใช้งานรูปแบบอเนกประสงค์ยังคงเป็นแนวทางการพัฒนารถยนต์ในเซกเมนต์เอมพีวีเพื่อความสะดวกสบายสำหรับการใช้งาน

      TOYOTA SIENTA มากับแนวคิดการออกแบบโดยมีแรงบันดาลใจจาก “Urban Trekking Shoes” หรือ “รองเท้าเดินป่าสมัยใหม่” โดดเด่นและสะดุดตาด้วยรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย มากับขนาดตัวรถกะทัดรัดในมิติตัวถังที่มีความกว้าง 1,695 มม. ยาว 4235 มม. และ สูง 1,695 มม. ซึ่งถือเป็นรถที่มีขนาดกว้างและยาวสุดเมื่อนำมาเทียบกับคู่แข่ง มีระยะจากพื้นถึงตัวรถเพียง 170 มม. เพื่อการเข้าออกห้องโดยสารที่สะดวกสบาย

      TOYOTA SIENTA มากับเส้นสายโค้ง เว้า รับกันรอบตัวรถ และส่งไปถึงความพลิ้วไหวของโคมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ Bi-Beam LED พร้อมติดตั้งไฟกลางวันไว้ที่มุมกันชน ส่วนไฟท้ายเป็นแบบ Light Guiding ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วหุ้มยาง 195/50

      นอกจากรูปลักษณ์โดดเด่นทีมออกแบบยังเพิ่มความสะดวกสบายด้วยระบบประตูสไลด์อัตโนมัติสั่งการได้จากสวิทช์บริเวณผู้ขับขี่และรีโมทคอนโทรล ซึ่งได้รับการติดตั้งระบบป้องกันการหนีบหรือ Jam Protection เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

      ภายในเป็นรูปแบบเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ตกแต่งโทนสีดำ เบาะนั่งแถว 2 แยกพับได้แบบ 50:50 ซึ่งสามารถยกและพับได้ในจังหวะเดียว โดยใช้ชื่อเรียกว่าระบบ 1-Touch Tumble สามารถเพิ่มพื้นที่สำหรับบรรทุกสัมภาระด้วยการพับเบาะแถว 3 เก็บไว้ใต้เบาะแถว 2 เพื่อความเป็นระเบียบ

      ห้องโดยสารได้รับการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆเพื่อสะดวกในการใช้งาน แผงแดชบอร์ดเป็นมาตรวัดเรืองแสง Optriton มีจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT 4.2 นิ้ว พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย ใกล้กันมีปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์

      คอนโซลกลางติดตั้งเครื่องเล่นดีวีดีหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว และระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลหน้าติดตั้งระบบรักษาความเย็น (Cool Box) พร้อมเพิ่มที่วางของ รวมถึงช่องเก็บของสำหรับผู้โดยสารทุกแถว

      ในส่วนผู้โดยสารแถว 3 จะมีระบบปรับอากาศติดตั้งไว้โดยเฉพาะเพื่อส่งความเย็นทั่วห้องโดยสาร รวมถึงติดตั้งจอแอลอีดีขนาด 8 นิ้ว

      TOYOTA SIENTA  ใช้ขุมพลังแบบเดียวกับ VIOS รุ่นล่าสุด ในรหัส 2 NR-FE Dual VVT-i แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลัง 108 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิด 140 นิวตันเมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที รองรับเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล อี 20 พร้อมเคลมอัตราเชื้อเพลิงเฉลี่ย 16.1 กม./ลิตร

      ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติซีวีที พร้อมระบบ Sport Sequential Shift 7 จังหวะ สามารถปรับบวก/ลบ ที่คันเกียร์ได้แบบเกียร์ธรรมดา ในส่วนช่วงล่างหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม คอยล์สปริง ติดตั้งเหล็กกันโคลง ทั้งหน้าและหลัง รวมถึงเสริมความมั่นใจไปกับระบบดิสเบรกทั้งสี่ล้อ พร้อมเอบีเอส อีบีดี และระบบเสริมแรงเบรกแบบบีเอ

      สำหรับอุปกรณ์ความปลอดภัยและตัวช่วยการขับขี่มีมาให้ครบครัน ทั้งถุงลมด้านหน้า 3 ตำแหน่ง กุญแจปัองกันการโจรกรรม รวมถึงระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill-Start Assist Control) และ ระบบป้องกันการออกตัวผิดวิธี (Drive Start Control)

      สำหรับการกิจกรรมทดสอบจัดขึ้นตามไลฟ์สไตล์ของชีวิตคนเมืองตามคาเรคเตอร์ของรถ เส้นทางทำการทดสอบจึงอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯโดยรอบ ระยะทางประมาณ 100 กม.พร้อมภารกิจการทำอาหารและปั่นจักรยานตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ในรถทดสอบ 1 คัน จะมีจักรยาน 2 คัน เพื่อให้ผู้ทดสอบได้ร่วมกิจกรรมดังกล่าว ทีมงานได้มีการสาธิตและเชิญให้ร่วมพับเบาะเพื่อลำเลียงจักรยานขึ้นรถ ระบบ 1-Touch Tumble ที่ใช้เพื่อพับเบาะใช้งานได้สะดวก เมื่อพับแล้วจะแบนราบไปกับพื้นห้องโดยสาร แถมยังสามารถซ่อนเบาะทั้ง 2 ไว้ใต้ที่นั่งแถว 2 ได้อีกต่างหาก เปลี่ยนจากรูปแบบเดิมที่โตโยต้าเคยทำ คือแขวนเบาะไว้ข้างผนังห้องโดยสาร หนำซ้ำจักรยานทั้งคันวางไว้ภายในโดยไม่ต้องแยกส่วน ยอมรับว่าเก๋ไก๋ไม่เบาสำหรับเอมพีวีสัญชาตอินโดเนเซียคันนี้

      ในตำแหน่งของผู้ขับขี่ อาจจะนั่งหลังตรงไปนิด หลายๆท่านอาจไม่ชิน ผลพวงนี้มาจากการที่ต้องดันเบาะแถว 2 ขึ้นมาข้างหน้าเล็กน้อย ทำให้พื้นที่ของเบาะผู้ขับขี่ลดลง การทดสอบได้เริ่มขึ้นจากโจทย์ที่ว่าตามสไตล์ชีวิตคนเมือง การขับขี่ที่ไม่ได้ใช้ความเร็วสูงจึงถือว่าเหมาะสมกับรถคันนี้มาก ในขณะเดียวกัน ห้องโดยสารก็ดูดซับเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดี ทำให้เสียงที่เร็ดรอดเข้ามามีน้อย

      สมรรถนะที่ได้จากขุมพลังใหม่ในรูปแบบของเครื่องยนต์เบนซินรหัส  2 NR-FE Dual VVT-i แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลัง 108 แรงม้า อาจจะได้รับการปรับแต่งให้คบหากับเชื้อเพลิงอี 20 แต่หากเครื่องยนต์รุ่นนี้ไปอยู่ใน Vios สามารถจูนให้รองรับได้ถึงแก๊สโซฮอลล์ อี 85 และเฟืองท้ายเป็นอีกส่วนที่ได้รับการปรับเพิ่มเป็นอัตราทด 5.698 แต่ในส่วนของ VIOS ใช้อัตราทดเพียง 4.71 ซึ่งเป็นเหตุมาจากน้ำหนักรถโดยรวมที่เพิ่มขึ้น 230 กก. ฉะนั้นอัตราเร่งช่วงรอบต้น ถือว่าจัดจ้านและพุ่งทะยานไปได้ดี

      หากต้องการเร่งแซงไม่ใช่ว่าพละกำลังจากเครื่องยนต์จะหายไป ทั้งหมดถูกจัดระเบียบด้วยระบบเกียร์ซีวีที ที่ให้อารมณ์นุ่มนวล แต่ถ้าคิกดาวน์ อาจมีเสียงคำรามจากเกียร์ให้รำคาญหูเล็กน้อย เพราะถือเป็นการใช้งานแบบผิดนิสัยของเกียร์ระบบนี้ ฉะนั้นวิศวกรจึงชดเชยด้วยระบบ Sport Sequential Shift 7 จังหวะ ที่ให้การเปลี่ยนเกียร์ได้ในรูปแบบเกียร์ธรรมดา

      ช่วงล่างและการยึดเกาะเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ TOYOTA SIENTA ทั้งที่เป็นตัวรถทรงกล่องซึ่งให้การต้านลมมากกว่ารถรูปทรงอื่น การยึดเกาะจากระบบรองรับแบบอิสระในล้อหน้า และ ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม ทั้งหมดได้เสริมการยึดเกาะด้วยเหล็กกันโคลง จึงทำให้การขับขี่ทำได้ราบรื่น นุ่มนวล ไม่โคลง และไม่แข็งกระด้าง

      นอกจากนี้ยังเพิ่มความมั่นใจด้วยการเปลี่ยนระบบเบรคหลังจากระบบดุมเป็นจานดิส ทำให้การหยุดรถทำได้มั่นใจยิ่งขึ้น และเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานระบบป้องกันการออกตัวผิดวิธี (Drive Start Control) รวมถึงระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill-Start Assist Control) จึงถูกติดตั้งให้ผู้ใช้งานสะดวกสบายสำหรับการเดินทางในรูปแบบของครอบครัว

      กล่าวโดยสรุป TOYOTA SIENTA มีความโดดเด่นที่สะดุดตาจากรูปลักษณ์ ข้อดีประตูสไลด์ไฟฟ้าที่ให้ความสะดวกสบายถือเป็นจุดเด่นที่เอาชนะคู่แข่ง นอกจากนี้การตอบโจทย์เรื่องพื้นที่บรรทุกสัมภาระในรูปแบบของการพับเบาะหรือเลือกปรับเปลี่ยนรูปแบบได้หลากหลายจึงเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้รถได้เพิ่มอรรถประโยชน์จากห้องโดยสาร ด้านขุมพลังแม้ว่าจะมีขาดความจุเพียง 1.5 ลิตร 106 แรงม้า เกียร์ซีวีที เพียงเท่านี้ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานในเมืองได้เป็นอย่างดี ในทางกลับกันเกียร์ซีวีทีชุดนี้อาจไม่เหมาะกับการเดินทางไกลหรือรูปแบบการขับขี่ที่ต้องใช้ความเร็วสูง เพราะเมื่อใช้รอบสูงอาจมีเสียงเกียร์คำรามดังไปสักหน่อย

       

      คลิปฟรีวิว ระบบประตูสไลด์ไฟฟ้าใน Toyota Sienta

       

      Please follow and like us: